วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

ขออนุญาตหยุดการเขียนบล็อกชั่วคราว (๑๑ มกราคม ๒๕๕๘)

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมขออนุญาตหยุดการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในบล็อกนี้ชั่วคราวนะครับเนื่องจากตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไปผมมีภารกิจจะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้กำกับการที่กองบัญชาการศึกษา กรุงเทพมหานครเป็นเวลา ๑๖ สัปดาห์ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ หลังจากนั้นจะกลับมาบันทึกเรื่องราวเหมือนเดิม สำหรับเรื่องราวระหว่างการอบรมนี้ผมจะไปบันทึกไว้ในเฟสบุ๊คของผมแทนว่าแต่ละวัน แต่ละช่วงนั้นมีอะไรบ้าง ท่านที่สนใจกรุณาติดตามได้ในเฟสที่ว่า

สำหรับเฟสบุ๊คที่จะบันทึกคืออันนี้ครับ
https://www.facebook.com/supote.matcha
https://www.facebook.com/supote2503
ขอบคุณครับ


วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

สวัสดีวันเด็ก (๑๐ มกราคม ๒๕๕๘)

“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

สวัสดีวันเด็กครับเด็กๆ (รวมถึงคนที่เคยเป็นเด็กด้วย) ทุกคน































เด็กเด็ก นั้นน่ารัก , ใครก็รัก พวกเด็กเด็ก
เด็กเด็ก ตัวยังเล็ก , เดียงสานัก รักเด็กนะ
เด็กเด็ก ทุกทุกคน , ถ้าเขาซน อย่าว่าจ้ะ
เด็กเด็ก ก็งี้ละ , พอโตนะ น่าหยิกนัก



เด็กทุกคน ที่เห็น ในภาพนี้
น่ารักดี น้องพี่ ว่ากันไหม

ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต เด็กหญิงชาย
ไม่เว้นไว้ กระทั่ง “เด็ก”คนนั้น

อยู่กับเด็ก ทำตัว ให้เหมือนเขา
จากนั้นเรา จะได้ แต่สุขสันต์

ผู้ใหญ่ก็ คือเด็ก เมื่อวันวาน
ส่วนเด็กนั้น ผู้ใหญ่ ภายหน้าแล

ในวันเด็ก อยากกลับ ไปเป็นเด็ก         เล่นกะเพื่อน เล็กเล็ก กันแบบนี้
มันสนุก สนาน เบิกบานดี                  ช่างสุขี รื่นเริง บันเทิงใจ
โบราณท่าน สอนไว้ ในการเล่น         สามัคคี คิดเป็น แต่น้อยใหญ่
ทั้งสนุก มีสติ ไว้สอนใจ                    แต่เสียดาย แทบหาย ไปตามกาล

ผกก. : พจน์ เป็นไงบ้างล่ะเด็กๆ โรงพักเราที่พจน์ฝึกเพื่อจะเป็นนายร้อยเลื่อนไหลอายุ ๕๓ ปีวันนี้
พจน์ : สุดยอดเลยครับพี่ ทุกคนตั้งใจฝึกกันดีมาก 
ผกก. : ฝากขอบคุณเด็กๆ ทุกคนด้วยนะพจน์

สวัสดีวันเสาร์ (๑๐ มกราคม ๒๕๕๘)

บรรยากาศ เช่นนี้ ที่พะเยา
ตั้งแต่เช้า ทั้งวัน ยันมืดค่ำ

สายลมโบก พัดเย็น เป็นประจำ
สายฝนเท กระหน่ำ น้ำไหลนอง

.............
บรรยากาศเช้าวันนี้ที่บ้านอำเภอเมืองพะเยาครับ
ฝนตก อากาศหนาว , ทั่วพะเยา และเคียงใกล้
ฝนตก อยู่ทั่วไป , ไร้ลมไหว โบกพัดวี
ฝนตก น้ำเจิ่งนอง , ทั่วทุ่งท้อง นาทุกที่
ฝนตก นั่นแหละดี , บางคนงี้ หมกน้ำเลย


วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ว่าที่พลตำรวจโท??? (๙ มกราคม ๒๕๕๘)

ได้รับยศ ว่าที่พล- ตำรวจโท                     อ๊ะโอ๊ะโอ๋ ใหญ่โต เลยนะนี่
เป็นพันตำ- รวจโท อยู่ดีดี                         มาวันนี้ ว่าที่พล- ตำรวจโท
ขอบคุณครับ ขอบคุณกรม บัญชีกลาง        ที่แต่งตั้ง ยศให้ ผมใหญ่โข
ได้เป็นว่า- ที่พล ตำรวจโท                       ช่างแสนโก้ ขอคุยโม้ ซะหน่อยเรา (อ้ะอ๊า)

ขอบคุณนะครับกรมบัญชากลาง ๕๕๕
เมื่อก่อนนี้ กบข.ก็แต่งตั้งให้ผมเป็นว่าที่พลตำรวจโทเหมือนกันนะคร้าบบบบ เย้ ขอบคุณๆๆๆๆ

ถ้างั้น...นางสาวไทยคนนี้ก็ต้องเป็นลูกสาวว่าที่พลตำรวจโทน่ะซิ่ ว้าววว ลูกสาวนายพล

..................

“ห้าโหลๆๆๆๆ....” ป้าแมวขาไพ่เจ้าเก่าที่ผมรู้จักเป็นดิบดีนั่นเอง ใช่ใครไหนอื่นครับ “...อ้ายลุงดาบอู๊ดเจ๊า ถ้าอ้ายลุงดาบอู๊ดได้เป็นว่าที่พลตำรวจโทเนี่ยะ ป้าแมว,ป้าแวว,ป้าแจ๋วและป้าแต๋วจะฮ้อง(เรียก)ว่า “อ้ายลุงดาบ” เหมือนเดิมได้ก่อเจ๊า
“แหมป้า...” ผมตอบ “...ไม่ว่าผมจะยศไหน แบบไหน อย่างไรก็ตามผมก็ยังชอบที่ใครๆ จะเรียกผมว่า “อ้ายลุงดาบอู๊ด” เหมือนเดิมนั่นแหละ รวมถึง...ผมก็จะยังไล่จับคนชอบแอบเล่นไพ่เหมือนเดิม ๕๕๕๕”
“ฮึ...ฮู้ตันแหมเมาะ(รู้ทันอีกแล้ว)...โขด(โกรธ)อ้ายลุงดาบอู๊ดแล้ว” ป้าแมวพูดงอนๆ


เด็ก (๙ มกราคม ๒๕๕๘)

ผกก. : พจน์ งานวันเด็กวันพรุ่งนี้พจน์จัดเด็กโรงพักเราไป ว๔ (ปฏิบัติหน้าที่) กี่คนล่ะ
พจน์ : ก็หลายคนอยู่ครับพี่ อย่างเช่นลุงดาบหยอย ลุงดาบเต้ ลุงดาบต๋อง ลุงดาบฯลฯ
ผกก. : ฝากให้เด็กเราดูแลการจราจรเป็นพิเศษด้วยนะพจน์ รถมันเยอะ

"เด็ก" เป็นคำที่ผู้บังคับบัญชาตำรวจมักใช้เมื่อพูดถึงตำรวจชั้นประทวนไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม ว้าววว เด็กๆ ๕๕๕ ยอดไปเลย

ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองเพื่อพี่น้องไทย : เงิม (๙ มกราคม ๒๕๕๘)

น้องจ๋อน : นี่ๆ พี่แจ๋น แกดูเหียอู๊ดฮิ่ เฮ่อ สงสัยจ้ะหิวซ้า (หิวมากๆ) ดูฮิ พอแม่ค่า(ค้า)เอากุ๋ยเตี๋ยว(ก๋วยเตี๋ยว)มาให้ก็ซั่ด(ซัด)ซะเงิมเลย ฮิๆๆ
น้องแจ๋น : นั่นฮิ่ แช้นว่าหนะ ๔ ถ้วยที่เห็นน่ะไม่รู่จะอิ๋มปล่าว (อิ่มหรือเปล่าว) ด้วย แลน่าสมเพด(สงสาร) 

"เงิม" ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองหมายถึง “กินอย่างเอร็ดอร่อย , กินด้วยความหิว , กินอย่างตั้งใจเนื่องจากหิวมากๆ หรือหากจะใช้คำว่า “สวาปาม” ก็คงไม่ผิดไปจากนี้มากนักครับพี่น้อง

จากสุพจน์ มัจฉา ลูกเพาะเหียน แมะเผือน มัจฉา คนบ้านพังราดไทย หมู่ ๔ ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวั่ดร่ะยอง

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

รักเด็กกันเถิด (๘ มกราคม ๒๕๕๘)

เด็กเด็ก นั้นน่ารัก                   เดียงสานัก รักไปเถิด
เด็กเด็ก นั้นเพิ่งเกิด               แจ่มบรรเจิด ในจิตใจ
เด็กเด็ก นั้นซื่อตรง                อย่าได้สง อย่าได้สัย
เด็กเด็ก ที่เห็นไง                  นั้น"เอาได้" ทุกคนเลย (จริงเกี๊ย)


ห้ามใช้เสียง (๘ มกราคม ๒๕๕๘)

"พี่ว่านะเครื่องหมายที่น้องเอามาติดตั้งในรถขณะขับแบบที่เอามาให้พี่ดูน่ะมันคงทำอะไรไม่ได้หรอก มันไม่มีสภาพบังคับ ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าถ้าเมียน้องจะใช้เสียงก็ปล่อยเขาไปเหอะ คิดว่าเป็นเสียงนกเสียงกาเสียง...เสียง...ซะก็สิ้นเรื่อง ๕๕๕" ตำรวจคนหนึ่งให้คำแนะนำน้องชายคนนั้น





เครื่องหมาย "ห้ามใช้เสียง" ความหมาย ห้ามมิให้ใช้เสียงสัญญาณหรือทำให้เกิดเสียงที่ก่อการรบกวนด้วยประการใดๆ ในเขตที่ติดตั้งป้าย (ส่วนมากจะพบเขตโรงพยาบาลครับ)

ก็งั้นๆ แหละค่าผู้หมวด (๘ มกราคม ๒๕๕๘)

ป้า : “เท่าที่ป้าเห็นนะคนร้ายที่กระชากสร้อยป้าเป็นผู้ชาย สูงไม่เท่าไร ก็งั้นๆ , หน้าตาก็งั้นๆ , หู,จมูก,ปาก,คาง,ผมเผ้าก็งั้นๆ , เสียงพูดก็งั้นๆ เนี่ยะ อย่างภาพที่ป้าสเก็ตช์นี่แหละค่าผู้หมวด
ผู้หมวด : ????


คำขวัญวันเด็กประจำปี พ.ศ.๒๕๕๘ (๘ มกราคม ๒๕๕๘)

“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”
ซึ่งกำหนด เป็นคำขวัญ วันเด็กนี้

ขอให้เด็ก ทุกคน เป็นคนดี
เพื่อพร้อมที่ เป็นพลัง ของสังคม

เมื่อครั้ง ยังเป็นเด็ก ตัวเล็กเล็ก เล่นแบบนี้
สนุก สนานดี เพื่อนน้องพี่ ก็มากมาย
รู้รัก สามัคคี ทุกคนมี มิตรจิตใจ

อีกทั้ง ฝึกนิสัย และวินัย ไปในตัว


เด็กนั้น ไร้เดียงสา              ดุจดังผ้า ขาวฉะนั้น
ชั่วดี ที่พบพาน                  มาจากท่าน ผู้ใหญ่แล
พึงให้ แต่สิ่งดี                   เด็กจะมี แต่ดีแน่
เติบใหญ่ ไม่ผันแปร           เป็นคุณแก่ ชาติ-สังคม

ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองเพื่อพี่น้องไทย : สบ,สบกัน (๘ มกราคม ๒๕๕๘)

แมะ : เอ้อนี่เพาะมึง ไอ้แดงลูกเรามันไปหนา (ไหนล่ะ)
เพาะ
: มันไปหาท่านลุงออที่วั่ดพังราดก๊ะไอ้ดำลูกพี่ทิ่ดเหงิดฮิ่แมะมึง ไม่ต้องห่วงเหาะ(หรอก) สองคนนี่มันสบกัน ไม่มีรา (อะไรหรอก)




"สบ,สบกัน"  ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองหมายถึง “รักใคร่ชอบพอ ถูกใจ ถูกคอกัน”  ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับการเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกันครับพี่น้อง

จากสุพจน์ มัจฉา ลูกเพาะเหียน แมะเผือน มัจฉา คนบ้านพังราดไทย หมู่ ๔ ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวั่ดร่ะยอง

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

หมอครับ ผมจะได้ย้ายไหมครับ (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

ชายคนนั้น : หมอครับ เท่าที่หมอดูเนี่ยผมจะได้ย้ายไหมครับ
หมอ : อ้ะ วันนี้วันพุธแรม ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเมีย ร.ศ.๒๓๔ ตรงกับวันที่ ๗ มกราคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๘ ปี เท่าที่หมอดูนะคุณได้ย้ายแน่นอน วันแรม ๕ ค่ำที่จะถึงนี่ก็ได้ย้ายจากห้องไอ.ซี.ยู.ไปห้องธรรมดาแล้ว หลังหายดีอย่าเมาแล้วขับรถอีกนะคุณ



ขาไพ่อวยพร (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

“ห้าโหลๆๆๆ...” เสียงนี้แน่นอนครับไม่ใช่ใคร “ป้าแมว” ขาไพ่ที่ผมรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นเอง “...อ้ายลุงดาบอู๊ดเจ๊า ปีเก่าที่ผ่านมาหนา ไผหลายๆ คนก็ว่าหมู่ป้าๆ เขา (ป้าแมว,ป้าแวว,ป้าแต๋วและป้าแจ๋ว) เอาแต่เล่นไพ่ งานการไม่ยอมทำ จะมีก็แต่อ้ายลุงดาบอู๊ดคนเดียวเท่านั้นที่บ่ว่าซักกะคำ....อ้ะ เอาแต่ยับเข้าคอก(จับเข้าคุก) อย่างเดียว...คำสั่งนี้หมู่ป้าๆ เขาขอหื้ออ้ายลุงดาบอู๊ดได้ย้ายสมใจเน้อเจ๊า ๕๕๕” 

เหตุการณ์ปกติ (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

ยามสถานี : กระผม ส.ต.ต.....ปฏิบัติหน้าที่ยามประจำสถานีและผู้ควบคุมผู้ต้องหาประจำวันนี้ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เหตุการณ์ปกติครับ
ใครคนนั้น : แหมน้อง โฮงพักเฮาเมินๆ นานๆ จะมีผู้ต้องหาซักคน ยิ่งวันนี้มีผู้ต้องหาตั้ง ๒ คน แบบนี้เหตุการณ์มัน “ไม่ปกติ” แล้ว
ยามฯ : !!!

สายตรวจ : ขณะปฏิบัติหน้าที่ "เหตุการณ์ปกติ" วัยรุ่นยังคงไล่ตีหัวกันตามปกติครับนาย ๕๕๕

ก็งั้นงั้น (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

ภาพนี้ ก็งั้นงั้น                   เพราะว่าฉัน มันงี้งี้
แต่ก็ ดูดี๊ดี                         ใช่ว่างี้ ใช่ว่างั้น
ปีเก่า ก็ยังงี้                       ปีใหม่นี้ ก็ยังงั้น
บ้าบอ พอพอกัน                เพราะว่าฉัน มันเป็นงี้


ต้องงี่ฮิ่ (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

"ต้องงี่ฮิ่" ก็คือต้อง- แบบนี้ซิ่             จะกี่ชาติ กี่ปี ก็งี่แหนะ
ก.ก.ต. กินกันตาย ง่ายดีแฮะ             อย่างว่าแหนะ กินเพื่ออยู่ ใช่อยู่เพื่อกิน
"ต้องงี่ฮิ่" สบายสบาย ปีใหม่เก่า        ทำตัวเรา คงเดิม เป็นนิจสิน
ตายเมื่อไร เมื่อนั้นงด ต้องอดกิน       "ต้องงี่ฮิ่" มี'ไรกิน ก็กินไป


ก็งั่นแหนะ (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

"ก็งั่นแหนะ" ก็คือ ก็งั้นแหละ             ใช่แปลกแฮะ "ก็งั่นแหนะ" เหมือนปีก่อน
มีขึ้นลง มีลุ่ม และมีดอน                   ตามบทตอน ของมัน "ก็งั่นแหนะ"


สังคมใด?สังคมไร้ระเบียบ : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

ปีใหม่แล้วไม่คิดทำสิ่งดีๆ บ้างเหรอแทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดดังกล่าวจะเป็นคำพูดของตำรวจจราจร หากไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ยินกับหู เพราะตำรวจจราจรมักถูกติดป้ายผู้ร้ายที่ไม่ค่อยทำงานอะไรดีๆ เสมอมา

ความแปลกใจเกิดขึ้นนับตั้งแต่เห็นรถที่มีสัญญาณไฟวับวาบอยู่แวดล้อมด้วยฝูงคนและแม่ค้าที่อยู่ในแนวถนนกลางตลาดใหญ่ของชุมชนเมืองแห่งหนึ่ง ย่านปริมณฑลของ กทม. บริเวณโดยรอบมีประชาชนจับกลุ่มยืนดูพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในลักษณะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

สักพักเมื่อฝูงคนแตกกระจายก็ปรากฏภาพรถจักรยานยนต์ประมาณ ๗ คันที่มีผู้ขับขี่สวมเครื่องแบบตำรวจจราจรนำฝ่าฝูงแม่ค้าในลักษณะกองกำลังส่วนล่วงหน้าทำหน้าที่กรุยทางเพื่อให้รถปิกอัพที่มีสัญญาณไฟวับวาบขับตามเพื่อใช้ในการยึดผลิตผลทางการเกษตร สินค้า และสิ่งของที่แม่ค้าตั้งวางกีดขวางอยู่บนถนนหากมีการขัดขืนไม่เก็บสิ่งของต่างๆ เหล่านั้นเข้าไปอยู่ในบริเวณที่อนุญาตให้วางของเพื่อค้าขายได้ตามที่ได้ประชุมทำข้อตกลงไว้ก่อนล่วงหน้าช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา

สิ่งดีๆ ที่ตำรวจบอกเชิงตำหนิให้แม่ค้ากระทำคือ การงดเว้นการวางของขายในบริเวณพื้นผิวการจราจร ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสาธารณะของประชาชนเป็นส่วนรวม

การละเมิดกฎหมายในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องของความไม่รู้ เช่นเดียวกับ การขับรถเร็ว การขับรถย้อนศร การฝ่าฝืนสัญญาณจราจร หรือการขับขี่ในลักษณะต่างๆ ที่ผิดกฎหมายจราจรต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยนั้น ล้วนเป็นเรื่องที่ปฏิเสธว่าไม่รู้จึงฝ่าฝืนกฎหมายไม่ได้เลย อีกทั้งงบประมาณจำนวนมหาศาลถูกใช้ผ่านการรณรงค์เรื่องราวเหล่านี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่หากประเมินกันอย่างจริงจังก็จะพบว่าน่าจะได้ผลน้อยและไม่คุ้มค่า

สิ่งดีๆ ที่ตำรวจพูดนั้น หากปฏิบัติก็จะทำให้แม่ค้าสูญเสียรายได้ หรือมีความยุ่งยากลำบากมากขึ้นกว่าวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ที่แม่ค้าคุ้นชิน ถึงแม้ว่าจะทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีความสะดวกปลอดภัยมากขึ้นก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าในสถานการณ์เดียวกันนี้มีทั้งคนได้ประโยชน์และคนเสียผลประโยชน์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าคนเสียประ โยชน์คือประชาชนซึ่งมีจำนวนที่มากกว่ากันมากด้วย นี่คือตัวอย่างของความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่ยังคงดำรงอยู่ในบริบทสังคมไทยที่เป็นเบื้องหลังพฤติกรรมของบุคคลกลุ่ม และประเภทต่างๆ อีกมากมาย

หากวิเคราะห์กันด้วยเหตุด้วยผล

ถนนที่ตัดผ่านกลางตลาดใหญ่ของตัวเมืองแห่งนี้มีความกว้างเพียงแค่ ๒ ช่องทางเดินรถ โดยการจราจรกำหนดให้เดินรถในทิศทางเดียวกัน มีทางเท้าอยู่ตลอดแนวถนนทั้งสองฝั่ง

ทำไมข้าราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น และตำรวจไม่ดำเนินการเข้มงวดกวดขันการกระทำของแม่ค้าที่นำของมาตั้งวางขายกีดขวางอยู่บนพื้นผิวการจราจรในแนวถนนจนเรียกได้ว่ามีช่องทางให้รถสามารถวิ่งผ่านได้เพียงช่องทางเดียวและต้องหลบไปหลบมาเพื่อให้พ้นสิ่งกีดขวางที่อยู่บนถนนนั้นอยู่เป็นเวลานานนับสิบปี

การไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะปฏิบัติอย่างเข้มแข็งโดยละเลย เพิกเฉย ละเว้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบ ล้วนมีรากฐานเหตุผลมาจากการสยบยอมต่ออำนาจของผู้ปกครอง ผู้บริหาร หรือนักการเมือง? ข้าราชการฝ่ายปกครอง และตำรวจยอมจำนนอยู่ภายใต้อำนาจของแม่ค้าได้อย่างไร? เพื่ออะไร?

ไม่มีใครกล้ากับแม่ค้าที่นี่ชาวบ้านในย่านนั้นบอกเล่า และข้อสงสัยนี้ยังคงรอการพิสูจน์มาโดยตลอด เนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับวิถีชุมชนแม่ค้าแห่งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิใช่เพียงแต่การวางของขายในแนวถนนเท่านั้น หากแต่ยังมีเรื่องของความสกปรก และความไร้ระเบียบจนขาดสุขอนามัยที่ตลาดสดพึงมีพึงเป็น รวมไปถึงการเป็นแหล่งใหญ่ของการพนันหวยในรูปแบบต่างๆ ล้วนเป็นที่รู้โดยทั่วกันไม่แตกต่างจากตลาดใหญ่ในหลายๆ แห่งของเมืองไทย

แม่ค้าก็เป็นชาวบ้านในย่านนี้ เป็นคนเก่าคนแก่ของชุมชน มีเครือญาติ มีพรรคมีพวก อย่านับแค่จำนวนแม่ค้า แต่ต้องนับพรรคพวกและเครือข่ายการเมืองของแม่ค้าด้วย เพราะฉะนั้นคะแนนเสียงของแม่ค้าและพรรคพวกจึงมีความหมาย และมีความสำคัญอย่างมากต่อนักการเมืองทุกระดับ สำคัญขนาดเคยสร้างประวัติศาสตร์ทำให้ ส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาหลายสมัยสามารถสอบตกได้อย่างทันตาเห็นและคาดไม่ถึงทีเดียว

อิทธิพลของกลุ่มพลังแม่ค้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะท้าทาย ต่อรอง หรือลดทอนอำนาจลงได้หากไม่ตั้งใจและกล้าหาญทางจริยธรรมอย่างแท้จริงที่จะพัฒนาชุมชนแห่งนี้ให้เกิดสำนึกเพื่อส่วนรวม

สิ่งดีๆ ที่ตำรวจพูดนั้นไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นได้ หากนักการเมือง ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจและประชาชนผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดไม่รวมพลังกันทำให้เหล่าบรรดาแม่ค้าเกิดสำนึกต่อส่วนรวมมากกว่าที่จะรักษาสิทธิประโยชน์แห่งตนเองโดยละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือสาธารณประโยชน์เป็นส่วนรวม และไม่มีทางสำเร็จได้หากนักการเมืองยังสยบยอมต่ออำนาจของแม่ค้าด้วยหวั่นเกรงคะแนนเสียงเพื่อความอยู่รอดของอำนาจและผลประโยชน์แห่งตน

หากข้าราชการฝ่ายปกครองสยบยอมต่ออิทธิพลทั้งจากแม่ค้า และจากการสั่งการของนักการเมืองโดยยอมที่จะละเลย เพิกเฉย และไม่บริหารจัดการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยของสังคมเพื่อมิให้มีการละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือไม่ขัดต่อกฎหมายจนทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังสะสมจนเรื่องผิดกลายเป็นเรื่องถูก

หากตำรวจสยบยอมต่ออำนาจและอิทธิพลของทั้งนักการเมือง และข้าราชการฝ่ายปกครอง รวมถึงกังวลในความสัมพันธ์เชิงมวลชนโดยมิได้คิดหาวิธีการที่แยบยลในการจัดการเพื่อควบคุมและบังคับให้แม่ค้าปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่ละเมิดสิทธิประโยชน์ของผู้อื่น หรือสาธารณประโยชน์ หากเป็นเช่นนั้น สังคมไทยจะมีนักการเมือง ข้าราชการฝ่ายปกครอง และตำรวจไว้เพื่ออะไร? ประชาชนที่ถูกข่มเหง รังแก เบียดเบียนจะพึ่งพาใครได้ หรือว่าประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเอง และหากต้องรอเวลาจนสุกงอมจนเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น สังคมไทยก็คงไม่มีวันที่จะไร้ม็อบหรือการชุมนุมประท้วงอย่างแน่นอน

ม็อบจะยังคงเป็นวิถีทางออกในการต่อสู้ หรือต่อรองกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมในยามที่ตำรวจไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมได้ต่อไป!!

ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองเพื่อพี่น้องไทย : ขีโคก , สีโคก (๗ มกราคม ๒๕๕๘)

แมะ : แหม่ไอ้หนูเอ๊ย ตอนนี่อายุ่ก็พอสมควรแล่ว สาวๆ แถวบ้านตั้งหลายคนก็มาติด ทำไมทำตัวน่าขีโคกยังงั่นน่ะ ดูฮิ น่าม(น้ำ) ก็ไม่ยอมอาบตั้ง ๕-๖ วันแล่ว ขี้ไคลตามหัวเต็มหู แบบนี่สาวๆ ที่ไหนเขาจ้ะอยากได้ไปทำผัว หือ
ลูกชาย : ก็แช้นยังไม่อยากมีเมียน่ะแมะ เลยทำตัวน่าขีโคกยังงี่แหนะ มีเมียแล่วเหมือนมีแม่อีกคน ๕๕๕

"ขีโคก” หรือ “สีโคก" ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองก็คือการทำเนื้อทำตัวหรือสภาพอาการที่ดูแล้วน่าโสโครก น่าขยะแขยง เป็นที่น่ารังเกียจของคนอื่นๆ ประมาณนี้ครับพี่น้อง

จากสุพจน์ มัจฉา ลูกเพาะเหียน แมะเผือน มัจฉา คนบ้านพังราดไทย หมู่ ๔ ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวั่ดร่ะยอง

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

ประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือน (๖ มกราคม ๒๕๕๘)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น. ผมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือนมกราคม ๒๕๕๘ ขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์ สภ.ฯ ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นข้าราชการตำรวจของเราที่ไม่ติดหน้าที่ราชการสำคัญประมาณ ๔๐ คน

สาระสำคัญของการประชุมวันนี้เป็นเรื่องที่ประธานแจ้งข้อราชการจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่สั่งการมาให้ทราบและถือปฏิบัติรวมทั้งข้อสั่งการต่างๆ ภายในสถานี จากนั้่นให้แต่ละแผนกงานรายงานผลการดำเนินการห้วงเดือนที่ผ่านมาให้ที่ประชุมรับทราบพร้อมปัญหาข้อขัดข้องและแนวทางการแก้ไข


เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น.

ประธาน : สองปีที่ผ่านมาซึ่งผมมาอยู่แม่จริมได้รับความร่วมมือจากหมู่เฮาดีมากๆ ก็ต้องขอบคุณทุกคนนะครับ อ้ะ ใครมีอะไรจะพูดมั่ง เชิญเลยครับ
ตำรวจ(คนนั้น) : หมู่ผมเขาอยากจะให้ความร่วมมือกับนาย ณ ที่แม่จริมต่อไปอีก ๒-๓ ปีน่ะ นายอย่าเพิ่งย้ายไปไหนนะครับ ๕๕๕
ประธาน : ?????

ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองเพื่อพี่น้องไทย : ขี้ซำ (๖ มกราคม ๒๕๕๘)

แมะ : เอ้าไอ้หนู ไปทำอ้ะไรม่า(มาน่ะ) เนื่อตัวเล่อะม่อกแม่กหมด
ลูกชาย : ก็ฝนฮิ่มันตก ขี้ซำไหลเต็มร่องน้ำเบิกบาน(มากมาย) แช้นกลัวน้ำจ้ะร่ะบายไม่ทันก็เลยไปเอามันออกน่ะแมะ 

ขี้ซำ” ศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองก็คือคำว่า “น้ำครำ” ในภาษากลางนั่นเองครับพี่น้อง

จากสุพจน์ มัจฉา ลูกเพาะเหียน แมะเผือน มัจฉา คนบ้านพังราดไทย หมู่ ๔ ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดร่ะยอง