วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันนี้ที่ ภ.จว.น่าน (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ผมมาทำงานอำนวยการที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน (ภ.จว.น่าน) ซึ่งงานที่ทำก็จะเหมือนๆ กับทุกวันที่ผ่านมานั่แนหละครับเพราะฉะนั้นก็จะไม่ขอบรรยายซ้ำในส่วนนี้อีก


สำหรับงานสำคัญอื่นๆ วันนี้ที่ ภ.จว.น่านมีอยู่เรื่องหนึ่งครับที่จะขอบันทึกไว้นั่นก็คือเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น. พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่านเป็นประธานการแถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการแข่งขันกีฬาน่านเกมส์ของตำรวจน่านเราที่หน้ากองบังคับการซึ่งผมได้บันทึกภาพการแถลงข่าวครั้งนี้ไว้แล้วรายละเอียดคลิกดูได้ที่นี่

อนึ่ง ในส่วนรายละเอียดของข้อมูลการแถลงข่าวครั้งนี้คลิกดูได้ที่นี่นะครับ

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ร่วมประชุม Video conference ที่ สภ.แม่จริม (๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๖.๔๕ น.ผมเข้าร่วมประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพหรือ Video conference กับตำรวจภูธรภาค ๕ (ภ.๕) ที่ สภ.แม่จริมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่ง ภ.๕ จัดให้มีขึ้นโดย พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.๕ เป็นประธาน ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของทุกหน่วยงานตำรวจในสังกัด

การประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานสอบสวนและของศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดที่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติดำเนินการในเรื่องต่างๆ ตามนโยบายและที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งการมา ใช้เวลาในการประชุมจนถึงประมาณ ๑๘.๐๐ จึงเสร็จสิ้นจากนั้ินก็รีบกลับไปบ้านเพราะเย็นที่แม่จริมฝนฟ้าครึ้มมากเลยทีเดียวครับ
หลังจากทำธุระส่วนตัวทานข้าวทานปลาเรียบร้อยแล้วก็กลับไปนั่งที่โรงพักแม่จริมต่อ ทำโน่นทำนี่ ดูโน่นดูนี่เรื่อยเปื่อย คุยกับตำรวจที่เข้าเวรบ้าง กับพี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการซึ่งแม้จะไม่ค่อยมีบ้าง แล้วก็สำคัญที่ถือว่าเป็น "งานประจำที่สำคัญ" ก็นี่ครับรวบรวมข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม ผลการดำเนินการของตำรวจน่านเราทุกโรงพักรวมถึง ภ.จว.ด้วยขึ้นเผยแพร่ทางเฟสบุ๊ค (https://www.facebook.com/nan.police5) ให้พี่น้องประชาชนรับทราบว่าแต่ละวันหรือแต่ละช่วงพวกเราตำรวจน่านทำอะไรไปบ้าง ที่ไหน เมื่อไร อย่างไรประมาณนี้

การนำข้อมูลขึ้นเผยแพร่ทางเฟสบุ๊คนี้น้องๆ ตำรวจหลายคนเขาเคยสงสัยครับว่า "แหม แบบนี้นายก็ต้องอยู่หน้าคอมตลอดเวลาซิ่ครับ" หามิได้ขอรับพี่น้อง ยุคนี้สมัยนี้อยู่ที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่สำนักงานหรือที่ทำงานก็สามารถทำแบบนั้นได้ขอเพียงให้มีสัญญาณ Internet เท่านั้นเป็นพอ ส่วนใหญ่ผมนำข้อมูลที่พี่น้องตำรวจน่านเขาส่งเข้ามาทางไลน์ในกลุ่มรวมถึงเว็บไซต์ขึ้นเผยแพร่ทางโทรศัพท์มือถือครับเพราะแทบจะไม่มีจุดไหนที่ไม่มีสัญญาณ พอมีสัญญาณดัง "ตึ๊งๆ" มาผมก็เปิดดูในมือถือ อ้า นี่่ตำรวจโรงพักนั้นโรงพักนี้ คนนั้นคนนี้เขามีข้อมูลมีกิจกรรมนี่ ผมก็ copy ข้อมูล(ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงถ้อยคำนิดหน่อยให้ดูสละสลวย) รวมถึงภาพประกอบขึ้นเฟสบุ๊คตอนนั้นเลยจนเป็นนิสัย ที่ที่ทำงานนี้ก็เหมือนกัน เปิดคอมแล้วหากมีข้อมูลก็จะนำเผยแพร่ทางคอมด้วยเลยซึ่งง่ายกว่ามือถือนิดหน่้อยแต่ก็ไม่มีปัญหา ขอเพียงให้พี่น้องได้ทราบว่าแต่ละวันแต่ละช่วงเวลาพวกเรา "ตำรวจน่าน" ทำอะไรไปบ้างก็ดีใจแล้วครับผม

เรื่องเครียดก่อนนอน

วันนี้ช่วงเช้าประชุมตลอดเลยครับกว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยง หิวสุดๆ หิวจนตาลาย พอออกจากห้องประชุมปั๊บก็ตรงไปตลาดปุ๊บ เมื่อถึงร้านร้านหนึ่งผมบอกสาวเจ้าของร้านแสนสวยหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราว่า “น้อง อ้ายขอข้าวผัดไทยจานใหญ่ๆ จานหนึ่งนะ เร็วๆ หน่อยก็ดีจ้า หิวขนาด
น้องขายหื้ออ้ายบ่ได้เจ๊า” สาวสวยบอกผม “จะใด๊จะใดน้องก็บ่ขายหื้ออ้าย
เอ ยังไงเนี่ย ทำไมไม่ยอมขายให้เรา หน้าตาเรารึก็ดี๊ดีออกยังงี้” ผมคิดในใจแล้วถามว่า “จะใดน้องบ่ขายหื้ออ้ายล่ะ
ก็แหม อ้ายนี่” สาวสวยพูดพร้อมชะม้ายชายตาใส่ผม (แฮ่ะๆๆ) “น้องจะขายหื้ออ้ายได้จะใด ก็ร้านน้องน่ะมันเป็นร้านซ่อมรถเจ๊า
ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้อง ฝันดีกันทุกๆ คน

ร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาน่านเกมส์ (๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไป ตำรวจภูธรจังหวัดน่านร่วมกับนักเรียนนักศึกษาและพี่น้องประชาชนเขตอำเภอเมืองน่านจัดพิธีเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาน่านเกมส์ภาค ๕ ครั้งที่ ๔๒ ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐ มิถุนายนถึงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นี้ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน โดยนายกาจพล เอิบสุขสิริ รอง ผวจ.น่านให้เกียรติมาเป็นประธาน
การเดินรณรงค์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑ เพื่อให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงการเคารพกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและเป็นการประชาสัมพันธ์ก่อนการแข่งขันกีฬาครั้งนี้
๒. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาและพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของจังหวัด
๓. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจังหวัดน่านร่วมมือในการเป็นเจ้าภาพที่ดีในการช่วยกันดูและให้อำนวยความสะดวกให้แก่นักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดน่าน

เมื่อประธานทำพิธีเปิดแล้วผู้เข้าร่วมขบวนได้เดินรณรงค์ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่านต่อไป

ร่วมประชุม Video conference (๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไปผมเข้าร่วมประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video conference) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดยการประชุมในวันนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธานและที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกแห่งในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ โดยการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. สำหรับรายละเอียดขอไม่นำมาเปิดเผยครับ

วันเดียวกันช่วงเช้าบริษัทมิตซูน่าน (๙๙๙) จำกัดมอบน้ำดื่มจำนวน ๖๐๐ ขวดเพื่อสนับสนุนการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาน่านเกมส์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและพี่น้องประชาชนโดย พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รอง ผบก.ภ.จว.น่าน เป็นผู้รับมอบที่ ภ.จว.น่าน

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หน้าที่สำคัญของตำรวจ (๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๖)

<< รายละเอียดทั้งหมด >>

วันนี้ที่ ภ.จว.น่าน (๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้มาทำงานอำนวยการที่ ภ.จว.น่านอีกวันหนึ่งครับ งานก็เหมือนๆ กับทุกวันที่ผ่านมาแต่วันนี้ค่อนข้างมากสักหน่อยไม่ว่าจะเป็นงานเข้า งานผ่าน หรืองานที่จะต้องนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการ งานเอกสารก็งี้แหละจะต้องละเอียด รอบคอบ มีระเบียบอะไรที่เกี่ยวข้องก็จะต้องนำมาอ้างอิงรวมถึงเสนอความคิดเห็นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการหรือตัดสินใจ เราเองเป็นประมาณเหมือนฝ่ายเสนาธิการ ส่วนการตัดสินใจอย่างไร แบบไหน ซ้ายขวา เอาไม่เอาด้วยนั้นอยู่ที่ผู้บังคับบัญชา แต่ที่ผ่านมาวันนี้ผู้บังคับบัญชาหรือนายเซ็นผ่านทุกงานโดยไม่มีตีกลับมา ก็โล่งใจว่าเราทำงานไม่บกพร่อง สำคัญที่สุดก็คือน้องๆ เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายที่ทำไว้่ดี ขอบคุณทุกคนนะครับ
เวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น. ผบก.ภ.จว.น่านเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์และลดอุบัติเหตุการแข่งขันกีฬาน่านเกมส์เข้าร่วมประชุมที่ห้องทำงานของท่าน การประชุมครั้งนี้เป็นการสอบถามความคืบหน้าและการดำเนินการของแต่ละคนละฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบว่าดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร ตัดขัดตรงไหนเพราะจะมีการเดินรณรงค์ในวันพรุ่งนี้แล้วซึ่งพวกเราก็แจ้งนายว่าส่วนใหญ่เสร็จสิ้นเกือบครบถ้วนแล้ว ยังมีเพียงเล็กน้อยที่อยู่ระหว่างดำเนินการซึ่ีงจะแล้วเสร็จภายในวันนี้แน่นอน นายท่านก็กรุณาแนะนำว่าจะต้องทำแบบนั้น แบบนี้ ให้เสริมตรงนั้นตรงนี้ พวกเราก็รับข้อแนะนำของท่านไปปรับปรุงดำเนินการเพื่อให้งานนี้ออกมาดีที่สุดสมความตั้งใจของท่านผู้การครับ

ช่วงเที่ยงวันพวกเรารับประทานอาหารที่ ภ.จว.ซึ่งท่านผู้การกรุณาจัดเลี้ยงเป็นสวัสดิการตามปกติ

<< ภาพช่วงทานอาหารกลางวัน >>

หลังจากเสร็จงานที่ ภ.จว.น่านก็เดินทางกลับที่พักที่ สภ.แม่จริม ช่วงไปถึงได้พักหนึ่งเห็นตำรวจที่นี่กับลูกเมียไปตัดปลีกล้วยในสวนกล้วยน้ำว้าที่พวกเราตำรวจแม่จริมช่วยกันทำโครงการปลูกขึ้นเพื่อเอาไปทำอาหารเย็นทานก็ดีใจครับว่าโครงการนี้ได้ผลแฮะ ตอนนี้กล้วยของเรากำลังผลิดอกออกผล พวกเราที่นี่ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือครอบครัวก็ได้ประโยชน์จากมันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผล,ปลีกล้วยหรือส่วนอื่นๆ ไปทำอาหารทานก็อร่อย เด็กๆ ก็สามารถใช้บางส่วนไปทำการฝีมือส่งครูได้ ต่อไปจะขยายผลการผลิตออกสู่ตลาดแล้วเมื่อถึงตอนนั้นอย่าลืมอุดหนุนพวกเราบ้างนะครับ << ภาพประกอบในส่วนนี้ >>
กล้วยน้ำว้าที่ตัดได้แล้วตำรวจแม่จริมก็จะไปแขวนไว้ที่โรงพัก พอสุกได้ที่พวกเราก็ทานกันรวมถึงพี่น้องที่มาติดต่อราชการด้วย

ไปแม่จริมอย่าลืมแวะไปทานกล้วยกับพวกเรานะครับ มีทานตลอดทั้งปีเลย อร้อยอร่อย


วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหน้าสถานศึกษา (๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๖.๔๕ น.ผมเดินทางไปตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.แม่จริมที่ถนนสายแม่จริม-น่านบริเวณทางเข้าออกโรงเรียนแม่จริมพบ ด.ต.อัึครพงษ์ ตาแว่น อยู่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่นักเรียนและยวดยานพาหนะด้วยความเข้มแข็งและให้บริการอย่างเต็มกำลังความสามารถ จึงแจ้งขอบคุณเจ้าหน้าที่และขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเช่นนี้ตลอดไปเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน

การปฏิบัติหน้าที่หน้าสถานศึกษาของตำรวจจราจร สภ.แม่จริมนั้นมีจุดเดียวคือโรงเรียนแม่จริมแห่งนี้ทั้งนี้เนื่องจากโรงเรียนแม่จริมเป็นโรงเรียนใหญ่ มีจำนวนนักรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและยานพาหนะผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก อีกประการหนึ่งก็คือที่ สภ.แม่จริมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่จราจรเพียง ๓ นายและโรงเรียนหรือสถานศึกษาอื่นอยู่ไกลจากสถานีพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามหากที่ใดมีปริมาณการจราจรพลุกพล่านเราก็จะจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าไปดูแลเป็นครั้งคราว

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรแล้วก็เดินทางไปโรงพักพร้อมทั้งเคลียร์งาน สะสางงานที่ห้องสืบสวนใช้เวลาราว ๑ ชั่วโมงก็เรียบร้อย เหตุที่ต้องมาเคลียร์งานโรงพักในช่วงเย็นเพราะวันนี้ผมต้องไปทำงานอำนวยที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่านทั้งวัน ดีที่น้องๆ เจ้าหน้าที่สืบสวนเขาทำไว้ดีเลยไม่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สว.สืบสวน (พ.ต.ท.ภาวัติ แก้วนันวรา) ก็ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะน้อง

เคลียร์งาน สะสางงานที่ห้องสืบสวนเสร็จออกมานอกห้อง เอ้อ ดีแฮะ สุดยอด เพราะน้องๆ ตำรวจแม่จริมเขาทำภารกิจประจำวันทุกเย็นของเขาเหมือนเดิมนั่นก็คือการดูแลรักษาความสะอาด รดน้ำต้นไม้ พรวนดิน ถอนหญ้าที่รกๆ รอบบริเวณโรงพักกันนั่นเอง ดีแล้วครับโรงพักของเราจะได้สะอาดสะอ้าน ใครไปใครมาก็จะสดชื่น ดูร่มรื่นน่ามาใช้บริการ ขอบคุณทุกคนนะครับ (คลิกดูภาพประกอบทั้งหมดในส่วนนี้ได้ที่นี่ครับ)

อีกพัำกหนึ่งพระอาทิตย์ใกล้จะอัสดงหน้าโรงพักก็เดินทางเข้าที่พักซึ่งอยู่ห่างจากออกไปไม่ถึง ๒๐ เมตรเพื่ออาบน้ำอาบท่าหุงหาทำอาหารเย็นกินกันเองตามประสาแม่จริม
สำหรับอาหารเย็นเย็นนี้พวกเราตำรวจแม่จริมซึ่งพักอยู่ที่ห้องแถวทำกันเองครับ ช่วยกันคนละไม้ละมือเสร็จแล้วก็ทานร่วมกัน เป็นอาหารพื้นเมืองนั่นก็คือลาบหมู อร้อยอร่อย ประหยัด สำคัญก็คือได้ความสามัคคีกลมเกลียวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างพวกเราด้วยกัน

หลังจากทานข้าวทานปลา อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วก็ไปนั่งทำงานที่โรงพักต่อ สนุกดีชีวิตเรา อ้ะฮ้า

เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาน่านเกมส์ (๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.เป็นต้นไปผมเข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาน่านเกมส์ ณ ห้องประชุม ภ.จว.น่าน โดย พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่านเป็นประธาน ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดและเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ ๕๐ คน

การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดน่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติภาค ๕ ครั้งที่ ๔๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ มิถุนายนถึง ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นี้ โดยมีนักกีฬาจาก ๑๕ จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเรามีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การสร้างความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรระหว่างการแข่งขันครั้งนี้ซึ่งประธานได้แจ้งและเน้นย้ำให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง

อนึ่ง เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติืครั้งนี้ในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ จังหวัดน่านกำหนดให้มีกิจกรรมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ลดอุบัติเหตุและเสริมสร้างวินัยการจราจรขึ้นระหว่างเวลา ๑๑.๓๐-
๑๔.๐๐ น.ในเขตเทศบาลเมืองน่านซึ่งในส่วนของผมนั้นได้รับมอบหมายเป็นเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการและหัวหน้าคณะทำงานด้านประ่ชาสัมพันธ์อีกส่วนหนึ่งด้วย

เสร็จสิ้นการประชุมเวลาประมาณ ๑๑.๔๕ น.

ต่อมาช่วงบ่ายเวลาประมาณ ๑๓.๓๐ น.เป็นต้นไปได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับคณะกรรมการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาน่านเกมส์และคณะครูจากโรงเรียนต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่านที่จะจัดนักเรียนและวงดุริยางค์เข้าร่วมรณรงค์ครั้งนี้ในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.น่านซึ่ง พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่านเป็นประธาน

การประชุมครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมและรับทราบปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องรวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ถ้ามีและข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อให้การดำเนินการในวันดังกล่าวเป็นไปอย่างเรียบร้อย ราบรื่น โดยการประชุมครั้งนี้เสร็จสิิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สวัีสดีวันหยุด (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖)

"สุขเถิดประชา ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย" คำคำนี้หลายท่านคงจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง บางคนก็บอกว่าดี บางคนก็บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ต้องมาคุยหรืออ้อนวอนขอความเห็นใจอะไร บางคนก็เฉยๆ แต่ไม่ว่าใครจะคิดจะพูดอย่่างไรก็ตามนี่ก็คือส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งของตำรวจเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจโรงพัก 

"ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย" มีหลายอย่างหลายประการ เช่นอาจจะออกตรวจตราดูแลท้องที่ การตั้งจุดตรวจ สืบสวนจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายหรือผู้ที่ตั้งใจจะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความไม่ปลอดภัยหลายอย่าง แต่อีกอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญไม่แพ้กันก็คือการออกพบปะเยี่ยมเยียนพูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบกับพี่น้องในลักษณะคุยกันใกล้ชิด มีอะไรก็พูดก็จาปรึกษาหารือกัน "พี่น้องครับมีอะไรให้ตำรวจรับใช้บ้างครับ, พี่น้องครับเป็นไงบ้างที่บ้านเดี๋ยวนี้วัยรุ่นซิ่งเยอะไหม,พี่น้องครับ วันนี้ได้กำไรมากไหม ฯลฯ " ครับเยอะแยะยิ่งที่จะพูดจะคุย ยิ่งถ้าเข้าไปพบปะเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆ เข้าจนเกิดเป็นความคุ้นเคยกันแล้วทีนี้แหละครับอะไรๆ ที่เคยยากก็จะเป็นง่ายขึ้นๆ 

ภาพประกอบวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการออกพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนของผม พี่น้องตำรวจลองทำดูกันนะครับแล้วท่านจะได้อะไรอีกหลายๆ อย่างที่คาดไม่ถึง


วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรื่องหลอกลวงในโลกของตำรวจ : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖)

เรื่องหลอกลวงในโลกของตำรวจ

“สถิติอาชญากรรมมันลดลงตลอดแบบนี้ คุณจะของบประมาณ ขออัตรากำลังคนเพิ่มได้ยังไง และในความเป็นจริงมันก็ไม่ใช่ด้วย” นายตำรวจใหญ่แสดงความเห็นต่อเพื่อนๆ น้องๆ ที่นั่งอยู่ในที่นั้น


“พวกเราทุกคนก็รู้กันอยู่เต็มอกว่ามันไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริง สถิติไม่ได้ลดลง แต่ในเมื่อฝ่ายบริหารไม่พร้อมที่จะให้ผู้ปฏิบัติรายงานตัวเลขตามสภาพความเป็นจริง...ฝ่ายบริหารรับความจริงไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จะเป็นอยู่อย่างนี้...ไม่มีอะไรดีขึ้น” ความคิดเห็นต่างๆ พรั่งพรูด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ไม่แตกต่างกันมากนักกับบทบาทของการ “จัดทำรายงานสถิติให้ดูสวยงาม”

อีกทั้งตัวเลขที่สวยงามเหล่านี้เป็นกลไกในการชี้เป็นชี้ตายตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ถึงแม้ว่านายจะรู้อยู่เต็มอกว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องหลอกลวง “ก็แต่งแต้มให้มันสมเหตุสมผลหน่อยรักษาหน้านายด้วย” นายตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความจำเป็นต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ใครๆ ก็ปฏิบัติกันมา ถึงแม้ทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ควรทำและไม่อยากทำแต่ก็มีความจำเป็นต้องทำ พร้อมทั้งโยนลูกให้นายเป็นผู้แก้ปัญหา “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายว่าต้องการยังไง สั่งมาเถอะผู้ปฏิบัติทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” คำพูดประชดประชันของตำรวจผู้ปฏิบัติ

วัฒนธรรมการทำบัญชีแยกเล่ม ถึงแม้ว่าจะดีกว่าการไม่รับคดีก็ตาม แต่ก็ทำให้ระบบการบริหารจัดการและการเข้าใจถึงสภาพความรุนแรงของปัญหาของผู้บริหารระดับสูงขาดประสิทธิภาพและนำมาซึ่งความล้มเหลวในการกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ เช่น การบริหารจัดการทรัพยากร งบประมาณและกำลังคนที่เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงของปัญหาถูกมองข้ามไป

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็ยังคงเป็น "ตำีรวจผู้ปฏิบัติงาน” ที่ต้องทำงานตามสภาพปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ท่ามกลางความขาดแคลนและข้อจำกัดต่างๆ มากมายและนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดข้ออ้างถึงความจำเป็นต้องหาเงินนอกระบบมาทำงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ? “หัวหน้าสถานีคนไหนมีคุณธรรมมีจริยธรรมก็ดีไป ถ้าไปเจอประเภทนักวิ่งนักธุรกิจ ทีนี้แหละไปดูได้ ตำรวจในโรงพักมันมึนกันหมดแหละ สุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบก็ประชาชน”

อีกไม่นานภาวะไร้พรมแดนจะเกิดขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน สิ่งที่ตามมาคือปัจจัยเอื้อต่อการเกิดอาชญากรรมย่อมมากขึ้นด้วย ไม่เพียงเฉพาะจำนวนครั้งของการเกิดอาชญากรรมที่มากขึ้นเท่านั้น หากแต่ความซับซ้อนของการก่ออาชญากรรมย่อมมากขึ้นด้วย นั่นหมายถึงความจำเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะต้องทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้ประสิทธิภาพในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน (ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจไทย) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือว่ารัฐบาลไทยก็มีวัฒนธรรมไม่แตกต่างจากองค์กรตำรวจคือนิยมสั่งแห้งเช่นเดียวกัน!

ครึ่งทศวรรษที่ผ่านมานี้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่รับรู้ว่า...

หากขโมยขึ้นบ้านหรือรถจักรยานยนต์หายอย่าหวังว่าจะได้ตัวคนร้ายหรือได้ของคืน “แค่ขอให้พนักงานสอบสวนมาดูที่เกิดเหตุยังอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีก” มิใช่ว่าจะตำหนิเพ่งโทษพนักงานสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนเองก็หมุนรอบทิศทางจนไม่รู้ว่าจะเริ่มไปตรงไหนก่อนดี “ขนาดได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนยังไม่อยากจะอยู่กันเลย พนักงานสอบสวนที่มีโอกาสขอย้ายออกหมดแหละ” พนักงานสอบสวนระดับ สบ ๓ พูดถึงสถานการณ์ที่สะท้อนถึงความกดดันของภาระงานในกลุ่มพนักงานสอบสวน

การไปแจ้งความที่สถานีตำรวจของประชาชนก็มิได้ไปด้วยความหวังที่จะได้ตัวคนร้ายหรือได้ทรัพย์สินคืน หากแต่เป็นการแจ้งความไว้เพื่อมิให้คนร้ายนำทรัพย์สินเช่นรถจักรยานยนต์ไปกระทำผิดแล้วส่งผลกระทบต่อตนเองในอนาคตเพียงเท่านั้น ก็แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อการทำงานของตำรวจลดน้อยลงเรื่อยๆ “เดี๋ยวนี้แค่หวังว่าขโมยมันไม่กลับมาขโมยซ้ำอีกยังหวังไม่ได้เลย”

ผู้นำตำรวจจะยังปล่อยให้ศรัทธาของประชาชนเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ โดยไม่พัฒนาหรือแก้ไขระบบการบริหารจัดการบ้างเลยหรือ? หากไม่ทำเพื่อลูกน้องผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ก็โปรดทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนด้วยเถิด!

ที่มา : http://goo.gl/NIvUU

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

งานประจำที่สำคัญ (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ที่จังหวัดน่านผมทำงาน ๒ แห่งคือที่โรงพักแม่จริมซึ่งเป็นตำแหน่งหลักของผม (รองผู้กำกับการสืบสวน) และที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่านในตำแหน่งรองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการตามที่ผู้บังคับบัญชากรุณามอบหมาย การทำงานก็ต้องแบ่งภาคกันระหว่างสองแห่งนี้ วันนี้ทำงานที่โรงพัก วันพรุ่งนี้ทำงานที่ตำรวจภูธรจังหวัดฯ ถือเป็นความภูมิใจอย่้างหนึ่งที่นายมองเห็นความสำคัญของเรา ก็อย่างที่เคยบอกแหละครับว่าผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถพึงมีทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อ "พี่น้องประชาชน" และ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เป็นสำคัญ

พูดถึงงานอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากงานสองที่สองแห่งที่ว่านั้นผมยังมี "งานประจำที่สำคัญ" เพิ่มอีกงานหนึ่ง งานนี้เป็นความตั้งใจและความต้องการของผมเองเพราะคิดว่าดี มีประโยชน์และสำคัญมากในยุคโลกไซเบอร์นี้นั่นก็คือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว กิจกรรม ผลงานต่างๆ ของตำรวจจังหวัดน่านเราออกสู่สาธารณชนครับ ยุคนี้จะมัวแต่เก็บตัวอยู่แต่ในถ้ำหรือบ้านหรือหน่วยงานของตัวเองเพียงลำพังโดยไม่บอก ไม่กล่าว ไม่แจ้ง ไม่แสดงอะไรที่ดีๆ ให้พี่น้องประชาชนรับทราบไม่ได้แล้ว แบบนั้นมันยุค "ไดโนเสาร์เต่าล้านปี" ยิ่งเดี๋ยวนี้การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนทำได้ง่ายมาก อะไรที่ดีๆ มีประโยชน์ๆ ก็ต้องนำออกเผยแพร่ รวมถึงพี่น้องประชาชนสามารถแจ้งหรือเสนอแนะข้อคิดเห็นดีๆ แก่พวกเราได้ในตัวอีกด้วยผมจึงจัดทำ Facebook ในนามของตำรวจภูธรจังหวัดน่านขึ้นมาเพื่อใช้ในการนี้

Facebook ตำรวจภูธรจังหวัดน่านใช้ชื่อนี้ครับ https://facebook.com/nan.police5 ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอไม่ว่าจะเป็นภาพและรายละเอียดอื่นๆ ผมนำมาจาก Facebook ของโรงพักต่างๆ ใน ภ.จว.น่านรวมถึงที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ตำรวจน่านเราแจ้งเข้ามาทาง Line กลุ่มตำรวจน่าน ซึ่งแต่ละวันจะมีเข้ามาพอสมควร เมื่อมีข้อมูลที่ว่านี้ผมก็นำเสนอใน Facebook ภ.จว.น่านเพื่อให้พี่น้องได้รับทราบกันอีกทางหนึ่ง แล้ววิธีการนำเสนอก็ไม่ยากเพราะสามารถใช้ได้ทั้งทางคอมพิวเตอร์เมื่ออยู่ที่สำนักงาน,ที่บ้านหรือที่ไหนที่มีคอม อีกอย่างหนึ่งก็ใช้จากมือถือนี้แหละไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนขอให้มีสัญญาณเน็ตเถอะทำได้หมด พี่น้องส่งเข้ามาและเรามีเวลาก็นำเสนอให้ทันที ผมทำแบบนี้จนถือว่าเป็น "งานประจำที่สำคัญ" ของผมไปแล้ว สนุกดีครับพี่น้อง

ว่างๆ ถ้ามีเวลาอย่าลืมเข้ามาเยี่ยมชม Facebook ภ.จว.น่านของเราบ้างนะครับ
https://facebook.com/nan.police5

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันนี้ที่ ภ.จว.น่าน (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ผมมาทำงานอำนวยการที่ ภ.จว.น่านครับ งานที่รับผิดชอบก็เป็นงาน ศปก.(ศูนย์ปฏิับัติการ), งานเทคโนโลยีและการข่าว,งานป้องกันปราบปรามและจราจร ซึ่งวันนี้มีไม่ค่อยมากนักทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อยโอเคเลยละ ก็จะทำหน้าที่ในความรับผิดชอบของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถจะพึงมีเพราะคิดว่าหน้าที่คืองานและงานคือหน้าที่ แบบนี้ทุกอย่างก็ไร้ปัญหา

ผมยังเหลืออายุราชการอีก ๗ ปี โชคดีที่เกิดหลังวันที่ ๒ ตุลาคมจึงได้บวกเพิ่มอีก ๑ ปีรวมเป็น ๘ ปี แต่เพิ่งได้รับตำแหน่งรอง ผกก.มาเมื่อปลายปีที่แล้ว อายุราชการที่เหลืออยู่นี้ตามทฤษฎีแล้วถึงตำแหน่ง ผกก.แต่ว่าในทางปฏิบัติไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าตัวเองเดินทางมาถึงตำแหน่งสุดท้ายของการรับราชการแล้ว ก็จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะถือเป็นตำแหน่งสูงสุดที่เราได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยคิดเคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ทำไงได้ แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยินดีกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เขาได้รับเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งในวาระและโอกาสต่างๆ หน้าที่ของเราคือทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่าให้ขาดตกบกพร่องก็พอ

เหมือนเดิมครับการทำงานอำนวยการที่ ภ.จว.น่านนี่ทุกวันทำการช่วงกลางวันพวกเราได้อิ่มอร่อยและฟรีด้วยจากการจัดเลี้ยงของท่านผู้การ พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ขอบคุณมากนะครับนาย

<< ภาพทั้งหมด >>

ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้คณะวิทยากรครู ก ศูนย์ OSCC (One Stop Cirsis Center) ของจังหวัดน่านซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจาก ภ.จว.น่านที่มีผมรวมอยู่ด้วยแล้วก็พัฒนาสังคมฯ (พม.),แรงงานและสำนักงานสาธารณสุขจะจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ที่โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่านตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๐๐ น.ซึ่งคณะวิทยากรได้จัดทำบรรยายสรุปในรูปแบบ PowerPoint ไว้แล้วผมจึงนำออกเผยแพร่ให้พี่น้องตำรวจน่านทุก สภ.ที่จะต้องเข้ารับการอบรมทราบเพื่อศึกษาล่วงหน้าก่อนการอบรมจริง สำหรับการส่งเอกสารของตำรวจเราเดี๋ยวนี้ก็ง้ายง่ายครับ สะดวก สบายและประหยัดโดยเราส่งกันทาง E-cop ซึ่งเป็นระบบ Intranet ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปอีกเยอะเลยทีเดียว (รายละเอียดกรุณาคลิกหรือ download ได้ที่นี่)

อีกอย่างหนึ่งวันนี้ ผบก.ภ.จว.น่านได้ลงนามแต่งตั้งผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้มีผลการปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ โดยคณะกรรมการที่เหลือก็มี พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.น่าน เป็นประธาน , พ.ต.ท.นพดล ทิพย์ศักดิ์ สว.อำนวย ภ.จว.น่าน เป็นกรรมการและเจ้าหน้าที่อีก ๓ นาย ซึ่งผมก็จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี เป็นธรรมและยุติธรรมที่สุด ในส่วนของงานอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็ธรรมดา พื้นๆ แบบงาน routine ทั่้วไปครับพี่น้อง

นำเสนอ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้คณะวิทยากรครู ก ศูนย์ OSCC (One Stop Cirsis Center) ของจังหวัดน่านซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจาก ภ.จว.น่าน,พัฒนาสังคมฯ (พม.),แรงงานและสำนักงานสาธารณสุขจะจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ที่โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่านตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๐๐ น.ซึ่งคณะวิทยากรได้จัดทำบรรยายสรุปในรูปแบบ PowerPoint ไว้แล้ว จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้พี่น้องได้รับทราบรวมถึงนำไปใช้ในการปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ของตนเองต่อไปในวันนี้

สำหรับรายละเอียดกรุณาคลิกหรือ download ได้ที่นี่นะครับ

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันนี้ที่ ภ.จว.น่าน (๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ผมไปทำงานอำนวยที่ ภ.จว.น่านครับหลังจากเมื่อวานทำงานที่โรงพักแม่จริม ช่วงเช้าต้องออกเดินทางจากบ้านที่ สภ.แม่จริมค่อนข้างเช้าหน่อยเพราะจะต้องมีงานประชุมตั้งแต่เช้า ระยะทางจากแม่จริมถึงตัวเมืองน่านราวๆ ๓๘ กิโลเมตร ตามปกติใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาทีเศษๆ แต่ช่วงหลังฝนตกลงมาทุกวันทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกราว ๑๐-๒๐ นาทีทำให้ต้องออกเช้าหน่อย แต่ก็ดีตื่นเช้าทำให้สดชื่นกว่าตื่นสาย ได้งานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ไปถึงที่ทำงานที่ ภ.จว.น่านราวๆ แปดโมงเศษ ดูนั่นดูนี่ที่จะต้องนำเข้าที่ประชุมเรียบร้อยแล้วเวลาแปดโมงครึ่งก็เข้าห้องประชุมซึ่งห้องประชุมก็ติดกับที่ทำงานผมนั่นเองเป็นห้องประชุมของศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) ตำรวจภูธรจังหวัดน่านครับ
แปดโมงครึ่งเป๊งเริ่มประชุม โดยวันนี้เป็นการประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพหรือ Video conference ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีขึ้นทุกสัปดาห์ ซึ่งตามปกติจะประชุมเช้าวันอังคารแต่เมื่อวานท่าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ติดราชการสำคัญจึงเลื่อนมาเป็นวันนี้ การประชุมวันนี้ ผบ.ตร.เป็นประธานโดยผู้หลักผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอยู่ที่ ศปก.กรุงเทพมหานคร (ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ส่วนตำรวจที่เหลือซึ่งก็ทุกหน่วยงานนั่นแหละครับประชุมที่ทำงานทำงานของตนเอง แบบนี้สบายหน่อยไม่ต้ิองเดินทางไกลเปลืองค่ารถค่ารถเสียเวล่ำเวลาเหมือนเมื่อก่อน

การประชุม Video conference วันนี้ (รวมถึงทุกๆ ครั้ง) ตำรวจน่านที่ทำงานฝ่ายอำนวยการจะประชุมกันที่ห้องนี้ ส่วนตำรวจโรงพักก็จะประชุมที่โรงพักของตนเอง สำหรับ ภ.จว.น่านวันนี้ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.น่านเป็นประธานที่เหลือก็มีผมและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายอำนวยการที่ไม่ติดภารกิจสำคัญเข้าร่วมประชุม โดยสาระสำคัญของการประชุมวันนี้มีดังนี้
๑. เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
๒. กองบัญชาการตำรวจทุกแห่งรายงานผลการปฏิบัติห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
๓. ประธานสอบถามความคืบหน้าและเรื่องราวต่างๆ
๔. ข้อสั่งการของประธาน
เสร็จสิ้นการประชุมเวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น.ซึ่งหลังจากประชุมเสร็จแล้วก็ทำงานต่อที่นี่ครับ

ต่อมาช่วงบ่ายตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไปผมเดินทางเข้าร่วมประชุมคณะวิทยากรครู ก ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC : One Stop Cirsis Center) ที่ห้องประชุมย่อยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่านซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลากลาง ผู้เข้าร่วมประชุมมีเจ้าหน้าที่ ๔ หน่วยงานซึ่งประกอบด้วยฝ่ายตำรวจ,แรงงาน,สาธารณสุขและ พม.ฝ่ายละ ๒ คนรวมเป็น ๘ คน สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการดำเนินการจัดอบรมครู ข หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ซึ่งก็คือฝ่ายตำรวจ,แรงงาน,สาธารณสุขและ พม.ภายในจังหวัดให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตนเองได้โดยพวกเราครู ก จะทำหน้าที่ถ่ายทอดให้ความรู้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับการอบรมให้ความรู้นั้นกำหนดไว้ในวันที่ ๒๕ เดือนนี้ที่โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่านตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๐๐ น. โดยที่ประชุมขอให้พวกเราซึ่งผ่านการอบรมมาแล้วระหว่างวันที่ ๓๐-๓๐ พฤษภาคมที่ผ่านมาไปเตรียมตัวทำการบ้านมาให้ดีให้พร้อมที่จะเป็นวิทยากรได้ซึ่งไม่น่าจะมีปัึญหาสำหรับพวกเรา เก่งกันทั้งนั้น (อันนี้ผมคิดคนเดียวนะ (ฮา)) สำหรับการประชุมในส่วนนี้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น.หลังจากประชุมเสร็จก็กลับ ภ.จว.น่านไปทำงานต่อครับ

เลิกงานจาก ภ.จว.น่านก็เดินทางกลับโรงพักแม่จริม พอไปถึง เอ้อ ดีแฮะ เห็นน้องๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นี่เขากำลังช่วยกันคนละไม้ละมือในการสร้างห้องครัวของโรงพักขึ้นมาก็เลยเข้าไปช่วยเขาหน่อย แบบว่าไม่อยากเอาเปรียบลูกน้องน่ะ สำหรับห้องครัวที่ว่านี้พวกเราต่อเติมบริเวณหลังอาคารงานสืบสวนและงานป้องกันปราบปรามครับ ใช้งบไม่มากแทบทุกอย่างพวกเราช่วยกันออกช่วยกันแชร์ คาดว่าอีกไม่นานคงจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นพวกเราก็จะมีห้องครัวทำอาหารอย่างถาวรกันซะที << ภาพทั้งหมดของการสร้างห้องครัว >>

ขอบคุณสำหรับการเยี่ยมเยือนนะครับ

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันนี้ที่แม่จริม (๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วันนี้ผมทำงา่นที่ สภ.แม่จริมครับ ก็สลับสับเปลี่ยนกับการไปทำงานอำนวยการที่ ภ.จว.น่าน ที่โรงพักที่กองบังคับการบ้างสนุกดี

ที่แม่จริมวันนี้ฝนตกพอสมควร ยิ่งกลางคืินที่ผ่านมาด้วยซ้ำร้ายเลย ตกเหมือนกันฟ้าจะทะลุปานนั้น อย่างว่าแหละหน้านี้หน้าฝนถ้าฝนไม่ตกกระดูกระไร ตกมาเถอะไม่ว่าแต่อย่าให้มากถึงขนาดน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะตลิ่้งหรือภูเขาก็แล้วกันแบบนั้นชาวบ้านเดือดร้อนแน่เลย ตอนกลางวันฝนฟ้ามีตกบ้างนิดๆ หน่อยๆ ปรอยๆ แป๊บเดียวก็หยุด แต่บนท้องฟ้าก็มีเมฆครึ้มดำทะมึนอยู่แบบนั้นทั้งวัน ถนนหนทางส่วนใหญ่จะเปียกน้ำฝนแทบทั้งนั้น การขับรถขับราค่อนข้างลำบาก ยิ่งเส้นทางแม่จริมด้วยแล้วหนักกว่าที่อื่นเป็น ๒-๓ เท่าเพราะถนนค่อนข้างคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามเขา ดีที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในวันนี้และวันที่ผ่านๆ มา นั่นแสดงว่าพี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนนค่อนข้างจะระวังนั่นเอง ดีแล้วครับพี่น้อง ถึงที่หมายช้าสักนิดดีกว่าไม่ถึง ก็ฝากกันไว้ด้วย

สำหรับงานวันนี้ผมไม่ได้ออกนอกโรงพัก ทำมันในโรงพักนี่แหละรวมทั้งน้องๆ เจ้าหน้ืาที่สืบสวนที่ผมรับผิดชอบกำกับดูแลด้วย วันนี้เราจะเน้นในเรื่องงานเอกสารเสียเป็นส่วนใหญ่ หมายจับค้างเก่า แผนประทุษกรรมเก่าๆ ของคนร้ายอะไรประมาณนี้เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับใช้ในงานต่อไป อย่างเช่นหมายจับที่ยังจับไม่ได้มีกี่หมาย เรื่องอะไรบ้าง ผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน การจะติดตามจับกุมตัวควรทำอย่างไร ในส่วนของแผนประทุษกรรมก็ต้องดูเพราะส่วนใหญ่การกระทำผิดของคนร้ายนั้นถ้าเป็นคนเดียวกันการกระทำจะคล้ายๆ หรือเหมือนกัน เราก็จะเอาส่วนนี้มาประชุม มาวิเคราะห์มาหาแนวทางว่าคดีบางคดีที่ยังไม่รู้ตัวคนกระทำผิดนั้นน่าจะเป็นคนไหน พวกไหนโดยเอาแผนประทุษกรรมนี้มาเปรียบเทียบครับ ซึ่งวันนี้ก็ได้ข้อสรุปหลายรายเหมือนกัน

ภาพซ้ายมือเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของสายงานป้องกันปราบปรามซึ่ง พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก เป็นรองผู้กำกับการ งานป้องกันปราบปรามอยู่อาคารเดียวกันกับงานสืบสวนครับ แบ่งกันคนละห้อง อยู่กันสบายๆ เพราะที่แม่จริมมีตำรวจไม่มาก (ราวๆ ๔๕ คนตั้งแต่ผู้กำกับการลงมา) ดีครับแบบนี้มีความอบอุ่น มีความผูกพัน มีความสนิทสนมมากกว่าโรงพักที่มีตำรวจมากๆ เพราะไม่ค่อยได้เจอะเจอกัน ใครออกเวรมาแล้วก็กลับบ้าน ส่วนใหญ่จะเข้าเวรใหม่ก็มาแทน เรียกว่าบางครั้งอาทิตย์หนึ่งๆ ตำรวจแทบไม่เห็นหน้ากันทุกคนก็ได้ ไม่เหมือนโรงพักเล็กๆ ที่เห็นกันทุกวัน การทำงานก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย แลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายมีต่อกัน งานก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
บ่ายๆ แก่พวกเราตำรวจแม่จริมช่วยคนละไม้คนละมือปลูกต้นคนละต้นสองต้้นรอบๆ อาคารบ้านพักเพื่อรับหน้าฝนที่ย่างกรายเข้ามา รวมถึงเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อให้ดี ร่มรื่น เย็นตาอีกด้วย การปลูกนี้ไม่เฉพาะตำรวจเราเท่านั้นหรอกครับ ลูกเมียตำรวจที่พักอยู่ห้องพักก็มาช่วยกันอีกแรงหนึ่งด้วย ปลูกเสร็จก็แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันว่าบริเวณนั้นบริเวณนี้ใครคนไหนรับผิดชอบ ใครต้องดูแลรดน้ำพรวนดินจนกว่าจะโตกัุนไปข้างนั่นแหละ

ปลูกต้นไม้หน้าฝนนี่ดีอย่างนะผมว่า ไม่ต้องไปกังวลเรื่องการรดน้ำ ใช้น้ำฝนธรรมชาตินี่แหละเพียงแต่คนดูแลรับผิดชอบต้องเอาใจใส่นิดหนึ่งไม่ให้น้ำไปขังเฉอะแฉะโคนต้นไม่งั้นตายแน่เลยทั้งต้นไม้และคนปลูก (ฮา)
นี่เป็นกล้วยน้ำว้าที่พวกเราช่วยกันปลูกครับ โดยโรงพักแม่จริมได้จัดทำโครงการประเภทเศรษฐกิจพอเิพียงอยู่หลายโครงการ โครงการนี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการที่ว่า กล้วยน้ำว้านี้พวกเราใช้บริเวณข้างโรงพักทางทิศใต้เป็นที่ปลูก ปลูกกันเยอะเลยทีเดียวประมาณ ๕๐ ต้นเห็นจะได้ มีกล้วยให้กินทั้งปี รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ของมันก็สามารถนำมาใช้มาบริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นปลีกล้วยที่พวกเราตำรวจและครอบครัวนำไปปรุงอาหารเสมอๆ อร้อยอร่อย ต้นกล้วยนี่ก็โอเคทำอาหารได้ ยิ่งใครมีฝีมือซักหน่อยแล้วคนเห็นหรือคนกินน้ำลายไหลกันเป็นแถว พวกเราใช้ประโยชน์จากมันแทบทุกอย่างครับ ใบกล้วยนี่ก็เอาไปห่้อขนม บางทีเด็กๆ ลูกตำรวจก็มาตัดเอาไปทำเป็นการฝีมือส่งคุณครูที่โรงเรียน เห็นแล้วชื่นใจครับพี่น้อง
ช่วงกลางคืนคืนนี้อยู่เหย้าเฝ้าโรงพักครับ

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"ตำรวจกับการเมือง" เหรียญสองด้านของอำนาจ! (๑๐ มืิถุนายน ๒๕๕๖)

เมื่อวันที่ ๒๒ มี.ค.ที่ผ่านมา (๒๕๕๕ : ผู้รวบรวม) คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา จัดการสัมมนา เรื่อง"ตำรวจกับการเมือง" ที่ห้องแกรด์บอลรูมชั้น ๓ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กทม. โดยมีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รศ.จุรี วิจิตรวาทการ อดีตอธิการบดีนิด้า และพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร. ร่วมบรรยายให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งนักวิชาการ ข้าราชการตำรวจและบุคคลที่สนใจร่วม ๑๐๐ คนรับฟัง

"ข่าวสด" รวบรวมประเด็นน่าสนใจ รายงานดังนี้


วิษณุ เครืองาม

เรื่องตำรวจกับการเมืองที่ยุ่งอยู่ทุกวันนี้เนื่องจากตำรวจไปแทรกแซงการเมืองและการเมืองมาแทรกแซงตำรวจ

อีกทั้งตำรวจและการเมืองต่างเข้ามามีอิทธิพลต่อกันและกัน ซึ่งปฎิสัมพันธ์เช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหา แต่ไม่ได้เกิดปัญหาเฉพาะกับตำรวจแต่เกิดขึ้นกับข้าราชการในทุกหน่วยงาน

สิ่งที่ตำรวจแตกต่างจากข้าราชการประเภทอื่นคือ ตำรวจมีอำนาจที่มาจากกฎหมาย ทั้งการจับกุมคุมขัง มียศ ซึ่งยศนี่แหละที่จะเอาเป็นเอาตายกันให้ได้และมีโอกาสที่จะสร้างประโยชน์หรือโอกาสที่จะทำให้เสียประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง โอกาสที่จะทำให้คนรวยขึ้นหรือจนลง โอกาสที่จะทำให้คนชนะหรือแพ้ สิ่งเหล่านี้ข้าราชการอื่นไม่มี ทั้งหมดนี้ฝรั่งพูดไว้นานเเล้วว่าคือ PRO (โปร) ตัวP (Power) คือตำรวจมีอำนาจ R (Rank) คือ มียศ และ O (opportunity) คือมีโอกาส

ทุกวันนี้ที่ตำรวจขวนขวายจะเป็นจะตายก็เพราะ "โปร" นี่แหละ ที่มีอำนาจก็อยากจะมีให้มากขึ้น อยากมียศที่สูงขึ้น และมีโอกาสในการฉกฉวยโอกาสจากหน้าที่การงานปัญหาทั้งหมดที่ว่านี้ทำให้ฝ่ายการเมืองรู้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนตรงนี้

นักการเมืองที่อยากเลี้ยงตำรวจก็มอบ "โปร" ให้กับตำรวจคนนั้น แต่ถ้าไม่ชอบหน้าตำรวจคนไหนก็จะบั่นทอนโปรตรงนี้ เช่นถ้าอยู่ในนครบาลแล้วอำนาจเยอะก็ส่งไปอยู่ที่สุไหงปาดี เป็นต้น ฉะนั้นถ้าเขาจะสร้างคุณ เขาก็จะให้สิ่งที่ดี แต่ถ้าเขาเหม็นหน้าเขาก็จะสร้างโทษด้วยสิ่งเหล่านี้

การเมืองมี ๒ มิติ เหมือนเหรียญ ๒ ด้าน

ด้านแรกคือ การเมืองคืออำนาจ การจัดสรรอำนาจ การจัดระเบียบสังคมส่วนอีกด้านหนึ่งการเมืองก็คือวิชามาร เล่ห์เพทุบาย มายา และการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ

ฉะนั้นหากตำรวจตกไปในเหรียญด้านใดประโยชน์ที่ประเทศได้รับก็จะต่างกัน

หากเป็นเหรียญด้านแรกก็จะเป็นเรื่องที่ดีและเป็นคุณและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน

แต่เหรียญอีกด้านทำให้ตำรวจใช้ความพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้โปรไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม และถ้าได้ในสิ่งที่ต้องการเเล้วก็พยายามรักษาสิ่งนั้นไว้ให้นาน รวมทั้งพยายามทำให้ตำแหน่งสูงขึ้น
"ตำรวจที่ปฎิบัติงานทุกวันนี้ถูกล้อมกรอบอยู่หลายชั้นและท่านจะแหวกกรอบเหล่านั้นออกไปได้ยาก กรอบแรกคือหลักนิติธรรม กรอบที่สองคือหลักธรรมาภิบาล กรอบที่สามคือคุณธรรมจริยธรรม ส่วนทางออกของปัญหาทั้งหมดคือข้อแรก คือต้องให้ความรู้และการศึกษาแก่ข้าราชการตำรวจให้มากทั้งเรื่องหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล เรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้เรื่องเหล่านี้หรือไม่
ข้อสองคือกระจายอำนาจของตำรวจออกเป็นกรมกองต่างๆ ซึ่งจะเป็นกรอบป้องกันอำนาจการแทรกแซงทางการเมืองได้ดี

ข้อสามคือ ตำรวจต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจนในการเป็นช่องทางลดช่องว่างการทุจริต

ข้อสี่คือ แก้เรื่องโปรของตำรวจให้ลดลง ทั้งอำนาจ ยศ และโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชั่น

ข้อห้าคือการตั้งสหภาพแรงงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้อหกคือ การตั้งคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมเพื่อป้องกันอำนาจทางการเมือง และข้อเจ็ดคือ ตำรวจต้องคิดว่าตัวเองเป็นประชาชน และอยากให้ความคิดเรื่องตำรวจเพื่อชุมชนเป็นรูปธรรมที่สุด เพราะชุมชนและประชาชนจะได้เป็นเกราะป้องกันให้ตำรวจ " นายวิษณุกล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช
ตำรวจกับการเมืองแยกกันไม่ออก เพราะกฎหมายบัญญัติให้การเมืองบังคับบัญชาตำรวจทั้งโดยตรงคือนายกรัฐมนตรีและดาบในมือคือ ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินที่จะจัดการกับข้าราชการที่ผิดระเบียบวินัย

แต่ไม่มีกฎหมายฉบับไหนที่ระบุไว้ว่านักการเมืองและการเมืองเป็นกลางทางราชการมีแต่ข้าราชการต้องเป็นกลางทางการเมือง

การแทรกแซงทางการเมืองจึงมีมาโดยตลอดตามคำว่า "โปร" ที่นายวิษณุกล่าวเมื่อสักครู่นั้น ในฐานะที่เป็นตำรวจอยากบอกว่า O หรือโอกาสใน "โปร" นั้นคือผลประโยชน์ไม่มีอย่างอื่น ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างการเมืองกับตำรวจผูกโยงกันด้วยผลประโยชน์และต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน

เมื่อการเมืองช่วยเหลือตำรวจให้ได้ "โปร" ตำรวจก็จะผูกผลประโยชน์ให้กับนักการเมืองทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ฉะนั้นวันนี้ถ้าตำรวจมีจริยธรรมปัญหาเรื่องนี้น่าจะเบาบางลงได้

ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีอยู่ ๒ ประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกต่างคือกลัว ระบบและอิทธิพลของการเมืองจึงก่อให้เกิดการโกง จึงไม่มีเกียรติ

แต่ถ้าตำรวจไม่กลัวและไม่โกง เกียรติของตำรวจก็จะเกิดขึ้น

การแทรกแซงทางการเมืองจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีจริยธรรมตั้งแต่ระดับหัวหน้าคือ ผบ.ตร. ลงไป ถ้าวันนี้ ผบ.ตร.และผู้บังคับบัญชาตำรวจมีอิสระทั้งทางความคิดและทางการเมือง การทำงานเพื่อรับใช้บ้านเมืองและประชาชนก็จะเป็นอิสระ

ที่บอกว่าคุมตำรวจส่วนหัวได้เเล้วจะคุมทุกอย่างได้หมดนั้นไม่จริง เพราะด้วยประสบการณ์การเป็นตำรวจบอกให้รู้ว่าผู้ที่มีอิทธิพลที่แท้จริงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คือตำรวจชั้นผู้น้อย เนื่องจากจำนวนตำรวจชั้นประทวนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีถึง ๑ แสนนาย

ฉะนั้นถ้าจะคุมตร.ได้ต้องย้ายตำรวจชั้นประทวนทั้ง ๑ แสนนายออกไปให้หมดถึงจะคุมได้

การเมืองมาเเล้วก็ไป เหมือนลมพัดลมเพ ฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวใคร ตำรวจต้องมีศักดิ์ศรี คุณธรรมจริยธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเป็นหลัก

โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งไม่ต้องกลัว ใครทำดีก็แต่งตั้งคนนั้นไปเลย เนื่องจากเป็นอำนาจของเราที่สามารถทำได้

แต่ถ้ายังไม่มีใครทำตามผมเชื่อว่าอีกไม่เกิน ๒ ปีต้องมีผู้ติดคุกจากการโยกย้ายแต่งตั้งแน่นอน

รศ.จุรี วิจิตรวาทการ

ปัญหาตำรวจและการเมืองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่อดีตเหมือนพันธนาการของระบบอุปถัมภ์ที่ผูกรัดมาอย่างยาวนาน ผลพวงของระบบอุปถัมภ์ตรงนี้เป็นพันธนาการที่ผูกรัดมาจนปัจจุบันดิ้นหนีออกไปได้ยาก

ยิ่งเมื่อมองพัฒนาการทางการเมืองของไทย ตั้งเเต่เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.๒๔๗๕ เป็นต้นมาก็จะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นการตอกย้ำพันธนาการโดยไม่มีการคลี่คลายปมเท่าที่ควร

แต่เดิมระบบอุปถัมภ์สร้างประโยชน์ให้คนในสมัยนั้น แต่พอเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย ได้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางโครงสร้างและระบบ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือเราไม่ได้เปลี่ยนความคิดและจิตสำนึกของคนให้สอดคล้องกับระบบและโครงสร้างที่เราเปลี่ยนแปลง

ระบบของตำรวจในปัจจุบันโดยเฉพาะงบประมาณไม่จุนเจือให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างสง่างาม เป็นแรงกดดันให้ตำรวจต้องหันไปหาผู้มีอำนาจผู้อุปถัมภ์ที่จะช่วยจุนเจือให้อยู่ได้

ปัญหาใหญ่อยู่ที่ระบบอุปถัมภ์ ทำให้ลืมมองเรื่องจิตสาธารณะ เเละครอบงำการเมืองการปกครองของเรา

ฉะนั้น เราต้องมาคิดกันใหม่และสร้างจิตสำนึกกันใหม่เพื่อให้เกิดเป็นพฤติกรรมของคนในสังคมให้สอดคล้องกับโครงสร้างระบบและกฎหมายในปัจจุบัน

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek1qUXlPVGcyTUE9PQ==&sectionid=

กล้วยอบน้ำผึ้งทอด (๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๖)

แหม อยากรู้สูตรและวิธีทำ "น้ำผึ้งทอด" จริงๆ ว่าเขา "ทอดน้ำผึ้ง" กันยังไง พอ"ทอดน้ำผึ้ง"เสร็จก็เอากล้วยมาอบ"น้ำผึ้งทอด" โอ้ว คงยากน่าดู