วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

คืนนี้ที่แม่จริม (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖)

คืนนี้ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่เหมือนกับทุกคืนในวันราชการที่ผ่านมานั่นก็คือหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จสิ้นในช่วงเย็นหรือหัวค่ำแล้วก็กลับไปนั่งอยู่เหย้าเฝ้าแม่(จริม)เหมือนเดิม ซึ่งคืนนี้ที่แม่จริมก็ยังเหมือนๆ เดิมอีกนั่นแหละครับคือเงี้ยบเงียบ ในโรงพักก็เงียบ มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่เขาเข้าเวรกันอยู่เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนเวร เจ้าหน้าที่สิบเวรและเจ้าหน้าที่สื่อสาร ส่วนข้า่งนอกก็คงเงียบตามปกติอีกนั่นแหละ ช่วงเวลานี้พี่น้องแม่จริมอยู่เหย้าเฝ้าบ้านกันหมด ที่จะออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอกน่ะไม่มีหรอกครับ เพราะเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลย ร้านรวงปิดหมดตั้งแต่ตะวันชิงพลบได้ไม่นาน ร้านอาหารสถานบริการไม่ต้องถามถึงซึ่งก็ดีไปอย่างที่ลักษณะแบบนี้เหตุการณ์ไม่ดีต่างๆ แทบจะไม่มีที่นี่ทำให้ห้องควบคุมผู้ต้องหาโล่งไปด้วย พี่น้องอยู่กันปลอดภัุยตำรวจไทยเราก็สบายใจครับ


ดำเนินรายการ "ตำรวจแม่จริมพบประชาชน" (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้ระหว่างเวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.ผมดำเนินรายการ "ตำรวจแม่จริมพบประชาชน" ทางสถานีวิทยุสหกรณ์การเกษตรแม่จริม จำกัด ระบบเอฟเอ็ม ความถี่ ๙๘.๕๐ เม็กกะเฺฮิร์ตช เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สาระน่ารู้สิ่งดีๆ จากตำรวจให้พี่น้องประชาชนรับฟัง โดย สภ.แม่จริมได้รับอนุเคราะห์เวลาจากสถานีให้เข้าไปดำเนินรายการสัปดาห์ละ ๑ ครั้งในวันพุธช่วงเวลานี้จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง

สาระสำคัญของการดำเนินรายการวันนี้มีดังนี้
๑. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ
๒. ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ สภ.แม่จริมรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
๓. กิจกรรมสำคัญๆ ที่ตำรวจแม่จริมดำเนินการ
๔. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน , การป้องกันตนเองเบื้องต้น
๕. การแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามช่องทางต่างๆ
๖. สาระบันเทิง

สวัสดีวันพุธ (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้วันพุธที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผมมาทำงานที่ สภ.แม่จริมตามปกติโดยช่วงเช้ามีงานนิดหน่อย ไม่มากมายอะไรตามประสาโรงพักเล็กๆ งานก็เลยน้อยตามไปด้วย แต่ก็ต้องหางานมาทำจนได้แหละครับไม่ว่าจะมีงานปกติหรือไม่ก็ตาม สำหรับงานที่ว่าก็เหมือนเดิมนั่นแหละการนำข้อมูลจากไลน์ที่ตำรวจน่านเขาส่งเข้ามาขึ้นเสนอทางเฟสบุ๊ค ภ.จว.น่านและ อบถ.ภ.๕ ตามปกติ

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผุ้ชุมนุม (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริมดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรรวมถึงจัดกำลังไว้ส่วนหนึ่งกรณีที่มีเหตุอันไมุ่ึพึงประสงค์กรณีพี่น้องประชาชนอำเภอแม่จริมจำนวนหนึ่งชุมนุมเพื่อติดตามสอบถามราคาค่าข้าวโพดบริืเวณหน้ืาที่ว่าการอำเภอแม่จริมโดยพี่น้องที่เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้มีประมาณ ๕๐-๖๐ คน

การชุมนุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายหรือก่อความเดือดร้อนใดๆ ขึ้นแก่บุคคลอื่นโดยเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๙.๒๐ น. สำหรับสาระสำคัญในการชุมนุมครั้งนี้มีดังนี้

๑. ต้องการให้รัฐบาลชดเชยปัจจัยการผลิตของเกษตรกรไร่ข้าวโพดจาก ๑,๒๕๐ บาทเป็น ๒,๕๐๐ บาทเท่ากับเกษตรกรสวนยางพารา
๒. จำนวนที่ขอชดเชยเกษตรกรรายละไม่เกิน ๕๐ ไร่
๓. จะรับฟังคำตอบอีกครั้งในวันที่ ๒๔ ตุลาคมนี้ที่ศาลากลางจังหวัดน่าน
๔. หากไม่ได้ตามข้อเรียกร้องข้างต้นจะรวมตัวกันไปปิดถนนสายเอเชียที่ จว.พิษณุโลก


<< ภาพทั้งหมด >>

ร่วมประชุมรับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมกับ พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก.สภ.แม่จริม,นายอำเภอแม่จริม,หัวหน้าส่วนราชการทุกแห่งในอำเภอ,นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น,กำนันและผู้ใหญ่เขตอำ้เภอแม่จริมเข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบายจากนายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านคนใหม่ที่เดินทางมามอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่จริม

การมอบนโนบายครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมในเขตพื้นที่ (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น.เป็นต้นไป สภ.แม่จริมได้เรียกประชุมนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอแม่จริมซึ่งจะมีการชุมนุมกันช่วงเย็นวันนี้ในเขตพื้นที่อำเภอแม่จริม ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ฯ โดย พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก.สภ.แม่จริมเป็นประธานการประชุม

สาระสำคัญของการประชุมเป็นเรื่องการกำหนดหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริมแต่ละคนแต่ละฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร , การดูแลรักษาความปลอดภัย , การสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงการรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยใช้เวลาในการประชุมครั้งนี้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาทีจึงเสร็จสิ้น (รายละเอียดขออนุญาตไม่นำมาเปิดเผยครับ)

อนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้วได้เชิญแกนนำผู้ชุมนุมคนหนึ่งมาพบพร้อมขอความร่วมมือให้ชุมนุมอย่างสงบ ไม่สร้างปัญหาความเดือดร้อนแก่บุคคลอื่นรวมทั้งให้อยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายที่กำหนดไว้ซึ่งแกนนำรับปากว่าจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๙.๓๐ น.ผมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ สภ.แม่จริมเพื่อตรวจสอบความพร้อมและกำชับต่อการปฏิบัติหน้าที่ สภ.

สายตรวจวันนี้ประำกอบด้วย ร.ต.ต.โกศล ปวงจันต๊ะ รอง สวป.และ ด.ต.อนุวัฒน์ เจดีย์แปง

สาระสำคัญในการประชุมวันนี้ก็คือขอให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนและสังคมโดยในส่วนของเจ้าหน้าที่สายตรวจนั้นให้หมั่นออกตรวจตราดูแลพื้นที่ สร้างความอุ่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องเป็นสำคัญ ประการสำคัญก็คือหากมีสิ่้งใดที่สามารถแนะนำให้ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตนเองเบื้องต้นได้ก็ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง การออกตรวจให้นำทฤษฎีปรากฏกายมาใช้ให้พี่น้องเห็นได้เด่นชัดและจะต้องแต่งกายในเครื่องแบบอยู่เสมอทั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างอุ่นใจแก่สุจริตชนแล้วยังเป็นการตัดโอกาสหรือช่องว่างของคนร้ายหรือคนที่คิืดจะกระทำผิดไปได้ในตัวด้วย พร้อมทั้งให้ยึดถือสิ่งสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ดังภาพด้านล่างนี้ไว้เป็นหลัก

เจ้าหน้าที่รับทราบ

ร่วมประชุม Video conference กับ ภ.จว.น่าน (๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น.ผมเข้าร่วมประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพหรือ Video conference กับ ภ.จว.น่านและสถานีตำรวจทุำกแห่ง ณ ห้องศูนย์ปฏิบัีติการ (ศปก.) สภ.แม่จริมโดย พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.ไพโรจน์ฺ สิริปิยานนท์ สว.อำนวยการ และ ร.ต.ท.กฤษดิกร กันบุญ พนัีกงานสอบสวนเวรเข้าร่วมประชุมในส่วนของ สภ.แม่จริม สำหรับประํธานการประชุมวันนี้คือ พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่าน

สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีการชุมนุมเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหน้าศาลากลางช่วงเช้าถึงบ่ายวันนี้โดยนำมาศึกษา วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้นหากมีกรณีลักษณะเกิดมาอีก

การประชุมเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๕.๒๐ น. (รายละเอียดขออนุญาตไม่นำมาเปิดเผยครับ)

ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมเรียกร้องราคาค่าข้าวโพด (๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้ผมเดินทางมาทำงานที่ตัวจังหวัดน่านเนื่้องจากได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำหน้าที่ในกรณีที่พี่น้องเกษตรกรจากอำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่นจะเดินทางมาร่วมชุมนุมเิพื่อติดตามผลกรณีเรียกร้องราคาค่าข้าวโพดต่อรัฐบาลที่หน้าศาลากลางจังหวัดน่านเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ซึ่งการชุมนุมวันนี้ ภ.จว.น่านได้สั่งการให้กองร้อยควบคุมฝูงชนของ ภ.จว.น่านเรารวมถึงที่ได้รับการสนับสนุนจาก ภ.จว.พะเยา ๑ กองร้อยเข้าควบคุมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและสำหรับผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ในการประสานขอความร่วมมือพี่น้องผู้ร่วมชุมนุม การเผยแพร่ข้อมูลข่า่วสารที่ถูกต้องหรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปยังพี่น้องประชาชนและสื่อสารมวลชนต่างๆ โดยผมเดินทางถึงเมื่อเวลาประมาณ ๐๘.๒๐ น.

เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.พี่น้องเกษตรเดินทางถึงหน้าศาลากลางจังหวัดจำนวนที่กะด้วยสายตามีประมาณ ๘๐๐ คน แต่ละคนน่ารักมาก ชุมนุมกันด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือกระทำผิดกฎหมายใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่เรื่องเดียวซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยทีเดียวครับ ในส่วนของผมได้เข้าไปพูดคุยพร้อมกับขอความร่วมมือจากพี่น้องในบางเรื่องบางประการซึ่งพี่น้องทุำกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง

เมื่อพี่น้องเกษตรกรผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงได้จัดตัวแทนเข้าพบปะพูดคุยและเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในศาลากลางโดยพี่น้องที่เหลือต่างคอยผลการเจรจรากันอยู่ด้านนอกด้วยความสงบเรียบร้อย

ต่อมาเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ออกมาพบปะและแจ้งผลการเจรจากับผู้ชุมนุมหน้าศาลากลางใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงพี่น้องผู้ชุมนุมก็ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา

<< ภาพทั้งหมด >>

สวัสดีวันจันทร์ (๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้วันจันทร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผมถึงโรงพักแม่จริมราวๆ ๗ โมงเช้าท่ามกลางหมอกที่ลงค่อนข้างหนาสักหน่อย เข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแล้วหรือนี่ ดูท่าทางปีนี้น่าจะหนาวพอสมควรซะด้วย เหตุที่ต้องถึงโรงพักเช้าเป็นพิเศษแม้คืนที่ผ่านมากว่าจะเข้านอนได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนก็ตามเพราะว่าวันนี้มีภารกิจสำคัญที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่านเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจะเดินทางมาชุมนุมเพื่อติดตามผลเกี่ยวกับราคาข้าวโพดเมื่อครั้งที่ผ่านมาโดยมอบหมายหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งให้ผม

เมื่อถึงโรงพักพูดคุยทักทายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาเข้าเวรประจำวันนี้ได้สักพักก็ขับรถไปตัวเมืองน่านซึ่งอยู่ห่างจากแม่จริว ๓๘ กิโลเมตรโดยวันนี้ใช้เวลาเดินทางร่วมๆ ๕๐ นาทีเหตุเพราะหมอกระหว่างทางค่อนข้างมากนั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ร่วมประชุม Video conference กับ ภ.จว.น่าน (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

งานที่โรงพักมีได้ตลอดและทุกเวลาจึงต้องเตรียมพร้อมเสมอ ภาพนี้ผมกับ รอง ผกก.ป., สวป.สภ.แม่จริม, ปลัดอำเภอแม่จริมพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมประชุม Video conference กับ ภ.จว.น่าน ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.น่านคืนนี้เวลาราว 22.00 น.เกี่ยวกับภารกิจสำคัญเร่งด่วนวันพรุ่งนี้

ภาพขวามือเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมที่ ภ.จว.น่านซึ่งเพื่อนๆ ตำรวจส่งมาให้ (ขอบคุณมากนะครับ)


กิจกรรมวันตำรวจ (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันตำรวจที่หน่วยงานตำรวจทุกแห่งจะต้องจัดกิจกรรมตามรูปแบบที่กำหนดไว้เพื่อรำลึกถึงบรรพชนตำรวจเราที่เสียสละทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เสียสละแม้กระทั่้งชีวิตเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรวมถึงนำแนวทางต่างๆ ที่ท่านเหล่านั้นและผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


ในส่วนของ สภ.แม่จริมได้จัดกิจกรรมนี้โดยช่วงเช้าก่อนเวลา ๐๘.๐๐ น.พวกเราทุกคนแต่งกายในเครื่องแบบพร้อมกันหน้าสถานี ต่อมาเวลา ๐๘.๐๐ น.เคารพธงชาติ จากนั้น พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก.ฯ อ่านสารของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เนื่องในวันตำรวจ , กล่าวคำปฏิญาณตนและอุดมคติตำรวจ


เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.ทำพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจภายในห้องประชุมโดยในพิธีนั้นนายทินกร ชัยดี นายอำเภอแม่จริมรวมถึงพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งร่วมเป็นเกียรติในงานวันนี้กับพวกเราด้วย หลังจากนั้นเป็นพิธีทางศาสนา

เสร็จแล้วนายอำเภอให้โอวาทในการปฏิบัติหน้่าที่แก่พวกเรา , ผกก.สภ.แม่จริมกล่าวขอบคุณผู้ร่วมพิธี

กิจกรรมในวันนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๒๐ น.


<< ภาพทั้งหมด >>

สารพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเนื่องในวันตำรวจประจำปี ๒๕๕๖ (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

เพื่อนข้าราชการตำรวจที่รักทั้งหลาย

เนื่องในโอกาสวันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งในวันที่ ๑๓ ตุลาคมศกนี้ ผมขอส่งความระลึกถึง ความปรารถนาดีและความห่วงใยพี่น้องประชาชนและเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกท่านด้วยความจริงใจ

การปฏิบัติภารกิจของข้าราชการตำรวจในรอบปีที่ผ่านมา ผมได้รับทราบถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตน เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมือง โดยมิได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก แม้บางครั้งจะต้องเสี่ยงกับภัยอันตรายจนต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความผาสุกของประชาชน ตำรวจทุกนายก็มิได้ย่อท้อหรือเกรงกลัว โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่คนร้ายต่อสู้และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมจึงขอขอบคุณทุกท่านมา  โอกาสนี้

อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศชาติของเราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องมุ่งมั่นและพัฒนาเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ขอให้พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกนายให้ความสำคัญกับการเรียนรู้รอบด้าน พัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป

และสิ่งสำคัญที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่คู่สังคมด้วยดีตลอดมาคือการช่วยเหลือ การสนับสนุน และการชี้แนะจากพี่น้องประชาชนทุกท่านเพื่อให้ตำรวจได้มีความพร้อมในการที่จะปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปในแนวทางที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งตำรวจทุกนายจะพยายามและมุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้เป็นตำรวจมืออาชีพ ยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถืออีกทั้งพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จงดลบันดานประทานพรให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ตลอดจนเพื่อนข้าราชการตำรวจและครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัย แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน

ประวัติความเป็นมาของตำรวจไทย (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)


สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา ครับผม

วันนี้วันอาทิตย์ที่ ๑๓ ตุลาคม "วันตำรวจ" ดังนั้นในวันนี้ผมจึงขอนำความรู้เกี่ยวกับตำรวจเรามาฝากกันหน่อยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้นั่นก็คือความเป็นมาของตำรวจไทยเรา เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับพี่น้อง 


ตำรวจไทยในอดีต 


ตำรวจหรือกิจการตำรวจมีมาก่อน พ.ศ.๒๔๐๓ ซึ่งขอเรียกว่า “ตำรวจสมัยโบราณ” ส่วนจะได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันที่แน่นอนได้เพียงแต่สันนิษฐานกันว่าคงจะมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จะมีหลักฐานอยู่บ้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น ๔ เหล่าเรียกว่าจตุสดมภ์ ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา โดยได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราศักดินาของตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานกำหนดไว้ถึงชั้นตำรวจเลว (พลตำรวจ) มีศักดินา ๒๕ ไร่ ตำรวจในระยะแรกหรือตำรวจสมัยโบราณนั้นอยู่ในสังกัด “วัง” คือ ตำรวจหลวง เป็นข้าราชบริพารรับใช้ใกล้ชิด นอกจากสังกัดวังเป็นตำรวจหลวงรักษาพระองค์แล้วยังมีตำรวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนสังกัด “เวียง” หรือ “เมือง” คือ ตำรวจเวียง หรือนคราบาลมีพระยายมราชเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ในเมืองหลวง ส่วนตามหัวเมืองต่าง ๆ มีหลวงเมืองเป็นหัวหน้า ขึ้นตรงต่อเจ้าเมือง


ตำรวจสมัยปฏิรูป

กิจการตำรวจในสมัยนี้เนื่องจากได้มีการปฏิรูปการปกครองประเทศในทุก ๆ ด้านตามแบบอย่างอารยะประเทศตะวันตก โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคิดปรับปรุงตำรวจเวียงหรือนคราบาล โดยได้จ้างกัปตัน แซมมวล โจเซฟ โรเบิร์ต เอมส์ ชาวอังกฤษซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงรัฐยาภิบาลบัญชา จัดตั้งเป็น “กองตำรวจโปลิศ” สังกัด “กรมพลตระเวน” มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตนครบาลตามแบบยุโรปเป็นครั้งแรกการปรับปรุงการตำรวจในสมัยรัชกาลที่ ๕ นอกจากได้ขยายงานตำรวจในเขตนครบาลแล้วยังได้จัดตั้ง “กรมกองตระเวนหัวเมือง” ขึ้นทำหน้าที่ลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตหัวเมืองต่าง ๆ เช่นเดียวกับการจัดตั้งกรมพลตระเวน สังกัดในกระทรวงนครบาล และต่อมาได้จัดตั้งเป็นกรมตำรวจภูธร สังกัดกระทรวงมหาดไทย ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๕๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมตำรวจภูธรกับกรมพลตระเวนเข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน” สังกัดกระทรวงนครบาล ในกิจการตำรวจจึงถือเอาวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุก ๆ ปี เป็น “วันตำรวจ” และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกหลายครั้งเป็น “กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาล” “กรมตำรวจภูธร” (วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๔๖๙) และ “กรมตำรวจ” (วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๔๗๕) ตามลำดับ โดยเป็นกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

ตำรวจสมัยปัจจุบัน

ตำรวจสมัยปัจจุบันหรือเรียกว่าสมัยประชาธิปไตยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๕ ถึงปัจจุบัน หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบประชาธิปไตย ได้มีการปรับปรุงกิจการตำรวจเพื่อวางรากฐานตำรวจในระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและกำหนดหน้าที่การงานอีกไม่น้อยกว่า ๓๐ ครั้งโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และด้วยกรมตำรวจเป็นกรมใหญ่ มีกำลังพลกว่า ๒๓๐,๐๐๐ คน มีภาระหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและสังคมทั่วประเทศ จึงจำต้องมีระบบการจัดการและการบริหารงานที่คล่องตัว รวดเร็ว เป็นอิสระภายในกรอบของกฎหมาย และในวันที่๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ซึ่งเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม โดยอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

อำนาจและหน้าที่ของตำรวจ

อำนาจและหน้าที่ของตำรวจนั้นมีบัญญัติไว้ตามยุคสมัยกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ เป็นตัวบทกฎหมายบ้าง เป็นประกาศพระบรมราชโองการบ้าง เป็นกฎเสนาบดีบ้าง และเป็นระเบียบข้อบังคับต่างๆ บ้าง ควรที่จะหยิบยกมาพอเป็นสังเขป เช่น
(๑) กฎหมายโปลิศ ๕๓ ข้อ ซึ่งจะรักษาหน้าที่ในพระนครและนอกพระนครจุลศักราช ๑๒๓๗ กล่าวโดยสังเขปได้บัญญัติไว้ว่า ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความสะอาดตามถนนในท้องที่ เช่น ระวังรักษาป้องกันมิให้ผู้ใดกระทำการล่วงละเมิดกฎหมาย มีการทะเลาะวิวาทฉกชิงวิ่งราวเกิดขึ้น หรือมีผู้กระทำการกีดขวางทางเดินอย่างหนึ่งอย่างใด โดยปลูกโรงร้านพะเพิงล่วงล้ำลงไปในถนนหรือปล่อยสัตว์ดุร้าย สัตว์พาหนะท่องเที่ยวตามถนนทำการเปรอะเปื้อน และขับรถ ล้อเลื่อนเดินผิดทาง เป็นต้น กับมีหน้าที่จับผู้กระทำผิดที่เกิดขึ้นซึ่งหน้า หรือโดยมีเหตุสงสัย หรือมีผู้ขอร้องให้จับ หรือนำไปจับ กับมีหน้าที่ในการดับเพลิงและคอยระวังป้องกันรักษาทรัพย์สมบัติของราษฎรที่ถูกเพลิงไหม้ ซึ่งอยู่ในท้องที่หรือใกล้เคียงกับท้องที่นั้นอีกด้วย
(๒) กฎหมายโปลิศรักษาหัวเมืองฝ่ายเหนือ จุลศักราช ๑๒๓๗ กล่าวโดยสังเขปบัญญัติไว้ว่าตำรวจมีหน้าที่ป้องกันลูกค้าต่างๆ ลักลอบขนฝิ่นและสิ่งของต้องห้ามเข้ามาลักลอบซื้อขายกันในบ้านเมืองทำให้ภาษีผลประโยชน์ของรัฐบาลเสียไป และมีหน้าที่แจ้งเหตุการณ์เป็นเสี้ยนหนามแก่แผ่นดิน
(๓) พระราชบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ราชการซึ่งเกี่ยวข้องกันอยู่ในระหว่างกระทรวงนครบาลและกระทรวงยุติธรรม ร.ศ.๑๑๖ กำหนดอำนาจและหน้าที่ของกรมกองตระเวนไว้ให้มีหน้าที่สืบสวนพยานและสรรพสิ่งอื่น ๆ ประกอบเหตุการณ์ที่กล่าวหาว่ามีผู้กระทำร้ายต่อความสงบเรียบร้อยของอาณาประชาราษฎรทั้งปวงเพื่อระงับเหตุการณ์เหล่านั้น และให้คอยห้ามปรามอย่างให้ผู้ใดกระทำการล่วงพระราชบัญญัติอันมีโทษตามพระราชกำหนดกฎหมายและอย่าให้ผู้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจให้เกิดผลร้าย หรือเป็นอันตรายแก่ชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สมบัติของคนใดคนหนึ่งหรือคนทั้งหลายทั่วไป กับให้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดพระราชอาญาและจับกุมบุคคลตามหมายจับ
(๔) แจ้งความกระทรวงมหาดไทย ร.ศ.๑๑๖ กล่าวโดยสังเขปชี้แจงว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดกรมตำรวจภูธรมีหน้าที่ป้องกันพระราชอาณาจักร เพื่อปราบปรามจลาจลหรือศัตรูภายนอกที่เกิดขึ้นโดยกองทหารขึ้นไปไม่ทันเพื่อเป็นกำลังรักษาหัวเมืองแต่ให้มีหน้าที่ทำการอย่างพลตระเวนหัวเมืองด้วย
(๕) กฎเสนาบดีที่ ๕ แผนกปกครองท้องตราพระราชสีห์ใหญ่ ลง ๗ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๙ ความว่า ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพลตำรวจภูธรหรือพลตระเวนสำหรับป้องกันจับกุมเหตุการณ์โจรผู้ร้ายและรักษาความสุขสำราญของราษฎรทั่วไปทั่วราชอาณาจักร
(๖) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้อธิบายคำว่า “ตำรวจ” ไว้ในคำรวมของ คำว่า “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ” ว่าหมายความถึงเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และระบุอำนาจไว้ว่าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาได้ ฯลฯ
(๗) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดหน่วยงาน เขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ซึ่งออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดหน่วยงาน เขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการในกรมตำรวจไว้เป็นการเฉพาะหน่วยงานแต่ละหน่วย และได้บัญญัติไว้ด้วยว่าหน่วยงานในกรมตำรวจหน่วยใดมีเขตอำนาจการรับผิดชอบ และเขตพื้นที่การปกครองในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดในกรณีคดีอาญาในเขตพื้นที่เพียงไรด้วย
(๘) พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ กำหนดอำนาจหน้าที่ตำรวจไว้ให้มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงภายในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การตระเวนชายแดน การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอำนาจหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กล่าวโดยสรุปแล้วตำรวจจึงมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

ก. ตำรวจในฐานะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนภายในราชอาณาจักร
ข. ตำรวจในฐานะเป็นผู้รักษากฎหมาย มีหน้าที่ป้องกันมิให้มีผู้ละเมิดกฎหมายมหาชน และถ้ามีผู้ใดละเมิดก็มีอำนาจและหน้าที่สืบสวนจับกุมตรวจค้นและปราบปรามนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามสมควรแก่ความผิด
ค. ตำรวจในฐานะข้าราชการพลเรือน นอกจากจะต้องปฏิบัติราชการตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดและมอบหมายไว้แล้วยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ทั่วๆไปดุจเดียวกับข้าราชการ พลเรือนทุกประการ และต้องรักษาความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระหว่างข้าราชการทหารและ พลเรือน
ง. ตำรวจในฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน
จ. ตำรวจเมื่ออยู่ในฐานะตำรวจสนามมีหน้าที่ป้องกันและต่อสู้กับข้าศึกทั้งในเขตที่ทำการยุทธ และมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามระเบียบที่ทางราชการมอบหมายและกำหนดเป็นครั้งคราวภารกิจหน้าที่ของตำรวจ แม้มีความสำคัญแต่หากไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ภารกิจหน้าที่ย่อมดำเนินการไปให้บรรลุเป้าหมายคือความสงบสุขของสังคมและบ้านเมืองได้โดยยาก จึงจำเป็นต้องลบภาพเดิมของการปฏิบัติงานตำรวจเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ฝ่ายเดียว และเปิดโอกาสให้ชุมชน ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะในการกำหนดนโยบาย การติดตามการปฏิบัติงาน และตรวจสอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พยายามดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภารกิจหน้าที่ของตำรวจคือความสงบสุขของสังคมและบ้านเมืองอย่างแท้จริง และในสุดท้ายนี้จะขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีสวนสนามในโอกาสที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสถาปนามาครบ ๑๐๐ ปี ณ ลานฝึกศรียานนท์เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๕ ความตอนหนึ่งว่า
“ ตำรวจทำหน้าที่ที่สำคัญและกว้างขวางมาก คือต้องทำหน้าที่ทั้งด้านการปกครอง คอยสอดส่องดูแลทุกข์สุข ตลอดจนสวัสดิภาพของประชาชน ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและผู้กระทำผิด รวมทั้งการปกป้องแผ่นดินไทยเมื่อมีภัยคุกคามอีกด้วย นับว่ามีภาระหนัก มีความรับผิดชอบสูง เพราะต้องเผชิญกับปัญหานานาและต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้สำเร็จได้ครบถ้วน จะต้องเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถมีความเข้มแข็งอดทน และมีความเสียสละอย่างแท้จริง จึงขอให้ตำรวจทุกคนได้ภูมิใจ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญและมีเกียรติยิ่งนี้ และตั้งปณิธานให้แน่วแน่ ที่จะพากเพียรปฏิบัติตัวปฏิบัติงานทุกด้าน ทุกระดับ ให้บรรลุผลอันเลิศ เพื่อความผาสุกร่มเย็นของประชาชนและความเจริญมั่นคงของชาติไทยเรา.”

ครับ นั่นก็คือประวัติและความเป็นมาของตำรวจไทยซึ่งคิดว่าคงจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องอยู่บ้างตามสมควร

รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ

สวัสดีวันตำรวจ (๑๓ ตลาคม ๒๕๕๖)

เนื่องในวโรกาสวันตำรวจประจำปีนี้ผมขอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดดลบันดานประทานพรให้พี่น้องทุกท่านประสบแต่ความสุข โชคดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยทั่วกัน สำหรับผมเองก็จะขอทำหน้าที่"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"อย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดไป

รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ร่วมประชุม Video conference (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖)

คืนนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่านได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ทั้งในส่วนของฝ่ายสืบสวน,ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.และสถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดผ่านระบบ Video conference เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องเร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจะต้องปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ โดยในส่วนของ สภ.แม่จริมนั้น พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก., ผม และ ร.ต.อ.วุฒิชัย แก้วทอง พนักงานสอบสวนเวรเข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมของ สภ.โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง สำหรับเรื่องราวที่ประชุมขออนุญาตไม่นำมาเปิดเผยครับ

คืนนี้ที่แม่จริม (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖)

เป็นอีก ๑ คืนที่เฉกเช่นเดียวกับคืนอื่นๆ ที่ผ่านมานั่นคือตกค่ำแล้วก็ต้องมานั่งที่โรงพัก ทำนั่น ทำนี่ ดูนั่น ดูนี่ แล้วที่ว่าทำนั่นทำนี่น่ะส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องการนำงานเสนอขึ้นเฟสบุ๊ค ภ.จว.น่านและ อบถ.ภ.๕ ที่ผมรับผิดชอบนั่นแหละครับ งานแบบนี้มีึได้ทั้งวันแทบไม่มีหยุด แต่มันงานที่ทำแล้วสนุกรวมทั้งผมเป็นคนริเริ่มด้วยก็เลยคิดว่ามันสบายและชอบ สำคัญก็คือพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบว่าตำรวจเราทำงานกันแบบไหน อย่างไรด้วยนี่ซิ่มันเลยทำให้สนุกเข้าไปใหญ่ครับ

ตำรวจไทยหลายมาตรฐาน? : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖)

ความเข้าใจผิดของผู้นำที่ติดกับดักความคิดที่ว่า "การฝึกอบรม" คือยาวิเศษที่สามารถสร้างและเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทั้งๆ ที่การฝึกอบรมก็คือ การให้ความรู้ผ่านวิธีการสอนในรูปแบบต่างๆ โดยที่ผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมระหว่างความรู้กับผู้เรียน


ถ้าหากผู้สอนยังไม่สามารถปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองสอนได้ยิ่งทำให้การอบรมในครั้งนั้นเสียเวลาเสียงบประมาณไปเปล่าๆ ดังนั้นหลักสูตรฝึกอบรมที่หัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศต้องเข้าเรียน ๒ วัน ถูกหวังว่าจะเป็นกลไกในการวางพื้นฐานการพัฒนาศักยภาพกำลังพลในระดับสถานีตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมๆ กับการเตรียมตัวที่จะก้าวเดินไปสู่การพัฒนาสถานีตำรวจในฝันอย่างที่ต่างประเทศทำกันภายหลังจากผู้นำกลับมาจากดูงานสถานีตำรวจต้นแบบ...แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้นำตำรวจต้องไม่ลืมคือต้องวิเคราะห์บริบททางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศเหล่านั้นด้วยว่าผู้นำประเทศและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนในประเทศเหล่านั้นปฏิบัติต่อตำรวจอย่างไร? บริบทเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาองค์กรทุกระดับ

การฝึกอบรม (training) ให้ประโยชน์เมื่อพิจารณาเห็นว่าผู้เรียน (หัวหน้าสถานีตำรวจ) ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ดังนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการในการทำงานด้วยระบบหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้ตำรวจมีฝีมือมากขึ้น มีความรู้เพื่อนำไปใช้ทำงานอย่างสมาร์ทสมดั่งเป้าหมายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งหวังตั้งใจให้ตำรวจไทยเป็นตำรวจมืออาชีพนั้นถือว่าเป็นความเหมาะสมที่ผู้นำควรสนับสนุน หากแต่เมื่อวิเคราะห์กันอย่างให้ถึงแก่นแท้แล้วนั้นวิกฤติศรัทธาที่ประชาชนมีต่อตำรวจในยุคปัจจุบันนี้มิใช่เกิดขึ้นจากการที่ตำรวจไม่มีความรู้ความสามารถในการทำงาน หากแต่เกิดขึ้นจากการที่ตำรวจไม่ทำงานหรือทำงานในรูปแบบที่สร้างความไม่พึงพอใจแก่ประชาชนมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น การให้ความสำคัญกับการติดตามคดีที่ผู้เสียหายคือผู้ที่มีอำนาจ มีทุน มีตำแหน่งทางสังคม แต่ไม่ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน ให้ความสำคัญกับการทำคดีการเมืองมากกว่าคดีที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน เป็นต้น ตัวอย่างลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวจึงมิใช่พฤติกรรมที่มีสาเหตุมาจากการไม่มีความรู้ในด้านกฎหมาย ไม่มีความรู้ในการสืบสวนสอบสวน แต่เป็นพฤติกรรมของการทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรม

ตำรวจรู้สึกอย่างไรเมื่อประชาชนเดือดร้อนแต่กลับเดินไปขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ...เพื่อให้มาเร่งรัดการทำงานของตำรวจผ่านสื่อ? และสามารถปรากฏผลการกระตุ้นการทำหน้าที่ของตำรวจได้ด้วย? นี่คือปรากฏการณ์ของวิกฤติศรัทธาที่มีต่อตำรวจ แต่ตำรวจกลับมองข้ามด้วยความคุ้นชิน!!

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พยายามสร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นกับเหล่าบรรดาตำรวจ ซึ่งหนึ่งในคุณลักษณะพื้นฐานของผู้ที่มีหัวใจเป็นผู้นำคือการมีสำนึกในการทำหน้าที่คุ้มครองดูแลปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าเป็นหลัก แต่เสียงของไพร่พลกลับตั้งคำถามว่า "คนที่ทำงานเพื่อดูแลคนที่อ่อนแอจะได้ดิบได้ดีเท่าดูแลผู้มีอำนาจหรือไม่?” จะเห็นได้ว่าคำถามของไพร่พลในลักษณะนี้มิได้ตอบด้วยการฝึกอบรม แต่ต้องตอบด้วยการปรับระบบการบริหารจัดการ

การที่จะให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ (trust) ตำรวจจึงต้องเกิดขึ้นจากการที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานก.ตร. คณะกรรมการ ก.ตร. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสร้างระบบการบริหารจัดการที่ดีให้เกิดขึ้นกับองค์กร(ชุมชน)ตำรวจเสียก่อนในลำดับแรก และควรให้ความสำคัญเทียบเท่าวาระแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการด้วยความจริงจังและจริงใจที่จะทำให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริงด้วย งานนี้ตำรวจทำเพียงลำพังไม่ได้

การบริหารจัดการที่ดีนอกเหนือจากเรื่องการสนับสนุนงบประมาณและกำลังคนอย่างเพียงพอกับงานแล้วนั้น สิ่งที่ตำรวจต้องการที่ไม่แตกต่างจากประชาชนก็คือความเสมอภาคและเป็นธรรมในการบริหารงานของผู้นำองค์กรตำรวจในระดับต่างๆ เพราะหากวิเคราะห์อย่างถึงแก่นแล้วจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตำรวจไทยมิได้ขาดความรู้ความสามารถเสียจนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ หากแต่ตำรวจไทยขาดขวัญและกำลังใจในการทำงานอันเนื่องมาจากการจำต้องทำงานอยู่ภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่ไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรมต่างหาก

ผมไม่ใช่ลูกน้องของนายเหรอ ผมอยากบอกบรรดานายๆ ว่า ถึงผมไม่ได้อยู่ในสำนักงานของนาย ไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับนาย แต่ผมก็เป็นตำรวจเป็นลูกน้องของนายที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ที่นายมอบหมายให้ทำงานเพื่อประชาชน แล้วทำไมไอ้พวกลูกน้องที่อยู่ใกล้ชิดนายจึงได้รับการยกเว้น ได้สิทธิพิเศษต่างๆ มากกว่าพวกผมเสียงสะท้อนของไพร่พลตำรวจที่มีต่อการให้ผลตอบแทนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการทำงานที่ไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม หลายมาตรฐาน

การวิ่งเพื่อเอาตัวมาใกล้ชิดในขณะที่นายมีอำนาจและทำตัวเป็นเพียงขุนพลอยพยักมิใช่เสนาธิการหรือฝ่ายอำนวยการที่ดี เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็จากไปกลายเป็นวัฒนธรรมย่อยของการทำงานในโลกของตำรวจที่ควรรื้อเพราะตำรวจที่เติบโตผ่านประสบการณ์เช่นนี้ต่อให้อบรมเท่าไหร่ก็ไม่นำความรู้ที่ได้ในห้องอบรมสัมมนาไปใช้เพราะเขาคุ้นชินกับการวิ่งเข้าหาขั้วอำนาจแต่เพียงเท่านั้น

วอนขอนายโปรดมองให้เห็นถึงใจของลูกน้องที่อยู่ไกลนาย...ที่เขาทำงานเพื่อประชาชนบ้าง?!? ก่อนที่จะไม่มีตำรวจทำงานเพื่อประชาชน

ที่มา : http://goo.gl/brlWjP

จัดเตรียมความพร้อมและสถานที่เนื่องในวันตำรวจ ๒๕๕๖ (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖)

วันนี้วันเสาร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผมอยู่เหย้าเฝ้า(แม่)จริมไม่ได้กลับบ้านพะเยาเหมือนกับทุกสัปดาห์ที่ผ่านมาครับเนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันตำรวจที่ตำรวจทุกคนจะต้องร่วมกิจกรรมสำคัญประจำปีที่หน่วยงานของตนเอง สำหรับภารกิจวันนี้ส่วนใหญ่ผมและเพื่อนๆ ตำรวจแม่จริมง่้วนอยู่กับการเตรียมความพร้อมและจัดสถานที่เพื่อประกอบพิธีในวันพรุ่งนี้ซึ่งพวกเราทำกันตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เรียบร้อย ๑๐๐% พร้อมจัดกิจกรรมได้อย่างสมบูรณ์ ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

<< ภาพทั้งหมด >>

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

คืินนี้ที่แม่จริม (๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖)

คืนนี้วันศุกร์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งตามปกติแล้วผมจะอยู่บ้านที่อำเภอเมืองพะเยาแล้วแต่ว่าคืนนี้ไม่เหมือนกับคืนวันศุกร์ที่แล้วๆ มาเพราะไม่ได้กลับบ้านครับเนื่องจากวันอาทิตย์ที่ ๑๓ ตุลาคมที่จะถึงนี้เป็นวันตำรวจซึ่งพวกเราตำรวจทุกคนจะต้องร่วมกิจกรรมที่หน่วยหรือที่ตั้งของแต่ละแห่ง แล้วการอยู่ที่นี่โรงพักแม่จริมของผมก็เหมือนๆ กับทุกคืนที่ผ่านมานั่นแหละอยู่เฉยๆ ไม่ได้ต้องหานั่นหานี่มาทำแล้วงานหรือสิ่งที่จะทำก็มีเยอะแยะมากมายไม่หวัดไม่ไหวแต่ก็สนุกและเต็มใจ ภูมิใจที่ได้ทำนั่นก็คือนำข้อมูลเรื่องราวพร้อมภาพประกอบที่เพื่อนๆ ตำรวจน่านและเชียงรายส่งเข้ามาทางไลน์เสนอให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบการทำงานของพวกเราทางเฟสบุ๊คอีกต่อหนึ่งโดยคืนนี้มีเยอะมากเลยทีเดียว

สำหรับเฟสบุ๊คที่ว่านั้นมีดังนี้ครับ
* ภ.จว.น่าน https://www.facebook.com/nan.police5
* อบถ.ภ.๕ https://www.facebook.com/trfinv.police5