วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

ความทรงจำครั้งเยาว์วัย : ตอน "ขัดขี้ไคล" (๑๑ กันยายน ๒๕๕๙)

เด็กๆ ที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนาสมัยก่อนเช่นเดียวกับผมนั้นเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัวดูแลร่างกายน่ะไม่ค่อยจะพิถีพิถันกันนักหรอก เรียกว่าอยู่กันตามมีตามเกิด สบายๆ ไม่เดือดร้อนอะไรแม้ว่าตอนไปไหนมาไหนส่วนใหญ่จะต้องย่ำท้องทุ่งท้องนาที่เต็มไปด้วยโคลนด้วยตม บางทีก็ไปช่วยคนโต (ผู้ใหญ่) เขาไถนาดำนาก็ตามที
การย่ำท้องทุ่งท้องนา ช่วยคนโตไถนาดำนาเนี่ยะแน่นอนจะต้องเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปตามๆ กันแต่ก็เป็นอะไรที่สนุก บางคนงี้กระโดดลงไปในนาที่เต็มไปด้วยน้ำเล่นเสียด้วยซ้ำ สภาพแบบนี้เป็นไปวันแล้ววันเล่า พอเลิกงานหรือเล่นเสร็จก็อาบน้ำอาบท่าที่ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำในบ่อที่ช่อหรือตักขึ้นมาซึ่งสภาพมักจะออกขุ่นๆ ไม่ใสแจ๋วเหมือนตาตั๊กแตนเช่นน้ำประปาสมัยนี้ หรือไม่บางทีก็อาบน้ำในนาที่มันใสๆ หน่อยนั่นแหละ ถูเนื้อถูตัวให้ดูว่ามันสะอาดก็เป็นอันเสร็จพิธี
แต่ก็อย่างว่าแหละสภาพแบบนี้สิ่งที่ติดตัวมาโดยพวกเราก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกันนักก็คือ “ขี้ไคล” ซึ่งส่วนใหญ่จะติดแถวๆ ร่างกายที่เป็นข้อพับ,ซอกหู,ต้นคอ การมีขี้ไคลติดแบบนี้น่ะตอนอยู่บ้านก็ไม่เท่าไรหรอกเพราะใครๆ ก็เป็นกัน แต่ตอนนี้ซิ่สำคัญ “โรงเรียนใกล้เปิดเทอม” จะต้องขัดสีฉวีวรรณให้เรี่ยมเร้เรไรซะหน่อย

การขัดขี้ไคลของเด็กบ้านเราสมัยนั้นพ่อแม่บางคนใช้เปลือกมะพร้าวขัด แต่แบบนี้ต้องค่อยๆ ขัดค่อยๆ ถู ดีไม่มีหนังถก (ถลอก) เอาได้ แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลชะงัดและพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะใช้นั่นก็คือใช้เศษ “ผ้าผวย” (ผ้าห่ม) เก่าๆ ชุบกับ “น้ำมันแก๊บ” (น้ำมันก๊าด) ครับ หลังจากเอาผ้าผวยชุบน้ำแก๊บเรียบร้อยแล้วก็เอามาขัดๆ ถูๆ ตรงที่ขี้ไคลจับ ถูไปถูมาเบาๆ ไม่ต้องแรงแป๊บเดียวขี้ไคลหลุดออกมาหมด เด็กบางคนงี้ตัวจาก “ดำเป็นเหนี่ยง” กลายเป็น “ขาวจั๊วะ” ไปเลยรวมทั้งน้ำหนักตัวก็ลดลงไปเป็นกิโลอีกด้วยแน่ะ ซึ่งเท่าที่จำได้มี ด.ช.สุพจน์ มัจฉา อยู่ด้วยคนหนึ่ง ๕๕๕๕
“เอ้า พี่น่องคนไหนตอนเด็กๆ น่ะเคย “ขัดขี้ไคล” ด้วย “ผ้าผวยก๊ะน่ามมันแก้บมั่ง ย่กมือขึ้นหน่อยฮิ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น