วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

จ๊ะโอ๋ (๒๒ เมษายน ๒๕๕๕)

เช้าวันหนึ่งช่วงต้นๆ เดือนเมษายนปีที่ผ่านมาผมเดินทางไปถึงโรงพักพานที่ผมทำงานอยู่เร็วเป็นพิเศษเพราะวันนั้นจะต้องไปประชุมรับนโนบายจากผู้บังคับบัญชาเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พอไปถึงก็คว้าเอกสารที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนติดตัวแล้วเดินทางไปประชุมทันทีโดยลืมเข้าไปตรวจห้องควบคุมผู้ต้องหาหรือห้องขังที่ผมปฏิบัติมาตลอดเป็น รปจ. (ระเบียบปฏิบัติประจำ) ทันทีที่ผมไปถึงโรงพักไปเลย

การประชุมวันนั้นเสร็จสิ้นเมื่อราวๆ เที่ยง หลังจากประชุมและทานอาหารกลางวันเสร็จก็เดินทางกลับโรงพักเลยเพราะจะต้องนำรายละเอียดในการประชุมเสนอท่านผู้กำกับใช้เวลาเดินทางจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายถึงโรงพักประมาณ ๓๐ นาที



กระผม ดาบตำรวจเวที เรือนปาง ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำวันนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่มีผู้ต้องหา ๑ คนเป็นชายถูกจับกุมในข้อหาเสพสารระเหย เหตุการณ์ทั่วไปปกติครับ” เจ้าหน้าที่สิบเวรรายงานตัวและเหตุการณ์ให้ผมทราบตามระเบียบที่กำหนดทันทีที่ผมเดินทางถึงโรงพัก

สวัสดีครับลุงเวที” ผมพูดกับสิบเวรซึ่งอายุมากกว่าผมไม่เท่าไรแต่แกชอบที่จะให้ใครๆ เรียกว่าลุง (แปลกแต๊ๆ มีแต่คนเขาอยากให้เรียกพี่ทั้งนั้นโดยเฉพาะสาวๆ (ฮา)) “ใครล่ะลุงที่ถูกจับอยู่ข้างในน่ะ” ผมถามต่อ

ก็จ๊ะโอ๋คนเดิมนั่นแหละครับนาย” สิบเวรตอบ

จ๊ะโอ๋อีกแล้วเหรอ” ผมกึ่งพูดกึ่งถาม



จ๊ะโอ๋คนที่พูดถึงนี่อายุประมาณ ๓๐ แก่ๆ ซึ่งตั้งแต่ที่ผมมารับราชการที่โรงพักพานผมเจอแกมาถ้าจำไม่ผิดก็ราวๆ ๘-๙ ครั้งแล้ว เจอกันที่ไหนเหรอครับ ก็ที่ห้องขังนี่แหละ แกถูกจับข้อหาเดียวเท่านั้นคือดมกาวหรือถ้าจะเรียกศัพท์ทางกฎหมายก็คือ “ใช้สารระเหยบำบัดความต้องการของร่างกายหรือจิตใจโดยผิดกฎหมายซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” นั่นเอง คราวนี้มาอีกแล้วหรือนี่ เฮ้อ

ถ้างั้นลุงเวทีเข้าไปตรวจกับผมหน่อย” ผมพูด

เมื่อพูดแล้วสิบเวรก็เปิดประตูห้องขังผมก็เดินเข้าไปพร้อมกับลุงแก ห้องขังของโรงพักพานเรานี่ทำถูกต้องตามระเบียบทุกอย่างแยกเป็นห้องขังชาย,ห้องขังหญิง ไม่มีการปะปนกัน ไม่งั้นเดี๋ยวยุ่ง ผมกับสิบเวรเดินเข้าไปที่ห้องขังชายเห็นจ๊ะโอ๋นั่งอยู่ข้างใน แกมีอาการคล้ายๆ กับง่วงเหงาหาวนอน เหงื่อออก จาม น้ำตาไหล ขนลุก กระสับกระส่ายประมาณนี้ซึ่งเป็นอาการของคนติดสารระเหยขั้นรุนแรงแต่ก็ไม่ได้อาละวาดหรือเอะอะโวยวายอะไร



สวัสดี จ๊ะโอ๋” ผมทักโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

โอ๊ สวัสดีครับ สวป.” จ๊ะโอ๋เงยหน้ามามองและพอเห็นผมปั๊บก็รีบยืนขึ้นแล้วทักทายตอบแต่การพูดจาค่อนข้างจะอ้อแอ้ พูดไม่ชัด น้ำลายไหลออกมามากสักหน่อย

นั่งก็ได้ไม่เป็นไร ทำตัวสบายๆ” ผมพูด “เป็นไงถูกจับเมื่อไรอีกล่ะ เมื่อคืนมาตรวจไม่เห็นมีใครเลยซักคน

ก็สายๆ วันนี้แหละครับ” จ๊ะโอ๋ตอบด้วยท่าทีสบายขึ้นกว่าเก่าพร้อมใช้มือเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาจากมุมปาก “ผมนี่มันเลิกบ่ได้แต๊ๆ เลยกะว่าจะเลิกๆ แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาหา สวป.เหมือนเดิม

ทำไมเลิกไม่ได้ล่ะจ๊ะโอ๋” ผมถาม

ก็....” จ๊ะโอ๋ตอบและนิ่งไปแป๊บหนึ่ง “ผมสาบานกับสวป.ว่าคราวนี้ขอหื้อเป็นครั้งสุดท้ายของผมรับรองว่าจะไม่เจอกันในสภาพแบบนี้อีก สาบานครับ



ดีแล้วล่ะจ๊ะโอ๋ พวกกาวน้ำ สามเค ทินเนอร์ หรือสารระเหยทั้งหลายเนี่ยมันไม่ดีทั้งต่อตัวเองและก็สังคมนะ ขอเป็นกำลังใจ๋หื้อเน้อ” ผมพูด

ขอบคุณ สวป.แต๊ๆ เลยนะครับ ผมมาที่นี่เมื่อไรก็เห็น สวป.มาเยี่ยมผมทุกครั้งเลย แต่...ไม่เห็น สวป.เยี่ยมตามเวลาที่ระเบียบเขากำหนดซักที” จ๊ะโอ๋พูดเข้านั่น

มาตรวจ ไม่ใช่มาเยี่ยม แหม จ๊ะโอ๋” ผมแกล้งทำทีเป็นท่าทางขึงขัง

สุมาเต๊อะครับ สวป.ผมอู้เล่นบ่าดาย” จ๊ะโอ๋พูด “ผมอยู่ที่โฮงพักเนี่ยจนรู้เลยนะว่าแต่ละวันเปิ้นหื้อญาติเยี่ยมได้กี่ครั้ง แล้วก็เวลาใดพ่อง

ฮั่นแน่ะ เก่งนะ” ผมเย้า “เอ้า ถ้างั้นบอกมาทีซิว่าระเบียบการเยี่ยมผู้ต้องหาของตำรวจน่ะเป็นจะใด

ถ้าบ่ฮู้บ่าใจ้จ๊ะโอ๋ อยู่มา ๙ ครั้งแล้วนะเออ ทำสถิติโลกเลยก็ว่าได้” จ๊ะโอ๋พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่อยู่มุมปาก “ระเบียบการเยี่ยมมีจะอี๊ครับคือวันหนึ่งเยี่ยมได้ ๓ เวลา ช่วงแรกตั้งแต่เวลาแปดโมงถึงเก้าโมงเช้า ช่วงที่สองเวลาเที่ยงวันถึงบ่ายโมง แล้วก็ช่วงเย็นเวลาสี่โมงถึงห้าโมงเย็น แม่นก่อครับ สวป.



โอ้โฮ เก่ง สุดยอดไปเลย” ผมชม

ยัง ยังบ่หมดนะครับ สวป.” จ๊ะโอ๋พูดต่อ “เท่านั้นยังบ่ปอ(พอ) ผมน่ะฮู้แหมว่าผู้ต้องหาอย่างหมู่ผมเขาเนี่ยมีสิทธิ์ตามกฎหมายจะใดพ่อง สวป.ใค่ฟังก่อ” จ๊ะโอ๋โม้ต่อและท่าทางดูสดชื่นขึ้นกว่าเดิมอีกตั้งเยอะ

ใค่ฟังก้ะ ไหน เป็นจะใดอู้หื้อฟังเลาะ” ผมตอบ

ฟังนะ เรื่องนี้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยนะเออ เปิ้นบอกว่าผู้ต้องหามีสิทธิ์จะอี๊

ก่อนการยื่นฟ้อง
๑. พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง
๒. ได้รับการเยี่ยมตามสมควร
๓. ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

หลังการยื่นฟ้อง
๑. แต่งทนายแก้ต่างในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาในศาลชั้นต้น ตลอดจนชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
๒. พูดจากับทนายหรือผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง
๓. ตรวจดูสำนวนการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาของศาล และคัดสำเนาหรือขอสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องโดยเสียค่าธรรมเนียม
๔. ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเป็นพยานหลักฐานและคัดสำเนาหรือถ่ายรูปสิ่งนั้น ๆ

ในคดีอาญาผู้ต้องหาหรือจำเลยย่อมมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ ถูกต้องก่อครับ สวป.” จ๊ะโอ๋ตอบซะยืดยาวเลยทีเดียว

ถูกต้องจ๊ะโอ๋ นี่ซิ่สุดยอดแต๊ๆ เลย” ผมชมจากใจจริง



หลังจากนั้นผมกับจ๊ะโอ๋พูดกันต่ออีกประมาณซัก ๕-๖ นาทีก็ขอตัวออกมาโดยก่อนที่จะออกมาได้บอกจ๊ะโอ๋ว่า “
ความจริงจ๊ะโอ๋ก็มีความรู้ดีนะ เก่งก็เก่ง แต่ขออย่างหนึ่งได้ก่อว่าถ้าเป็นไปได้เลิกซะเถอะนะดมกาวหรือพวกสารระเหยน่ะ มันไม่ดี แล้วแหมอย่างอ้ายก็ไม่อยากป๊ะ (เจอ) จ๊ะโอ๋ในสภาพแบบนี้เลย

ผมสาบานอีกครั้งก็ได้ครับ” จ๊ะโอ๋พูดกับผมอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ หน้าตาดูจริงจังในคำพูด “อ้าย สวป.ครับ เสร็จจากคดีนี้ผมจะเป็นคนดี ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกงกาว สารระเหยอะไรพวกนี้อีก หากไม่จริงขอหื้อผมถูกรถชนตายเต๊อะ แต๊ๆ” จ๊ะโอ๋พูดต่อ

ไม่ต้องสาบงสาบานก็ได้จ๊ะโอ๋ ขอหื้อเลิกหื้อได้เน้อ อ้ายเป็นกำลังใจหื้อ” ผมบอก

ครับ แต่ผมขออนุญาตสาบานครับ” จ๊ะโอ๋ตอบ

วันรุ่งขึ้นช่วงเช้าพนักงานสอบสวนนำตัวจ๊ะโอ๋ส่งพนักงานอัยการเชียงรายและทราบว่าตอนบ่ายวันเดียวกันนั้นเองหลังจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษปรับจ๊ะโอ๋เป็นเงินจำนวนหนึ่งแต่จะเท่าไรจำไม่ได้ ไม่มีโทษจำคุก ซึ่งหลังจากวันนั้นแล้วผมกับจ๊ะโอ๋ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนกระทั่งลืมๆ ไปเหมือนกัน



ช่วงบ่ายแก่ๆ ของเดือนตุลาคมจำไม่ได้ว่าวันไหนแต่หลังวันตำรวจ (วันตำรวจตรงกับที่ ๑๓ ตุลาคม) ประมาณซักอาทิตย์เศษๆ ผมกับลูกน้องสายตรวจรถยนต์ออกตรวจผ่านเข้าไปในตำบลที่จ๊ะโอ๋มีภูมิลำเนาอยู่ เห็นคนแต่งตัวในชุดสีดำเป็นส่วนใหญ่เดินออกมาจากป่าช้าเข้าใจว่าคงจะกลับจากการฌาปนกิจศพแน่นอน ระหว่างนั้นผมพบกับคุณป้าคนหนึ่งที่ผมรู้จักดีก็เลยพูดทักทาย “
สวัสดีครับป้า

โอ๊ นึกว่าไผ สวป.เองก๊ะ ไปตางใดมาเจ๊า” ป้าตอบผม

ออกตรวจน่ะครับป้า เอ้อ ป้าไปเสียศพ (ฌาปนกิจศพ) มาก๊ะ ศพไผ” ผมถามต่อ

ก็เจ้าจ๊ะโอ๋ไง มันโดนรถชนตายตี้เจียงใหม่เมื่อ ๔-๕ วันตี้ผ่้านมา” ป้าตอบ

จ๊ะโอ๋” ผมกึ่งพูดกึ่งรำพึงรำพัน พลางนึกไปถึงจ๊ะโอ๋คนติดกาวและถูกจับบ่อยๆ ที่ผมรู้จักดีคนนั้น

จ๊ะโอ๋ ลูกของลุง....ป้า....แม่นก่อ” ผมถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ

แม่นแล้ว สวป.

แล้วป้าฮู้ก่อครับว่าเป็นมาจะใดถึงรถชนตายน่ะ” ผมถามต่อ

เอ้อ เท่าที่ป้าฮู้มานะ เจ้าจ๊ะโอ๋เนี่ยหลังถูกตำรวจจับข้อหาดมกาวเมื่อช่วงปี๋ใหม่ (สงกรานต์) ที่ผ่านมาแล้วก็เลิกไปพักหนึ่งจนคนในหมู่บ้านพากันดีใจว่าเลิกได้ซะที แต่เอาไปเอามาได้ข่าวว่าเครียดเรื่องหยังบ่ฮู้ หันกลับไปดมกาวแหม คราวนี้หนักกว่าเก่า จนป้อแม่ทนไม่ได้พาเข้าไปฮักษาที่โรงพยาบาลเชียงใหม่เมื่อราวๆ ต้นเดือนตุลานี่แหละ เห็นเขาว่าจ๊ะโอ๋อยู่โรงพยาบาลได้ ๒-๓ วันก็หนีออกมา ป้อแม่โตยเซาะหาก็บ่ป๊ะบ่ฮู้ว่าอยู่ไหน จนกระทั่งเมื่อ ๔-๕ วันที่ผ่านมาตำรวจเจียงใหม่เปิ้นโทรมาบอกว่าจ๊ะโอ๋ถูกรถชนตาย แล้วก็บ่ฮู้เหมือนกันว่ารถหยังชนเพราะตอนชนนั้นดึกแล้วบ่มีไผเห็นเหตุการณ์เลย ป้อกับแม่เขาก็เลยไปฮับศพมานี่แหละเจ๊า” ป้าบอกผม



ผมได้ยินที่ป้าแกเล่าแล้วก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีพร้อมนึกถึงคำที่จ๊ะโอ๋พูดกับผมตอนอยู่ในห้องขังครั้งสุดท้ายเวลาที่ผมเข้าไปเยี่ยม “
อ้าย สวป.ครับ เสร็จจากคดีนี้ผมจะเป็นคนดี ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกงกาว สารระเหยอะไรพวกนี้อีก หากไม่จริงขอหื้อผมถูกรถชนตายเต๊อะ แต๊ๆ

เฮ้อ ไม่น่าอายุสั้นเลยนะจ๊ะโอ๋ ไปดีเถอะน้อง” ผมรำพึงเบาๆ กับตัวเอง

*********************

รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ14 กรกฎาคม 2555 เวลา 15:00

    เป๋นดีเอ็นดูล้ำน้องจ๊ะโอ๋เรียนื่านสุพจน์ค่ะน้องหมูจ๋านะคะจำได้ไหมห่างหายไปนานเลยตอนนี้น้องสอนอนุบาล1โรงเรียนบ้านร้องเรือตอนนี้กลับมาเขียนบล็อกผ่องแล้วอ้ายเข้ามาอ่านผ่องเน้อเกี่ยวกับตำรวจๆเนี่ยเจ้าแต่เป็นเรื่องดีๆททั้งนั้น อ้านสบ่ยดีน้อเจ้าฮักษาสุขภาพตวยเน้อเจ้า กึ๊ดเติงหาอ้ายบ่าวตลอดเน้อเจ้า สวัสดีเจ้า

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ14 กรกฎาคม 2555 เวลา 15:03

    ขอสูมาเต๊อะพิมพ์ผิดจ้าดนัก โรงเรียนอยู่ตี้อ.แม่ทาจ.ลำพูนเน้อเจ้า อย่าลืมเข้ามาอ่านบล็อกน้องสาวผ่องเน้อเจ้า

    ตอบลบ