วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

ถูกจับไม่รู้ข้อหาอะไร....(๒๘ เมษายน ๒๕๕๕)

เช้าวันหนึ่งขณะผมเดินทางไปถึงโรงพัก สภ.พานชั้นล่างซึ่งด้านในมีห้องควบคุมผู้ต้องหาอยู่
"กระผม ดาบตำรวจเวที เรือนปาง ปฏิบัติหน้าที่นายสิบตำรวจเวรประจำวันนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในห้องควบคุมมีึผู้ต้องหา ๓ คน เพศชาย เหตุการณ์ทั่วไปปกติครับ" สิบเวรเดินเข้ามารายงานเหตุการณ์ให้ทราบตามระเบียบปฏิบัติ



"ขอบคุณมากครับลุงเวที" ผมพูดกับสิบเวรซึ่งอายุมากกว่าผมไม่เท่าไรเองแต่แกชอบที่จะให้ใครๆ เรียกแกว่าลุง "เอ้อ ที่ลุงเวทีบอกว่าผู้ต้องหามี ๓ คนน่ะ ข้อหาอะไรบ้างล่ะลุง" ผมถามต่อ

"ครับผม คนแรกข้อหาเสพยาบ้า คนที่สองข้อหาพรากผู้เยาว์ สำหรับคนที่สามไม่รู้ข้อหาอะไร..."

"เอ๊ะ ยังไงนี่ลุง" ผมพูดแทรกขึ้นมาโดยที่สิบเวรยังตอบไม่ทันจบ "เป็นไปได้ยังไง การเข้าสิบเวรน่ะจะต้ิองรู้ซิ่ึครับว่าผู้ต้องหาในห้องขังถูกจับข้อหาอะไรกันบ้าง"

"นายครับ" สิบเวรพูดต่อ "คือ คนที่สามเนี่ยะ.."

"พอ พอแล้ว ไม่ต้องพูด อะไรกันเข้าเวรแต่ไม่รู้ว่าคนเขาถูกจับข้อหาอะไร" ผมตอบ "ไป ลุงเวทีเข้าไปดูในห้องขังกับผมเดี๋ยวนี้เลยแล้วเรียกเจ้าหน้าที่ประจำวันนำประจำวันที่บันทึกการจัุบกุมเข้าไปพบในห้องขังด้วย"



ผมพูดเสร็จสิบเวรก็บอกเจ้าหน้าที่ประจำวันซึ่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ กับห้องขังราว ๓-๔ เมตรตามที่ผมสั่งพร้อมเปิดประตูห้องควบคุมและเดินเข้าไปกับผม ภายในห้องควบคุมมีผู้ต้องหาเพศชาย ๓ คนตามที่ลุงแกบอกจริงๆ โดยแยกขังเป็น ๒ ห้องๆ แรกมี ๒ คน ส่วนอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ในสุดมี ๑ คน

ผมถามผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในห้องแรก ๒ คนนั้นก็ได้ความว่าคนแรกถูกจับข้อหาเสพยาบ้าส่วนอีกคนหนึ่งข้อหาพรากผู้เยาว์ตามที่ลุงแกบอกผมตอนถึงโรงพักเป๊ะ



"
สวัสดีน้อง" ผมพูดกับผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งซึ่งถูกขังอยู่คนเดียวในห้องด้านในสุด "เป็นไง ถูกจับข้อหาอะไรเหรอ"

"
สวัสดีครับอ้ายตำรวจ" ผู้ต้องหาคนนั้นตอบโดยเรียกผมว่าอ้ายหรือพี่ (ไม่เหมือนสิบเวรที่เรียกลุง (ฮา)) "ผมถูกจับไม่รู้ข้อหาอะไร...."

"
เอ๊ย!!!" ผมกึ่งพูดกึ่งอุทานโดยที่ผู้ต้องหายังอยากจะัพูดอะไรต่ออีกนิดหนึ่ง "เป็นไปได้ไงเนี่ย ทั้งคนถูกจับ ทั้งสิบเวรไม่รู้เลยว่าถูกจับข้อหาอะไร เฮ้อ เห็นทีผมจะต้องสังคายนาใหม่ซะแล้ว เอ้อ นี่ลุงเวที..."

"
นายครับ" เจ้าหน้าที่ประจำวันเดินเข้ามาหาในห้องขังพร้อมพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดกับสิบเวรจบ "นี่ครับ หลักฐานการจับกุมในบันทึกประจำวัน"

"
ขอบคุณมาก" ผมตอบแล้วดูรายละเอียดในประจำวันเสร็จแล้วยกให้สิบเวรและผู้ต้องหาคนนั้นดู "นี่ไงลุงเวที ข้อหาก็มีอยู่ทนโท่ในบันทึกประจำวันยังไม่รู้อีกว่าถูกจับข้อหาอะไร เอ้า ดูซะ"













"
ก็.." คราวนี้สิบเวรและผู้ต้องหาพูดออกมาเกือบจะพร้อมๆ กันด้วยข้อความเหมือนกันเป๊ะ "ผมยังพูดไม่จบเลยครับ สวป.ก็มาตัดบทซะก่อน เพราะจริงๆ แล้วน่ะผมจะบอกว่า..ไม่รู้ืข้อหาอะไรต่อมิอะไรนักหนาเพราะมันมากมายซะจนจำไม่หวัดไม่ไหว"

*************************

รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ


วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๒๗ เมษายน ๒๕๕๕)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น.ผมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าอาคารที่ทำการสถานีโดยก่อนชี้แจงและมอบหมายภารกิจได้ตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในเรื่องเครื่องแต่งกาย,อาวุธปืนประจำกาย,อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายตรวจและยานพาหนะแล้วพบว่าทุกความมีความพร้อมเป็นอย่างดี



เจ้าหน้าที่ผลัดนี้ประกอบด้วย
๑. ด.ต.นิพนธ์ ฟูแสง
๒. ด.ต.ณัฐพนธ์ แก้วศิริ
๓. ด.ต.เกรียงไกร ชัยปรีชา
๔. ด.ต.วุฒิพงษ์ สัทธานนท์



สำหรับภารกิจที่ชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ทรายและนำไปปฏิบัติสรุปได้ดังนี้
๑. วันนี้เป็นวันศุกร์ซึ่งตามปกติช่วงเวลากลางคืนมักจะมีผู้คนออกมานอกเคหสถานมากกว่าวันอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเทศบาลตำบลเมืองพานซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของสายตรวจรถจักรยานยนต์จึงขอให้เน้นการปฏิบัติให้เข้มข้นเป็นพิเศษ
๒. จุดสำคัญที่ควรจะต้องปฏิบัติเข้มข้นได้แก่จุดหรือสถานที่ที่มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก,ร้านอาหาร/สถานบริการที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์



๓. ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ีมที่มีแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดและจริงจังเพื่อให้เป็นไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาซึ่งได้สั่งการไว้ตามหนังสือตำรวจภูธรภาค ๕ ที่ ๐๐๒๐.๑๓๓/๑๑๘๗ ลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ได้แจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ทราบในการประชุมครั้งนี้
๔. การปฏิบัตินอกเหนือจากนี้ให้ดำเนินการตามที่เคยสั่งการไว้เมื่อการประชุมครั้งที่ผ่านๆ มา

เจ้าหน้าที่รับทราบ

ประชุมคณะวิทยากรโครงการการอบรมสมาชิกอาสาสมัครตำรวจชุมชน (๒๗ เมษายน ๒๕๕๕)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น.ผมเรีัยกประชุมคณะวิทยากรในส่วนของ สภ.พานเพื่อประชุมเตรียมความพร้อมในการเป็นวิทยากรให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายที่ห้องประชุมเล็ก สภ.พาน







คณะวิทยากรในส่วนของ สภ.พานประกอบด้วย ร.ต.ต.ธัชชัย วจีพิทักษ์กุล,ร.ต.ต.ฉลองชัย ปาสำลี,ร.ต.ต.บุญเรือง เกดุก,ร.ต.ต.สมศักดิ์ โกวฤทธิ์,ร.ต.ต.สมคิด กอบแก้ว,ร.ต.ต.สาโรจน์ คำมาบุตร และ ด.ต.พิชิต คงทน




การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งที่ ๓๓๙/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕ แต่งตั้งคณะทำงานฝึกอบรมตามโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนของตำรวจภูธร จังหวัดเชียงราย โดยคณะทำงานตามคำสั่งนี้มีผมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานจำนวนหนึ่งรับผิดชอบการฝึกตามหัวข้อที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้การฝึกอบรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการและผู้บังคับบัญชาจึงได้เรียกประชุมเพื่อ เตรียมความพร้อมในส่วนที่พวกเราได้รับมอบหมายในครั้งนี้ สำหรับการฝึกอบรมนั้นจะจัดให้มีขึ้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕



เสร็จสิ้นการประชุมเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น.

เพิ่มเติม :

ช่วงบ่ายใช้เวลาว่างจัดทำเอกสารคำบรรยายเกี่ยวกับการอบรมครั้งนี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็น (๒๖ เมษายน ๒๕๕๕)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น.ผมเดินทางไปตรวจเยี่ยมและแนะนำการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นพบ ร.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มณีจันสุข รอง สวป.กับพวกรวม ๖ คนตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าหน่วยบริการฯ ตามแผนการตรวจที่กำหนดไว้






การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ผมได้ให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่สรุปได้ดังนี้
๑. ขอบคุณที่ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งตลอดเรื่อยมา
๒. การตั้งจุดตรวจทุกครั้งนั้นพวกเราปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะนอกจากจะต้องถูกต้องตามที่กำหนดไว้แล้วพี่น้องประชาชนจะเกิดความเชื่อมั่นศรัทธาตำรวจเราในการทำงาน
๓. การปฏิบัติหน้าที่อย่าตั้งไว้ซึ่งความประมาทเพราะอาจเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นได้่ตลอดเวลา



๔. ระหว่างตั้งจุดตรวจขอให้ใช้ความสังเกตบุคคลหรือยวดยานพาหนะต้องสงสัยให้มากเป็นพิเศษ
๕. กรณีการตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัยให้ใช้เ้วลาหรือการปฏิบัติที่พี่น้องประชาชนเสียเวลาให้น้อยที่สุดยกเว้นกรณีที่มีเหตุสำคัญหรือจำเป็นจริงๆ
๖. หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจค้นหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แต่หากไม่มีการกระทำผิดให้กล่าวขออภัยในความไม่สะดวกต่อพี่น้องทุกครั้ง
๗. ให้บันทึกหรือรายงานผลการปฏิบัติแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน






ผมอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจนี้จนถึงเวลาประมาณ ๑๘.๓๐ น.จึงเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นต่อ