วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

๓๕ ปีแห่งความภาคภูมิใจ (๓๑ มีนาคม ๒๕๖๑)

๓๑ มีนาคม ๒๕๒๖ เป็นวันที่พวกเรา “นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ ๓๖” มิอาจลืมเลือนได้จวบชีวิตนี้เพราะวันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พวกเราจำนวน ๒๘๕ ชีวิตซึ่งสำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเพื่อรับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร ณ ศาลาดุสิดาลัยในพระบรมมหาราชวัง ยังความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เหตุการณ์ที่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์พระองค์ท่านเช่นนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเราที่อยู่ในความทรงจำตราบวันสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว

วันนั้นพวกเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานสิ่งอันมีค่าล้ำ ๒ สิ่งคือ "กระบี่" และ "ปริญญาบัตร" ที่ทุกคนยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรเสร็จสิ้นแล้วพระองค์ท่านได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่พวกเราไว้ดังต่อไปนี้
“...ผู้ที่เข้ามาเป็นตำรวจย่อมทราบดีกันทุกคนว่างานในหน้าที่ของตนนั้นเต็มไปด้วยปัญหาสารพัด ทั้งยังมีภัยอันตรายที่จะต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงอีกมากในการกำราบปราบปรามผู้ทุจริต ตำรวจทุกคนจึงต้องตั้งตัวตั้งใจให้มั่นคงและหนักแน่นเป็นพิเศษตั้งแต่วาระเริ่มแรกที่จะต้องรักษาความสุจริตและถูกต้องเป็นธรรมไว้เสมอทุกเมื่อ จะต้องรักษาความเพียรพยายาม ความกล้าหาญ อดทน เสียสละไว้ไม่ให้เสื่อมถอย จะต้องควบคุมสติความรู้เท่าทันเหตุการณ์ไว้ตลอดเวลา และจะต้องฝึกฝนความรู้ ความคิดวินิจฉัยของตนให้กระจ่างแจ่มชัดพร้อมที่จะนำมาใช้ได้ทุกขณะ ความระมัดระวังตั้งใจและเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอดังนี้จะช่วยประคับประคองและส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ว่าเป็นภาระยากลำบากนั้นได้สำเร็จ...
...นอกจากนี้ใคร่จะขอเตือนว่าอุปสรรคสำคัญของตำรวจคือความท้อถอยและความขลาดหวาดหวั่น อันเป็นเครื่องบั่นทอนความสามารถ และความฉลาดในตนเองอย่างร้ายกาจ ตำรวจจะยอมแพ้แก่ความยากลำบากหรือแก่คนทุจริตไม่ได้เป็นอันขาด ตรงข้าม จะต้องมั่นใจและระลึกไว้เสมอว่าตำรวจเป็นฝ่ายที่เป็นธรรมและสุจริตย่อมอยู่ในสภาพที่เหนือกว่าผู้กระทำผิดทุกประการ จึงต้องเอาชนะผู้กระทำผิดได้เป็นแน่นอน และเมื่อแต่ละคนทำจิตใจให้เชื่อมั่นและหนักแน่นได้ดังนี้ ย่อมจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงได้ด้วยความกล้าหาญ เที่ยงตรง เป็นธรรม และด้วยประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมโดยไม่มีทุจริตชนคนใดจะเอาชนะความดีความสามารถของตนได้เลย....”
ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจักน้อมนำพระบรมราโชวาทนี้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตราบจนชีวิตหาไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น