

เมื่อวันที่ 18-27 เมษายน 2553 ซึ่งผ่านมาเกือบจะครบปีเต็มแล้วพวกเราชุดปฏิบัติการควบคุมฝูงชนกองร้อยที่ 3 จังหวัดเชียงราย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญที่กรุงเทพมหานครซึ่งผมบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ในบล็อกส่วนตัวของผมและเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนหลายๆ คนที่อยากฟื้นความทรงจำนี้ว่าช่วงนั้นพวกเราทำอะไรไปบ้าง จึงขอนำเรื่องราวที่บันทึกไว้นั้นมาเผยแพร่ในบล็อกนี้อีกครั้งหนึ่งครับ
กลับมาแล้วหลังจากห่างหายจากหน้าจอไปซะหลายวัน ที่ไม่ได้มีเรื่องราวมาบอกมากล่าวกันนั้นเพราะว่าตำรวจเมืองพานของเราร่วมกับโรงพักอื่นๆ ในจังหวัดเชียงรายส่วนหนึ่งมีภารกิจจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ประจำกองร้อยควบคุมฝูงชนที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2553 ที่ผ่านมาโดยพวกเราออกเดินทางจากเชียงรายไปกรุงเทพฯและปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นเดินทางกลับเชียงรายเมื่อเช้าวันที่ 27 เมษายนรวม 10
วันเต็มๆ สำหรับเรื่องราวในวันนี้ก็จะขอนำนี้มาเล่าสู่กันฟังว่าพวกเราไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไรกันบ้าง แต่ก่อนอื่นขอแจ้งข้อมูลเบื้องต้นให้ทราบก่อนครับ
ภารกิจครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 5 จัดกองร้อยควบคุมฝูงชนจำนวนหนึ่งเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพมหานครซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจัดชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 1 กองร้อยร่วมปฏิบัติภารกิจและกองร้อยที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจัดนั้นก็คือกองร้อยที่ 3 ครับ (เชียงรายมีชุดควบคุมฝูงชน 4 กองร้อย) สำหรับกองร้อยที่ 3 นั้นประกอบด้วยกำลังจากสถานีตำรวจต่างๆ ดังนี้
1. สถานีตำรวจภูธรพาน
2. สถานีตำรวจภูธรป่าแดด
3. สถานีตำรวจภูธรแม่สรวย
4. สถานีตำรวจภูธรเวียงป่าเป้า
5. สถานีตำรวจภูธรป่าแดด
6. สถานีตำรวจภูธรแม่เจดีย์
และนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการอีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิ้จกับเราด้วยซึ่งรวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 185 คน
ในส่วนของ สภ.พานนั้นจัดกำลังประกอบชุดปฏิบัติครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 56 คนมี พ.ต.ท.อนุพนธ์ สนิท รอง ผกก.ป.ทำหน้าที่ผู้บังคับกองร้อย,พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา สวป.ทำหน้าที่รองผู้บังคับกองร้อยและ ร.ต.อ.ธวัฒน์ เจริญผล รอง สว.จร.ทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดที่ 1
สำหรับภารกิจและการปฏิบัติในครั้งนี้มีดังนี้ครับ
วันที่ 18 เมษายนเวลาประมาณ 18.00 น.พวกเราซึ่งประกอบด้วยตำรวจ สภ.พาน,ป่าแดดและแม่อ้อพร้อมกันที่ สภ.พานด้วยข้าวของพะรุงพะรังเลยทีเดียว หลายคนมีกำลังใจจากภรรยาและลูกๆ ไปส่งที่โรงพักด้วย แต่บางคน (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) ไปเพียงลำพัง สำหรับคนที่ไม่มีใครไปส่งก็ถือโอกาสนี้โทรศัพท์สั่งเสียกันหน่อย
เมื่อพร้อมแล้วผู้บังคับบัญชาชี้แจงภารกิจให้ทุกคนทราบจากนั้นขึ้นรถบัส 2 คันเดินทางไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย
ที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายพวกเราพร้อมกับตำรวจอีก 3 โรงพักและเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายอำนวยการพร้อมกัน ณ ที่นั้น จากนั้น พ.ต.อ.ทวีชัย ประทีปอุษานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการชี้แจงภารกิจแก่พวกเรา เสร็จแล้วเดินทางไปกรุงเทพมหานคร
วันรุ่งขึ้นพวกเราเดินทางถึงที่พักที่จัดไว้ให้กรมทางหลวงซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับกองบังคับการตำรวจทางหลวงเมื่อเวลาประมาณเที่ยงเศษๆ เมื่อถึงที่พักแล้วก็จัดข้าวของจับจองที่นอนตามอัธยาศรัย ซึ่งที่พักผ่อนหลับนอนก็เป็นแบบที่เห็นอยู่ด้านล่างนี้แหละครับแต่พวกเราบอกว่าสบายมาก นอนแบบไหน ยังไงก็ได้ทั้งนั้นไม่เกี่ยง
ภารกิจของพวกเรา
สำหรับภารกิจของพวกเราในการไปปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้นั้นหากไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรือคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นพวกเราได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆ จำนวน 3 จุดด้วยกัน การปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นในลักษณะคอยเหตุหรือปรากฏกายให้พี่น้องประชาชนเห็นให้เด่นชัดนั่นเอง โดยก่อนจะออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นจุดไหนหรือภารกิจผู้บังคับบัญชาจะต้องเรียกประชุมและชี้แจงภารกิจให้พวกเราทราบก่อนเสมอ
สำหรับจุดที่พวกเราจะต้องปฏิบัติหน้าที่ปกติ 3 จุดนั้นมีดังนี้ครับ
จุดแยกหมอเหล็ง
การปฏิบัติหน้าที่ทั้งสามจุดนั้นพวกเราจะผลัดเปลี่ยนหมุนกันกันทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
ภารกิจพิเศษ
คำว่าภารกิจพิเศษนี้หมายถึงการที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้พวกเราไปปฏิบัติประจำจุดที่มีพี่น้องมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก โดยพวกเราได้รับหน้าที่ให้ประจำจุดต่างๆ ดังนี้
อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า
(เป็นการชุมนุมของกลุ่มเสื้อหลากสี)
บริเวณหน้ารัฐสภา (วันที่ 21 และ 22 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุมรัฐสภา)
การปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดๆ นี้พวกเราจะต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เลยทีเดียวเพราะว่าจะต้องเข้าจุดให้ทันก่อนเวลา 05.30 น.แต่พวกเราทุกคนไม่มีปัญหา หลายคนออกจะตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำไปที่ได้มีโอกาสเห็นอาคารรัฐสภาอันโอ่อ่าและเป็นที่ประชุมของตัวแทนผู้ทรงเกียรติกันก็งานนี้แหละ เมื่อเดินทางไปถึงแล้วรอเวลาซักหน่อยก่อนเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงภารกิจให้ทราบ