วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๑.๐๐.เป็นต้นไปผมเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านนาคา ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริมตามนโยบายการสร้างความคุ้นเคยสนิทสนม,ปฏิบัติการจิตวิทยาและแผนการปฏิบัติประจำวันที่กำหนดไว้
โรงเรียนบ้านห้วยบงเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมปีที่ ๖ มีนักเรียนประมาณ ๑๕๐ คนส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่
การพบปะเยี่ยมเยียนครั้งนี้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับการพบปะนักเรียนที่โรงเรียนบ้านห้วยบงเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา
<< ภาพทั้งหมด >>
วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556
ร่วมการถ่ายทำวิดีทัศน์ที่โรงเรียนชุมชนบ้านนาคา (๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้เวลาประมาณ ๑๐.๔๕ น.ผมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริมจำนวนหนึ่งร่วมการถ่ายทำการแสดงละครเกี่ยวกับเด็กที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตามกิจกรรมของโรงเรียนที่โรงเรียนบ้านนาคา ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม โดยกิจกรรมนี้สมมุติสถานการณ์ว่ามีเด็กวัยรุ่นขายยาเสพติดแก่เพื่อนๆ และถูกตำรวจจับได้ในที่สุด
หลังจากถ่ายทำละครเสร็จแล้วได้ใช้โอกาสนี้พบปะพูดคุยกับนักเรียนโดยชี้ให้เห็นโทษ พิษภัยและสิ่งที่จะตามมากับผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้นักเรียนทราบอีกส่วนหน่ึ่ง
<< ภาพทั้งหมด >>
หลังจากถ่ายทำละครเสร็จแล้วได้ใช้โอกาสนี้พบปะพูดคุยกับนักเรียนโดยชี้ให้เห็นโทษ พิษภัยและสิ่งที่จะตามมากับผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้นักเรียนทราบอีกส่วนหน่ึ่ง
<< ภาพทั้งหมด >>
ร่วมประชุม Video conference (๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.ไพโรจน์ สิริปิยานนท์ สว.อก.และเจ้าหน้าที่เวร ศปก.สภ.แม่จริมเข้าร่วมประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพหรือ Video conference กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานตำรวจทุกแห่งที่ห้อง ศปก.สภ.แม่จริม
การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ตำรวจภูธรภาค ๕ และตำรวจภูธรจังหวัดน่านตามลำดับ
สำหรับการประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.
การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ตำรวจภูธรภาค ๕ และตำรวจภูธรจังหวัดน่านตามลำดับ
สำหรับการประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.
วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556
คืนนี้ที่ สภ.แม่จริม (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
คืนนี้เป็นอีกคืนหนึ่งที่เหมือนเกือบกับทุกๆ คืนที่ผ่านมานั่นก็คือหลังจากเสร็จธุระส่วนตัวช่วงเย็นแล้วก็เดินทางมาประจำที่ สภ.แม่จริมเป็นกำลังคอยเหตุ ให้การสนับสนุนหรือพิจารณาสั่งการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องหากมีเหตุเกิดขึ้นแก่น้องๆ เจ้าหน้าที่เขาครับ
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีคืนนี้ประกอบด้วย
๑. ร.ต.ท.กฤษดิกร กันบุญ พนักงานสอบสวนเวร
๒. ร.ต.ต.ประเสริฐ บุญสุวรรณ เจ้าหน้าที่สิบเวร
๓. ด.ต.จักรพันธ์ พรมทะนา เจ้าหน้าที่สื่อสาร
๔. ด.ต.พิเชฐ ภูนิคม เจ้าหน้าที่ประจำวัน
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีคืนนี้ประกอบด้วย
๑. ร.ต.ท.กฤษดิกร กันบุญ พนักงานสอบสวนเวร
๒. ร.ต.ต.ประเสริฐ บุญสุวรรณ เจ้าหน้าที่สิบเวร
๓. ด.ต.จักรพันธ์ พรมทะนา เจ้าหน้าที่สื่อสาร
๔. ด.ต.พิเชฐ ภูนิคม เจ้าหน้าที่ประจำวัน
พบปะเยี่ยมเยียนนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๕.๐๐.เป็นต้นไปผมเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๔ ตำบลหมอเมือง อำเภอแม่จริมตามนโยบายการสร้างความคุ้นเคยสนิทสนม,ปฏิบัติการจิตวิทยาและแผนการปฏิบัติประจำวันที่กำหนดไว้
โรงเรียนบ้านห้วยบงเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปีที่ ๓ มีนักเรียนประมาณ ๑๐๐ คนส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่
การพบปะเยี่ยมเยียนครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพบปะเยี่ยมเยียนมวลชนของ สภ.แม่จริมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการถ่ายทอดให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กๆ ในเรื่องที่เหมาะสมกับวัยนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้รถใช้ถนน,การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด,การลดช่องว่างระหว่างเด็กๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเราให้แน่้นแฟ้นสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งขึ้น
การพบปะครั้งนี้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับการพบปะเยี่ยมเยียนนักเรียนเล็กๆ ของโรงเรียนอื่นๆ ที่ผ่านมานั่ีนก็คือหลังจากสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยให้เกิดขึ้นแล้วยังได้สอดแทรกสิ่งละอันพันละน้อยแก่เด็กๆ ด้วย เช่น การทำงานของตำรวจเรา,เครื่องหมายที่เห็นในเครื่องแบบคืออะไร ยศไหน , ตำรวจโรงพักมีหน้าที่อะไร , ตำรวจเราทำอะไรบ้าง อยากเป็นตำรวจในอนาคตจะต้องขยัน ตั้งใจเรียนหนังสือนะ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนะ นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์อย่าลืมใส่้หมวกกันน็อกและคาดเข็มขัดนิรภัยเวลานั่งด้านหน้ารถยนต์โดยบอกคุณพ่อคุณแม่หรือคนขับคาดด้วยนะอะไรประมาณนี้
นอกจากพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ ตามประสาคนรู้จักมักคุ้นกันมาแต่ก่อนเก่าแล้วยังได้ใช้โอกาสนี้บอกให้เพื่อนๆ แจ้งไปพ่อแม่ผู้ปกครองช่วยกันเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างเคร่งครัดด้วยโดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์หรือการคาดเข็มขัดนิรภัยหากขับรถยนต์เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่ผู้ปกครอง ตัวเด็กๆ เองและเพื่อนร่วมทาง โดยอาศัยโอกาสช่วงนี้นี่แหละครับพี่น้องที่จะใช้เด็กเป็นสื่อไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองในการเคารพและปฏิบัติการตามกฎจราจรซึ่งผมคิดว่าน่าจะได้ผลในระดับหนึ่งเพราะเด็กๆ ที่เห็นเนี่ยะรู้จักสนิทกับผมทุกคน และหากเด็กๆ เขาพูดกับพ่อแม่เขาคิดว่าพ่อแม่เขาคงจะเชื่อและทำตามเด็กบ้างไม่มากก็น้อย
ผมอยู่พบปะกับเด็กนักเรียนที่โรงเรียนนี้เป็นเวลาประมาณ ๔๕ นาทีจึงเดินทางกลับ ขอบคุณคุณครูและเด็กๆ ที่น่ารักทุกคนนะครับ
<< ภาพทั้งหมด >>
การพบปะเยี่ยมเยียนครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพบปะเยี่ยมเยียนมวลชนของ สภ.แม่จริมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการถ่ายทอดให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กๆ ในเรื่องที่เหมาะสมกับวัยนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้รถใช้ถนน,การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด,การลดช่องว่างระหว่างเด็กๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเราให้แน่้นแฟ้นสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งขึ้น
การพบปะครั้งนี้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับการพบปะเยี่ยมเยียนนักเรียนเล็กๆ ของโรงเรียนอื่นๆ ที่ผ่านมานั่ีนก็คือหลังจากสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยให้เกิดขึ้นแล้วยังได้สอดแทรกสิ่งละอันพันละน้อยแก่เด็กๆ ด้วย เช่น การทำงานของตำรวจเรา,เครื่องหมายที่เห็นในเครื่องแบบคืออะไร ยศไหน , ตำรวจโรงพักมีหน้าที่อะไร , ตำรวจเราทำอะไรบ้าง อยากเป็นตำรวจในอนาคตจะต้องขยัน ตั้งใจเรียนหนังสือนะ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนะ นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์อย่าลืมใส่้หมวกกันน็อกและคาดเข็มขัดนิรภัยเวลานั่งด้านหน้ารถยนต์โดยบอกคุณพ่อคุณแม่หรือคนขับคาดด้วยนะอะไรประมาณนี้
นอกจากพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ ตามประสาคนรู้จักมักคุ้นกันมาแต่ก่อนเก่าแล้วยังได้ใช้โอกาสนี้บอกให้เพื่อนๆ แจ้งไปพ่อแม่ผู้ปกครองช่วยกันเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างเคร่งครัดด้วยโดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์หรือการคาดเข็มขัดนิรภัยหากขับรถยนต์เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่ผู้ปกครอง ตัวเด็กๆ เองและเพื่อนร่วมทาง โดยอาศัยโอกาสช่วงนี้นี่แหละครับพี่น้องที่จะใช้เด็กเป็นสื่อไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองในการเคารพและปฏิบัติการตามกฎจราจรซึ่งผมคิดว่าน่าจะได้ผลในระดับหนึ่งเพราะเด็กๆ ที่เห็นเนี่ยะรู้จักสนิทกับผมทุกคน และหากเด็กๆ เขาพูดกับพ่อแม่เขาคิดว่าพ่อแม่เขาคงจะเชื่อและทำตามเด็กบ้างไม่มากก็น้อย
ผมอยู่พบปะกับเด็กนักเรียนที่โรงเรียนนี้เป็นเวลาประมาณ ๔๕ นาทีจึงเดินทางกลับ ขอบคุณคุณครูและเด็กๆ ที่น่ารักทุกคนนะครับ
<< ภาพทั้งหมด >>
ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนนาเซีย (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้เวลาประมาณ ๑๔.๓๕ น.ผมเดินทางไปตรวจเยี่ยมและดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนหรือตู้ยามนาเซียซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านนาเซีย หมู่ที่ ๔ ตำบลหมอเมืองพบ ร.ต.ต.สมพงค์ โพจา อยู่ปฏิบัติหน้าที่ รายงานเหตุการณ์ปกติ โดยในการตรวจนั้นได้ตรวจเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ ของอาคารที่ทำการและบริเวณโดยรอบพบว่าอยู่ในเกณฑ์เป็นที่น่าพอใจและสามารถรองรับการให้บริการพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาทิเช่นสมุดบันทึกประจำวัน,สมุดบันทึกการปฏิบัติและข้อมูลท้องถิ่นครบถ้วนและเป็นปัุจจุบันแต่ผมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าให้หมั่นออกสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอเพราะข้อมูลบางอย่างมักจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยหากมีข้อมูลเพิ่มเติมนอกจากบันทึกและเก็บรวบรวมไว้ที่หน่วยบริการแล้วให้ส่งสำเนาให้งานธุรการป้องกันปราบปรามด้วย ๑ ชุดเพื่อจัดเป็นฐานข้อมูลต่อไป
การตรวจครั้งนี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้อีกส่วนหนึ่งดังนี้
๑. ช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งพี่น้องประชาชนอาจจะสัญจรไปตามที่ต่างๆ ด้วยยานพาหนะค่อนข้างมาก จึงให้ช่วยสอดส่องดูแล แนะนำการใช้รถใช้ถนนโดยขอให้พี่น้องช่วยกันปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องเองและเพื่อนร่วมทาง
๒. พี่น้องส่วนหนึ่งจะออกจากบ้านเพื่อไปทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ทำให้บางช่วงเวลาไม่มีผู้อยู่ดูแลบ้านพักอาศัยและอาจเป็นช่องว่างให้คนร้ายเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์ของพี่น้องได้ จึงให้จัดเจ้าหน้าที่หมั่นออกตรวจตราดูแลบ้านพักอาศัยของพี่น้องให้มากเป็นพิเศษกว่าช่วงเวลาปกติ
๓. ให้ช่วยกันสืบสวนหาข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๔. การออกปฏิบัติหน้าที่ให้จัดทำบันทึกไว้ในสมุดประจำหน่วยบริการฯทุกครั้ง
๕. หากพบการกระทำผิดหรือสิ่งบอกเหตุที่น่าสนใจให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที
หน่วยบริการประชาชนนาเซียเป็น ๑ ใน ๒ หน่วยบริการฯ ของ สภ.แม่จริม (อีกหน่วยหนึ่งคือหน่วยบริการประชาชนนาบัว) ตั้งอยู่ที่บ้านนาเซีย หมู่ที่ ๔ ตำบลหมอเมือง ห่างจาก สภ.แม่จริมไปทางด้านทิศใต้ประมาณ ๔ กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบจำนวน ๒ คนโดยมีเขตพื้นที่รับผิดชอบในตำบลหมอเมือง,น้ำพางและตำบลน้ำปาย
การตรวจครั้งนี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้อีกส่วนหนึ่งดังนี้
๑. ช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งพี่น้องประชาชนอาจจะสัญจรไปตามที่ต่างๆ ด้วยยานพาหนะค่อนข้างมาก จึงให้ช่วยสอดส่องดูแล แนะนำการใช้รถใช้ถนนโดยขอให้พี่น้องช่วยกันปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องเองและเพื่อนร่วมทาง
๒. พี่น้องส่วนหนึ่งจะออกจากบ้านเพื่อไปทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ทำให้บางช่วงเวลาไม่มีผู้อยู่ดูแลบ้านพักอาศัยและอาจเป็นช่องว่างให้คนร้ายเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์ของพี่น้องได้ จึงให้จัดเจ้าหน้าที่หมั่นออกตรวจตราดูแลบ้านพักอาศัยของพี่น้องให้มากเป็นพิเศษกว่าช่วงเวลาปกติ
๓. ให้ช่วยกันสืบสวนหาข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๔. การออกปฏิบัติหน้าที่ให้จัดทำบันทึกไว้ในสมุดประจำหน่วยบริการฯทุกครั้ง
๕. หากพบการกระทำผิดหรือสิ่งบอกเหตุที่น่าสนใจให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที
หน่วยบริการประชาชนนาเซียเป็น ๑ ใน ๒ หน่วยบริการฯ ของ สภ.แม่จริม (อีกหน่วยหนึ่งคือหน่วยบริการประชาชนนาบัว) ตั้งอยู่ที่บ้านนาเซีย หมู่ที่ ๔ ตำบลหมอเมือง ห่างจาก สภ.แม่จริมไปทางด้านทิศใต้ประมาณ ๔ กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบจำนวน ๒ คนโดยมีเขตพื้นที่รับผิดชอบในตำบลหมอเมือง,น้ำพางและตำบลน้ำปาย
ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำธนาคารออมสิน (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้เวลาประมาณ ๑๔.๓๕ น.ผมเดินทางไปตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยประจำธนาคารออมสิน สาขาแม่จริมพบ ร.ต.ต.สุกิจ วังคำหมื่น อยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานไม่มีเหตุ
การตรวจตราดูแลครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ทของ สภ.แม่จริมที่กำหนดไว้โดยยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีนโยบายที่จะเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐานที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนทั้งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินและชีวิตร่างกายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความหวาดระแวงภัยจากอาชญากรรมของพี่น้องให้เหลือน้อยที่สุด
การตรวจตราดูแลครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ทของ สภ.แม่จริมที่กำหนดไว้โดยยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีนโยบายที่จะเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐานที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนทั้งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินและชีวิตร่างกายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความหวาดระแวงภัยจากอาชญากรรมของพี่น้องให้เหลือน้อยที่สุด
ดำเนินรายการตำรวจแม่จริมพบประชาชน (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้ ระหว่างเวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.ผมดำเนินรายการ "ตำรวจแม่จริมพบประชาชน" ทางสถานีวิทยุสหกรณ์การเกษตรแม่จริม จำกัด ระบบเอฟเอ็ม ความถี่ ๙๘.๕๐ เม็กกะเฺฮิร์ตช เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สาระน่ารู้สิ่งดีๆ จากตำรวจให้พี่น้องประชาชนรับฟัง โดย สภ.แม่จริมได้รับอนุเคราะห์เวลาจากสถานีให้เข้าไปดำเนินรายการสัปดาห์ละ ๑ ครั้งในวันพุธช่วงเวลานี้
สาระสำคัญของการดำเนินรายการวันนี้มีดังนี้
๑. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ
๒. ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ สภ.แม่จริมรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
๓. กิจกรรมสำคัญๆ ที่ตำรวจแม่จริมดำเนินการ
๔. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน , การป้องกันตนเองเบื้องต้น
๕. การแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามช่องทางต่างๆ
๖. คดีอาญาสำคัญๆ ที่น่าสนใจซึ่งเกิดเหตุในเขตท้องที่ สภ.แม่จริม
๗. การดำเนินการของ สภ.แม่จริมและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ รวมถึงการขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
๘. สาระบันเทิง
สาระสำคัญของการดำเนินรายการวันนี้มีดังนี้
๑. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ
๒. ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ สภ.แม่จริมรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
๓. กิจกรรมสำคัญๆ ที่ตำรวจแม่จริมดำเนินการ
๔. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน , การป้องกันตนเองเบื้องต้น
๕. การแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามช่องทางต่างๆ
๖. คดีอาญาสำคัญๆ ที่น่าสนใจซึ่งเกิดเหตุในเขตท้องที่ สภ.แม่จริม
๗. การดำเนินการของ สภ.แม่จริมและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ รวมถึงการขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
๘. สาระบันเทิง
สวัสดีวันพระ (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้วันพุธแรม ๘ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันพระ ขอให้พี่น้องทุกท่านจงเจริญในธรรมโดยทั่วกัน
วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556
สภ.แม่จริมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ (๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. พ.ต.อ.สุชาติ สิงห์ขรณ์ ผกก.สภ.แม่จริมนำข้าราชตำรวจทุกนาย จนท.ฝ่ายปกครองและอาสาสมัครภาคประชาชน อ.แม่จริมปล่อยแถวระดมกวาดล้างช่วงเทศกาลคริสตมาสและวันขึ้นปีใหม่ปี ๒๕๕๗ ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการ สภ.แม่จริมซึ่งการระดมกวาดล้างวันนี้ ภ.จว.น่านกำหนดให้สถานีตำรวจทุกแห่งดำเนินการพร้อมกันเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลนี้
หลังจากทำพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราส่วนหนึ่งออกไปตั้งจุดตรวจหน้าตู้ยามนาบัว ตำบลหนองแดง ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.แม่จริมไปทางทิศเหนือประมาณ ๖ กิโลเมตร
หลังจากทำพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราส่วนหนึ่งออกไปตั้งจุดตรวจหน้าตู้ยามนาบัว ตำบลหนองแดง ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.แม่จริมไปทางทิศเหนือประมาณ ๖ กิโลเมตร
ประชุมเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.แม่จริม (๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้ตื่นมาทำงานแต่เช้าซึ่งบรรยากาศที่ สภ.แม่จริมและบริเวณใกล้เคียงมีหมอกหนามากแล้วก็หนาวจับจิตจับใจตามสภาพอากาศหน้าหนาวแบบนี้ซึ่งทางภาคเหนือค่อนข้างหนักกว่าเพื่อนทุกภาคของเมืองไทย แต่พวกเราชินกันครับ ออกจะชอบซะด้วยซ้ำ สำหรับวันนี้ช่วงเช้าผมทำงานที่โรงพักแม่จริมครับ
ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศที่โรงพักแม่จริมช่วงเช้าว่าเป็นอย่างไรโดยในภาพนั้น พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.สภ.แม่จริมประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดทื่จะปฏิบัติหน้าที่วันนี้เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ครับ หนาวมากเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ ไม่งั้นเอาไม่อยู่
วันเดียวกันเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น.ผมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายงานสืบสวน สภ.แม่จริมเพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจต่างๆ ช่วงการปฏิบัติในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๗ ที่ห้องสืบสวนโดยภารกิจคร่าวๆ เป็นเรื่องการปฏิบัติตามข้อสั่งการและแนวนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่สั่งการการช่วงนี้ครับ แต่รายละเอียดเป็นอย่างไรขออนุญาตไม่เปิดเผย โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง
ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศที่โรงพักแม่จริมช่วงเช้าว่าเป็นอย่างไรโดยในภาพนั้น พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.สภ.แม่จริมประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดทื่จะปฏิบัติหน้าที่วันนี้เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ครับ หนาวมากเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ ไม่งั้นเอาไม่อยู่
วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556
กล่าวตามประธาน (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖)
คืนหนึ่งช่วงก่อนเข้าพรรษาผมได้รับเชิญไปร่วมประชุมที่อาคารอเนกประสงค์ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
การประชุมวันนั้นผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน มีพี่น้องเข้าร่วมประชุมหนาตาพอสมควร
ก่อนเลิกประชุมผู้ใหญ่บ้านขอให้ทุกคนกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามประธานด้วยข้อความดังนี้
“ข้าพเจ้า นายบุญมี ร่ำรวยมหาศาล
ผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ ขอให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าช่วงเข้าพรรษานี้จะไม่ดื่มเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด”
เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.แม่จริมออกตรวจร้านค้า,แผงลอย,ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.แม่จริมนำโดย ร.ต.ท.เดชาวัติ ธนะขว้าง รอง สวป.หัวหน้าสืบสวนได้ออกตรวจสำรวจและตรวจสอบร้านค้า,แผงลอยและพี่น้องผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในเขตพื้นที่ตามที่ผมสั่งการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาเพื่อมิให้มีการกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์,การจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯ เกินราคาซึ่งได้แจ้งและขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยการออกตรวจครั้งนี้ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย
<< ภาพทั้งหมด >>
<< ภาพทั้งหมด >>
สุขสันต์วันเกิดลูกสาว (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖)
๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ครบรอบวันเกิด ๑๙ ปีเต็มของนางสาวไทย (นางสาวปัทมาพร มัจฉา) คนสวยที่สุดของพ่อ พ่อกับแม่ขออวยพรให้ลูกสุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อจะได้เติบโตเป็นอนาคตที่มีค่าของชาตินะจ๊ะ
รักลูกจ้ะ
Happy birthday.
<< ภาพทั้งหมด >>
รักลูกจ้ะ
Happy birthday.
<< ภาพทั้งหมด >>
วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556
กระแสความเกลียดชังในโลกของตำรวจ : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖)
ที่ใดมีอำนาจ
ที่นั่นมีการต่อต้านขัดขืน (Where there is power, there is resistance) มิเชล ฟูโกต์ กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า
การดำรงอยู่ของอำนาจขึ้นอยู่กับการต่อต้านขัดขืนด้วยเช่นกัน
โดยการต่อต้านขัดขืนจะมีลักษณะที่แตกต่างหลากหลายและมีลักษณะเฉพาะของตนเอง “เอาโรงพักคืนมา เอาโรงพักคืนมา” เสียงตะโกนเรียกหาโรงพักของเหล่าตำรวจท่ามกลางภาวะการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเหล่าบรรดาตำรวจควบคุมฝูงชนได้สร้างความฉงน
สงสัย ระคนประหลาดใจให้แก่เหล่ามวลมหาประชาชนในวันนั้นไม่น้อย
“งงนะ อยู่ๆ ตำรวจก็ตะโกนว่าเอาโรงพักคืนมา พวกเราเอาโรงพักมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่? เรากำลังจะเข้าไปยึดนครบาล ไม่ได้ไปยึดโรงพักซะหน่อย สงสัยมันจะเพี้ยนไปแล้ว...” เสียงของประชาชนที่มีต่อการกระทำของตำรวจในวันนั้น กลับตรงข้ามกับความรู้สึกผ่อนคลายของเหล่าบรรดาตำรวจที่ได้แสดงออกโดยการตอบโต้ผ่านการเสียดสี ประชดประชันต่อผู้ที่เคยมีอำนาจเหนือกลุ่มตนและผลจากการใช้อำนาจในครั้งนั้นได้ส่งผลให้เหล่าบรรดาตำรวจจะต้องเก็บรักษาโรงพักร้าง(ที่ยังสร้างไม่เสร็จ)ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไปโดยที่ต้องพยายามหาวิธีการที่จะมีสถานที่ทำงานไว้เพื่อใช้ในการบริการประชาชนให้ดูไม่น่าสังเวชใจ!!
ถึงแม้ว่าการกระทำในวันนั้นอาจทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจในแง่มุมของการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีคุณลักษณะที่อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากจะเจือจางลงไปอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการถูกกดดันอยู่ภายใต้การกดทับของการใช้อำนาจที่พวกเขารู้สึกว่าไม่เป็นธรรมต่อพวกเขามาเป็นเวลานานและไม่ได้ตอบโต้ ต่อต้าน ขัดขืนด้วยยึดมั่นในวินัยและการบัญชาการของผู้เป็นนายที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ตั้งรับอย่างเข้มแข็งด้วยความอดทน อดกลั้น แต่ทว่าในที่สุดกฎของฟูโกที่ว่าด้วยการต่อต้านขัดขืนอำนาจก็เป็นจริงโดยที่เหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจชั้นผู้น้อยเหล่านั้นเลือกที่ตอบโต้โดยการพุ่งเป้าไปที่ผู้มีอำนาจที่กระทำต่อพวกเขา...ที่ไม่ใช่เหล่าบรรดาประชาชนหรือมวลมหาประชาชนในวันนั้น “พวกผมไม่เคยโกรธประชาชน พ่อแม่ พี่น้องที่มาผลักไส มาปะทะกับผมเลย ตรงข้ามพวกผมเป็นห่วงกลัวพวกเขาจะเจ็บด้วยซ้ำ พวกผมอาจรู้สึกหงุดหงิดบ้าง เพราะตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาจึงไม่เข้าใจพวกผมบ้าง ไม่เข้าใจเจตนาของพวกผม ไม่เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของพวกผม ไม่เข้าใจว่า ถ้าไม่มีพวกผมปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นตามมา? แต่พวกผมก็เข้าใจพวกเขา เพราะเข้าใจไงเลยไม่โกรธ ไม่เกลียดถึงแม้ว่าประชาชนจะด่า จะยิงหัวนอตใส่ จะเอาน้ำผสมพริกมาสาด” ความรู้สึกที่เก็บกดไว้ในใจพรั่งพรูมากมายล้วนแสดงให้เห็นถึงความหวังของเหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจที่ต้องการความเข้าใจจากประชาชน
"ตำรวจไม่อยู่ข้างประชาชน" นี่คือเสียงของผู้ชุมนุมที่อยู่ในกลุ่มมวลมหาประชาชน “ทำไม ตำรวจไม่สู้ ทำไมตำรวจปล่อยให้พวกนั้นทำกับตำรวจอย่างนี้ ปล่อยให้เขาหยามเกียรติหยามศักดิ์ศรีอยู่ได้ยังไง” นี่คือเสียงของประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างจากกลุ่มมวลมหาประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่าที่ไม่เข้าใจตำรวจและแสดงพฤติกรรมต่างๆ นานาต่อตำรวจตามความเข้าใจของพวกเขาเหล่านั้น ทั้งนี้เนื่องมาจากองค์กรตำรวจเองก็ไม่เคยที่จะพยายามก้าวพ้นจากข้อจำกัดต่างๆ ออกมาทำความเข้าใจและอธิบายที่มาที่ไปในการทำงานตำรวจให้ประชาชนได้เข้าใจเช่นเดียวกันตำรวจได้ปิดโลกของตำรวจ โดยอ้างว่า เป็นการยากที่จะอธิบายให้ประชาชนและผู้คนต่างๆ ในสังคมเข้าใจว่าตำรวจทำอะไร อย่างไร มีปัญหาอุปสรรค มีเหตุปัจจัยอันเป็นที่มาของการกระทำอันซับซ้อนย้อนแย้งอย่างไร? แต่ตำรวจมักจะพูดและตอกย้ำอยู่เสมอว่า เชื่อเถอะว่าตำรวจทำเพื่อประชาชน ผ่านนโยบายตำรวจทุกยุคทุกสมัย เช่น บริการดุจญาติพิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว หรือนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ย้ำนักย้ำหนาว่า ตำรวจทุกนายทุกระดับจะต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยต้องทำงานอย่างตำรวจมืออาชีพ
“โปรดจงเข้าใจชีวิตตำรวจไทยอย่างเราบ้าง อย่ามาหยามศักดิ์ศรีกันนัก” เป็นคำเรียกร้องของนายดาบ ซึ่งเป็นไพร่พลตำรวจผู้ได้รับแรงปะทะโดยตรง “ถ้าตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายได้เสมอภาค มีจริยธรรม และมีจรรยาบรรณ อยู่สังกัดอะไรก็มีเกียรติ ทุกวันนี้ตำรวจแย่ก็เพราะไม่มีคุณสมบัติที่ดี” เสียงของประชาชนที่มีทัศนคติและความเชื่อมั่นว่าตำรวจยังสอบไม่ผ่านและต้องปรับปรุงตนเอง และด้วยทัศนคติเช่นนี้ จึงทำให้พวกเขาคิดว่าตำรวจควรขึ้นตรงต่อท้องถิ่น ซึ่งผูกติดอยู่กับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด!!!
"หยุดคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวท่านเอง โดยไม่ต้องไปถามความเห็นจากใคร ถูกผิดอยู่ในใจของท่านเอง อยากให้ลองไปค้นหาประวัติการเกิดมาขององค์กรตำรวจว่าเกิดมาโดยใคร อย่างไร และเพื่อประโยชน์ของใคร?” เสียงเรียกร้องของตำรวจที่ต้องการให้ผู้ที่ไม่เข้าใจตำรวจ ผู้ที่มองตำรวจในแง่มุมที่ไม่ดี หรือผู้ที่แสดงเจตจำนงในการปฏิรูปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำรวจได้ทบทวนไตร่ตรองสะท้อนคิด โดยที่ตำรวจผู้เรียกร้องเหล่านี้ลืมคิดไปว่า จะให้ประชาชนหรือผู้คนที่ไม่เข้าใจตำรวจเกิดความเข้าใจที่มาที่ไปและเหตุแห่งการกระทำต่างๆ ของตำรวจอย่างแจ่มชัดได้อย่างไรในเมื่อเหล่าประชาชนและมวลมหาประชาชนหรือผู้มีอำนาจทั้งหลายทั้งปวงนั้นไม่มีข้อมูลหรือประสบการณ์เกี่ยวกับกลไกธรรมชาติและความกดดันต่างๆ ที่เหล่าบรรดาตำรวจรู้เป็นอย่างดีเลย...
ดังนั้นต่อให้ประชาชนหยุดและคิดเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี!! ทางออกจึงย้อนกลับมาที่ตำรวจต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนให้ได้ว่า ตำรวจเป็นใคร ตำรวจทำอะไร ธรรมชาติงานของตำรวจท่ามกลางบริบททางสังคมวัฒนธรรมและการเมืองแบบไทยๆ เป็นอย่างไร?...หวังว่าคงไม่ตอบว่าตำรวจคือผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบภายในสังคมแต่เพียงเท่านั้น เพราะประชาชนเขาก็รู้แค่ปรากฏการณ์ส่วนผิวที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น เขาเห็นตำรวจรับส่วย เขาเห็นตำรวจดูแลนักการเมือง แต่เขาไม่รู้ว่าทำไมตำรวจต้องรับส่วย ทำไมตำรวจต้องดูแลนักการเมือง?
สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งคืออะไร? ถึงเวลาแล้วที่องค์กรตำรวจต้องสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจองค์กรตำรวจให้เกิดขึ้นให้จงได้ อย่าทำแต่เพียงพูดว่า "ท่านไม่เป็นตำรวจ ท่านพัฒนาตำรวจไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านเองยังไม่รู้ปัญหาของตำรวจเลย” อย่าลืมว่าผู้ที่สร้างมวลมหาประชาชนให้เข้าใจและยอมรับได้อย่างแท้จริงคือผู้ที่มีอำนาจตัวจริง(ย้ำว่ามวลมหาประชาชนจริงๆ ที่เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ) ดังนั้น หากตำรวจอยากให้ประชาชนเข้าใจตำรวจจงลงมือทำเดี๋ยวนี้!!
“งงนะ อยู่ๆ ตำรวจก็ตะโกนว่าเอาโรงพักคืนมา พวกเราเอาโรงพักมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่? เรากำลังจะเข้าไปยึดนครบาล ไม่ได้ไปยึดโรงพักซะหน่อย สงสัยมันจะเพี้ยนไปแล้ว...” เสียงของประชาชนที่มีต่อการกระทำของตำรวจในวันนั้น กลับตรงข้ามกับความรู้สึกผ่อนคลายของเหล่าบรรดาตำรวจที่ได้แสดงออกโดยการตอบโต้ผ่านการเสียดสี ประชดประชันต่อผู้ที่เคยมีอำนาจเหนือกลุ่มตนและผลจากการใช้อำนาจในครั้งนั้นได้ส่งผลให้เหล่าบรรดาตำรวจจะต้องเก็บรักษาโรงพักร้าง(ที่ยังสร้างไม่เสร็จ)ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไปโดยที่ต้องพยายามหาวิธีการที่จะมีสถานที่ทำงานไว้เพื่อใช้ในการบริการประชาชนให้ดูไม่น่าสังเวชใจ!!
ถึงแม้ว่าการกระทำในวันนั้นอาจทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจในแง่มุมของการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีคุณลักษณะที่อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากจะเจือจางลงไปอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการถูกกดดันอยู่ภายใต้การกดทับของการใช้อำนาจที่พวกเขารู้สึกว่าไม่เป็นธรรมต่อพวกเขามาเป็นเวลานานและไม่ได้ตอบโต้ ต่อต้าน ขัดขืนด้วยยึดมั่นในวินัยและการบัญชาการของผู้เป็นนายที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ตั้งรับอย่างเข้มแข็งด้วยความอดทน อดกลั้น แต่ทว่าในที่สุดกฎของฟูโกที่ว่าด้วยการต่อต้านขัดขืนอำนาจก็เป็นจริงโดยที่เหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจชั้นผู้น้อยเหล่านั้นเลือกที่ตอบโต้โดยการพุ่งเป้าไปที่ผู้มีอำนาจที่กระทำต่อพวกเขา...ที่ไม่ใช่เหล่าบรรดาประชาชนหรือมวลมหาประชาชนในวันนั้น “พวกผมไม่เคยโกรธประชาชน พ่อแม่ พี่น้องที่มาผลักไส มาปะทะกับผมเลย ตรงข้ามพวกผมเป็นห่วงกลัวพวกเขาจะเจ็บด้วยซ้ำ พวกผมอาจรู้สึกหงุดหงิดบ้าง เพราะตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาจึงไม่เข้าใจพวกผมบ้าง ไม่เข้าใจเจตนาของพวกผม ไม่เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของพวกผม ไม่เข้าใจว่า ถ้าไม่มีพวกผมปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นตามมา? แต่พวกผมก็เข้าใจพวกเขา เพราะเข้าใจไงเลยไม่โกรธ ไม่เกลียดถึงแม้ว่าประชาชนจะด่า จะยิงหัวนอตใส่ จะเอาน้ำผสมพริกมาสาด” ความรู้สึกที่เก็บกดไว้ในใจพรั่งพรูมากมายล้วนแสดงให้เห็นถึงความหวังของเหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจที่ต้องการความเข้าใจจากประชาชน
"ตำรวจไม่อยู่ข้างประชาชน" นี่คือเสียงของผู้ชุมนุมที่อยู่ในกลุ่มมวลมหาประชาชน “ทำไม ตำรวจไม่สู้ ทำไมตำรวจปล่อยให้พวกนั้นทำกับตำรวจอย่างนี้ ปล่อยให้เขาหยามเกียรติหยามศักดิ์ศรีอยู่ได้ยังไง” นี่คือเสียงของประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างจากกลุ่มมวลมหาประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่าที่ไม่เข้าใจตำรวจและแสดงพฤติกรรมต่างๆ นานาต่อตำรวจตามความเข้าใจของพวกเขาเหล่านั้น ทั้งนี้เนื่องมาจากองค์กรตำรวจเองก็ไม่เคยที่จะพยายามก้าวพ้นจากข้อจำกัดต่างๆ ออกมาทำความเข้าใจและอธิบายที่มาที่ไปในการทำงานตำรวจให้ประชาชนได้เข้าใจเช่นเดียวกันตำรวจได้ปิดโลกของตำรวจ โดยอ้างว่า เป็นการยากที่จะอธิบายให้ประชาชนและผู้คนต่างๆ ในสังคมเข้าใจว่าตำรวจทำอะไร อย่างไร มีปัญหาอุปสรรค มีเหตุปัจจัยอันเป็นที่มาของการกระทำอันซับซ้อนย้อนแย้งอย่างไร? แต่ตำรวจมักจะพูดและตอกย้ำอยู่เสมอว่า เชื่อเถอะว่าตำรวจทำเพื่อประชาชน ผ่านนโยบายตำรวจทุกยุคทุกสมัย เช่น บริการดุจญาติพิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว หรือนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ย้ำนักย้ำหนาว่า ตำรวจทุกนายทุกระดับจะต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยต้องทำงานอย่างตำรวจมืออาชีพ
“โปรดจงเข้าใจชีวิตตำรวจไทยอย่างเราบ้าง อย่ามาหยามศักดิ์ศรีกันนัก” เป็นคำเรียกร้องของนายดาบ ซึ่งเป็นไพร่พลตำรวจผู้ได้รับแรงปะทะโดยตรง “ถ้าตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายได้เสมอภาค มีจริยธรรม และมีจรรยาบรรณ อยู่สังกัดอะไรก็มีเกียรติ ทุกวันนี้ตำรวจแย่ก็เพราะไม่มีคุณสมบัติที่ดี” เสียงของประชาชนที่มีทัศนคติและความเชื่อมั่นว่าตำรวจยังสอบไม่ผ่านและต้องปรับปรุงตนเอง และด้วยทัศนคติเช่นนี้ จึงทำให้พวกเขาคิดว่าตำรวจควรขึ้นตรงต่อท้องถิ่น ซึ่งผูกติดอยู่กับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด!!!
"หยุดคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวท่านเอง โดยไม่ต้องไปถามความเห็นจากใคร ถูกผิดอยู่ในใจของท่านเอง อยากให้ลองไปค้นหาประวัติการเกิดมาขององค์กรตำรวจว่าเกิดมาโดยใคร อย่างไร และเพื่อประโยชน์ของใคร?” เสียงเรียกร้องของตำรวจที่ต้องการให้ผู้ที่ไม่เข้าใจตำรวจ ผู้ที่มองตำรวจในแง่มุมที่ไม่ดี หรือผู้ที่แสดงเจตจำนงในการปฏิรูปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำรวจได้ทบทวนไตร่ตรองสะท้อนคิด โดยที่ตำรวจผู้เรียกร้องเหล่านี้ลืมคิดไปว่า จะให้ประชาชนหรือผู้คนที่ไม่เข้าใจตำรวจเกิดความเข้าใจที่มาที่ไปและเหตุแห่งการกระทำต่างๆ ของตำรวจอย่างแจ่มชัดได้อย่างไรในเมื่อเหล่าประชาชนและมวลมหาประชาชนหรือผู้มีอำนาจทั้งหลายทั้งปวงนั้นไม่มีข้อมูลหรือประสบการณ์เกี่ยวกับกลไกธรรมชาติและความกดดันต่างๆ ที่เหล่าบรรดาตำรวจรู้เป็นอย่างดีเลย...
ดังนั้นต่อให้ประชาชนหยุดและคิดเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี!! ทางออกจึงย้อนกลับมาที่ตำรวจต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนให้ได้ว่า ตำรวจเป็นใคร ตำรวจทำอะไร ธรรมชาติงานของตำรวจท่ามกลางบริบททางสังคมวัฒนธรรมและการเมืองแบบไทยๆ เป็นอย่างไร?...หวังว่าคงไม่ตอบว่าตำรวจคือผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบภายในสังคมแต่เพียงเท่านั้น เพราะประชาชนเขาก็รู้แค่ปรากฏการณ์ส่วนผิวที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น เขาเห็นตำรวจรับส่วย เขาเห็นตำรวจดูแลนักการเมือง แต่เขาไม่รู้ว่าทำไมตำรวจต้องรับส่วย ทำไมตำรวจต้องดูแลนักการเมือง?
สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งคืออะไร? ถึงเวลาแล้วที่องค์กรตำรวจต้องสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจองค์กรตำรวจให้เกิดขึ้นให้จงได้ อย่าทำแต่เพียงพูดว่า "ท่านไม่เป็นตำรวจ ท่านพัฒนาตำรวจไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านเองยังไม่รู้ปัญหาของตำรวจเลย” อย่าลืมว่าผู้ที่สร้างมวลมหาประชาชนให้เข้าใจและยอมรับได้อย่างแท้จริงคือผู้ที่มีอำนาจตัวจริง(ย้ำว่ามวลมหาประชาชนจริงๆ ที่เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ) ดังนั้น หากตำรวจอยากให้ประชาชนเข้าใจตำรวจจงลงมือทำเดี๋ยวนี้!!
วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556
สื่อตั้งฉายา ตร.ปี’๕๖ 'สตช.'เสือกระดาษ (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๖
สมาคมนักข่าวและช่างภาพอาชญากรรมฯ
ตั้งฉายาตำรวจปี ๕๖ 'สตช.' เสือกระดาษ-'อดุลย์' ผบ.ข้าวกล่อง-'คำรณวิทย์'
แจ๊ด...กลับลำ-'ธาริต' นกหวีด...ปรี๊ดแตก
๒๑ ธ.ค.๕๖ นายไพโรจน์
เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารประกอบด้วย รองนายกฯ กรรมการ ที่ปรึกษาสมาคมฯ เพื่อหารือกันถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐในรอบปีที่ผ่านมาแล้วมีการตั้งฉายาให้กับองค์กร นายตำรวจและข้าราชการที่เป็นข่าวและเป็นที่สนใจของสังคมเพื่อสะท้อนแง่คิด ติชม
และยกย่องให้เห็นถึงผลงานที่ผ่านมา โดยในปีนี้ มีการให้ฉายาองค์กร ๑ แห่ง คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติและบุคคล ๑๒ ท่าน
๑. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้รับฉายาว่าเสือกระดาษ เพราะถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่มีการบังคับใช้กฎหมาย
เป็นที่น่าเกรงขามต่อผู้กระทำผิดต่างๆ แต่ในช่วงสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส.นั้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริงจัง ทำได้เพียงแค่แถลงข่าว
เจรจาและตักเตือนไม่ให้มีการกระทำผิด
จึงถูกมองว่าการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองนั้นเป็นเพียงเสือกระดาษเท่านั้น
๒. พล.ต.อ.อดุลย์
แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้รับฉายาว่า ผบ.ข้าวกล่อง เพราะว่าในฐานะที่เป็นผู้นำหน่วยตำรวจที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมต่างๆของมวลมหาประชาชนนั้น
พล.ต.อ.อดุลย์ได้ลงพื้นที่ไปดูแลความเรียบร้อยและให้ขวัญกำลังใจกับลูกน้องอย่างใกล้ชิด
และเกือบทุกครั้งก็จะร่วมรับประทานอาหารกล่องในพื้นที่การชุมนุมไปพร้อมๆกับตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วย
ถึงแม้ว่าข้าวกล่องดังกล่าวจะถูกตรวจสอบว่าราคาแพงเกินกว่าความเป็นจริงไปก็ตาม
๓. พล.ต.อ.เอก
อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้รับฉายาว่า มีสเตอร์คลีน
เพราะว่าช่วงเข้ามารับตำแหน่งหลักในฐานะ รองผบ.ตร.ได้รับความไว้วางใจจาก ผบ.ตร.
ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานีตำรวจต่างๆทั่วประเทศ
และมีอยู่หลายครั้งที่เมื่อ พล.ต.อ.เอก ลงพื้นที่ไปแล้วพบว่าสถานีตำรวจบกพร่อง
สกปรก ไม่มีความเป็นระเบียบก็จะรายงานให้ ผบ.ตร.รับทราบแล้วมีการสั่งย้ายหัวหน้าสถานีทันทีเพื่อเป็นแบบอย่างให้สถานีตำรวจทั่วประเทศหันมาใส่ใจภาพลักษณ์ความเป็นอยู่ของตำรวจด้วยกันเองและให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจสบายตาเมื่อเวลามาใช้บริการที่สถานีตำรวจ
๔. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับฉายาว่า จูดี้...show face เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลหลายเรื่อง ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจ และการปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดหนักในประเทศและแนวชายแดน นอกจากนี้พล.ต.อ.พงศพัศ ยังทำงานสังคมอื่นๆอีกทั้งเข้าช่วยเหลือผู้ตกยากหรือต้องคดีต่างๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ รวมถึงการติดตามนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีไปตามที่ต่างๆจนทำให้ประชาชนทั่วไปเห็นหน้าเห็นตาของ พล.ต.อ.พงศพัศ ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ตลอดเวลาและบ่อยครั้งมาก
๔. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับฉายาว่า จูดี้...show face เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลหลายเรื่อง ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจ และการปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดหนักในประเทศและแนวชายแดน นอกจากนี้พล.ต.อ.พงศพัศ ยังทำงานสังคมอื่นๆอีกทั้งเข้าช่วยเหลือผู้ตกยากหรือต้องคดีต่างๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ รวมถึงการติดตามนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีไปตามที่ต่างๆจนทำให้ประชาชนทั่วไปเห็นหน้าเห็นตาของ พล.ต.อ.พงศพัศ ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ตลอดเวลาและบ่อยครั้งมาก
๕. พล.ต.ท.คำรณวิทย์
ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้รับฉายาว่า แจ๊ด...กลับลำ
เนื่องจากช่วงสถานการณ์การชุมนุมของ
กปปส.ที่นำมวลมหาประชาชนมาประชิดบริเวณทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล
(บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ในฐานะผู้นำหน่วยและควบคุมกำลังเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาใส่หากมีการเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม
โดยเหตุการณ์ปะทะกันของตำรวจและมวลชนยาวนานถึง ๒ วัน และเมื่อเข้าสู่วันที่ ๓ นั้นทุกฝ่ายคิดว่าจะมีการปะทะกันหนักอีก แต่กลับกลายว่าในช่วงเช้านั้นเอง ผบช.น.
ได้มีคำสั่งให้หยุดยิง
รื้อลวดหนามและแท่งแบริเออร์ออกแล้วให้มวลมหาประชาชนเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลและ บช.น.ได้อย่างง่ายดาย
๖. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์
ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้รับฉายาว่า กิ๊ก...จ้าวโปรเจกต์ เนื่องจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์
เป็นนายตำรวจที่มีความคิดริเริ่มทำโครงการต่างๆเพื่อพัฒนางานด้านตำรวจอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่นายตำรวจระดับชั้นประทวนจนถึงชั้นสัญญาบัตร โดยเมื่อครั้งมารับตำแหน่ง
ผบช.ก. ก็ให้ตำรวจเน้นการทำงานกับชุมชนจนเป็นที่มาของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน
ตำรวจกลับหลังหัน ตำรวจนอกเวลา ยุวชนตำรวจ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการให้แนวคิดการทำงานสืบสวนสอบสวนแบบตำรวจมืออาชีพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ
ลดค่านิยมจับแพะหรือทรมานผู้ต้องหาของตำรวจไทยในอดีตด้วย
๗. พล.ต.ท.นเรศ
นันทโชติ ผบช.ภ.๑ ได้รับฉายาว่า เรศ...เหินฟ้า เนื่องจากการทำงานของตำรวจภูธรภาค ๑
ตั้งแต่อยู่ใต้การบัญชาการของพล.ต.ท.นเรศ จะมีการนำชุดปฏิบัติการพิเศษ
ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ออกปราบปรามคดีอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งเรื่องยาเสพติดหรือผู้มีอิทธิพล หรือคดีฆ่าคนตาย
มีการนำเฮลิคอปเตอร์ออกมาใช้งานควบคู่กับการทำงานบนภาคพื้นดินด้วยและสร้างความฮือฮาแก่ประชาชน
สื่อมวลชนด้วย
๘. พล.ต.ต.ปิยะ
อุทาโย รอง ผบช.สกพ. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา โมษกขายยา
เพราะการทำงานของ พล.ต.ต.ปิยะ ในฐานะโฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ
ศอ.รส.ในช่วงสถานการณ์ม็อบกปปส.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนั้นมีการแถลงข่าวบ่อยครั้งและในทุกๆครั้งก็เป็นการแถลงข่าวที่ไม่มีสาระสำคัญหรือมีประโยชน์ต่อการสร้างความสงบในพื้นที่
แต่กลับเป็นการจุดประเด็นหรือโจมตีฝั่งผู้ชุมนุมจนมีการปิดล้อมสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ่อยครั้ง
จนทำให้การให้ข่าวหรือแถลงข่าวแต่ละครั้งของ พล.ต.ต.ปิยะ
เป็นเสมือนโฆษกขายยาที่คั่นรายการหรือฉายภาพยนตร์เท่านั้นเอง
๙. พล.ต.ต.อดุลย์
ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ได้รับฉายา นายพล...รถยก เพราะหลังจากที่ พล.ต.ต.อดุลย์
ได้รับผิดชอบงานจราจร
ก็มีความคิดในการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพและปริมณฑลให้ดีขึ้น
จนมีแนวความคิดยกรถที่จอดกีดขวางตามถนนสายสำคัญต่างๆ เพื่อนำรถไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ
โดยได้ขอความร่วมมือรถยกของเอกชนและรถยกตำรวจในการทำงาน
ซึ่งทำให้การจราจรคลี่คลายไประดับหนึ่ง
แต่ท้ายที่สุดแล้วการยกรถก็เริ่มเบาบางและแต่กลับยังเห็นรถจอดกีดขวางตามถนนเช่นเดิม
๑๐. พล.ต.ต.สุพิศาล
ภักดีนฤนาท ผบก.ป ได้รับฉายา ผู้การ...ร่างทรง เพราะ พล.ต.ต.สุพิศาล
ได้รับตำแหน่งผบก.ป.มาตั้งแต่เป็น พ.ต.อ. ต่อเนื่องมาจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์
จากนั้นได้เลื่อนยศมาเป็น พล.ต.ต. และยังทำงานในตำแหน่ง ผบก.ป.อย่างต่อเนื่อง
แต่ผลงานไม่มีความโดดเด่นมากนักแต่ยังทำงานด้วยการรับคำสั่งจาก ผบช.ก.
อยู่อย่างต่อเนื่องจนทำให้เป็นเพียงผู้บังคับหน่วยที่เปรียบเสมือนเป็นร่างทรงเท่านั้นเอง

๑๑. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. ได้รับฉายาว่า เสือคืนลาย เพราะ พล.ต.ต.ประยนต์ เป็นปรมาจารย์ด้านงานสืบสวน แต่เมื่อครั้งมาดำรงตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น.ใหม่ๆ ยังทำงานด้านการสืบสวนไม่ลงตัวเท่าไหร่นัก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองว่ายังเป็นยอดนักสืบ สามารถนำลูกน้องในศูนย์สืบสวนคลี่คลายคดีสำคัญๆได้ทั้งหมดจนได้รับความชื่นชมจากทุกฝ่าย จึงทำให้เห็นว่าการกลับมาทำงานสืบสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นดังเสือที่ลายหายไปได้กลับมาเป็น เสือคืนลาย แล้วนั่นเอง
๑๒. นายธาริต
เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับฉายาว่า นกหวีด...ปรี๊ดแตก
เพราะช่วงสถานการณ์การชุมนุมของกปปส.นั้นมีการให้มวลชนนำนกหวีดเป่าไล่รัฐบาลและข้าราชการที่อยู่ใต้ระบอบทักษิณ
ซึ่งนายธาริต
เป็นคนหนึ่งที่ประกาศตัวชัดเจนว่าทำงานให้กับรัฐบาลทั้งๆที่ในอดีตเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแกนนำกปปส.จึงทำให้๔กเป่านกหวีดใส่ในห้างย่านแจ้งวัฒนะ
ทำให้นายธาริต ไม่พอใจออกมาแถลงข่าวให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจับกุมคนเป่านกหวีดใส่ในฐานะความผิดก่อความรำคาญ
ซึ่งสร้างความฮือฮากับแนวคิดดังกล่าวมาก
๑๓. ร.ต.ต.แชน
วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.นราธิวาส ได้รับฉายาว่า
ผู้กล้า...บาเจาะ เนื่องจากหมวดแชน หรือ ดาบแชน เป็นนายตำรวจในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่มายาวนาน
ทำงานด้วยความเสียสละมาอย่างต่อเนื่องจนได้รับการชื่นชมจากสังคมตำรวจ
สื่อมวลชนและบุคคลทั่วไป
แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมาเสียชีวิตระหว่างที่มากู้ระเบิดบริเวณบ้านส้มป่อย
ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งในครั้งนั้นมีตำรวจที่เสียชีวิตไปพร้อมกับหมวดแชน
อีก ๒ นาย คือ ร.ต.ต.จรูญ เมฆเรือง และ จ.ส.ต.นิมิตร ดีวงร์ จึงได้รับฉายาว่าเป็น
ผู้กล้า...บาเจาะ
วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556
สวัสดีวันศุกร์ (๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้วันศุกร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ ช่วงปลายเดือนและปลายปีนี้กันแล้วซึ่งหลายๆ ที่หลายๆ แห่งอากาศหนาวถึงหนาวจัดรวมถึงที่ สภ.แม่จริม จว.น่านของเราด้วย อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดีนะครับ
วันนี้ผมยังคงทำงานที่ สภ.แม่จริมเหมือนเดิมซึ่งช่วงเช้าเข้าร่วมประชุม Video conference กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานตำรวจทุกแห่งที่ห้อง ศปก.สภ.แม่จริมตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น.ครับ
อนึ่ง ช่วงเช่้าที่ผ่านมาของวันนี้ จนท.ตำรวจ สภ.แม่จริมและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อ.แม่จริมร่วมกันนำหมายศาลจังหวัดน่านไปทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบการกระทำผิดกฎหมายแต่ได้สุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัยเบื้องต้นพบว่าให้ผลบวกจำนวน ๒ รายซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
<< ภาพทั้งหมดในส่วนนี้ >>
วันนี้ผมยังคงทำงานที่ สภ.แม่จริมเหมือนเดิมซึ่งช่วงเช้าเข้าร่วมประชุม Video conference กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานตำรวจทุกแห่งที่ห้อง ศปก.สภ.แม่จริมตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น.ครับ
อนึ่ง ช่วงเช่้าที่ผ่านมาของวันนี้ จนท.ตำรวจ สภ.แม่จริมและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อ.แม่จริมร่วมกันนำหมายศาลจังหวัดน่านไปทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบการกระทำผิดกฎหมายแต่ได้สุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัยเบื้องต้นพบว่าให้ผลบวกจำนวน ๒ รายซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
<< ภาพทั้งหมดในส่วนนี้ >>
วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556
คนคิดสั้น (๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖)
เพื่อนของผมคนหนึ่งครับมันเป็นคนคิดสั้น ชอบคิดอะไรสั้นๆ
ตลอด อย่างเช่นโจทย์ข้อนี้มันคิดแป๊บเดียวเอง คนอื่นรวมทั้งผมด้วยคิดเป็นปียังคิดไม่ออก
เฮ้อ เจ้าคนคิดสั้น
ประชุมเจ้าหน้าที่สายงานสืบสวน สภ.แม่จริม (๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖)
วันนี้เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.ผมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายงานสืบสวน สภ.แม่จริมเพื่อชี้แจงภารกิจและข้อราชการต่างๆ ที่ห้องสืบสวน สภ.โดยการประชุมครั้งนี้มีสาระสำคัญดังนี้
๑. การปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูงสูงและของ สภ.
๒. การสืบสวนขยายผลผู่้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
๓. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีค้างเก่าหรือคดีที่ยังจับกุมตัวผู้ต้องหาไม่ได้
๔. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีกลุ่มที่ ๕ (คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย)
๕. การดำเนินการเกี่ยวกับคดียาเสพติด,การพนัน ฯ
๖. การประสานการปฏิบัติกับพนักงานสอบสวนในคดีที่เจ้าหน้าที่สืบสวนต้องเข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการ
๗. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์/การค้ามนุษย์
๘. การปฏิบัติที่จะต้องดำเนินการในสัปดาห์นี้
๙. การปฏิบัติช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวน
เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อเวลาประมาณ ๑๒.๑๐ น.
http://www.komchadluek.net/detail/20131218/175056.html
๑. การปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูงสูงและของ สภ.
๒. การสืบสวนขยายผลผู่้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
๓. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีค้างเก่าหรือคดีที่ยังจับกุมตัวผู้ต้องหาไม่ได้
๔. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีกลุ่มที่ ๕ (คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย)
๕. การดำเนินการเกี่ยวกับคดียาเสพติด,การพนัน ฯ
๖. การประสานการปฏิบัติกับพนักงานสอบสวนในคดีที่เจ้าหน้าที่สืบสวนต้องเข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการ
๗. การดำเนินการเกี่ยวกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์/การค้ามนุษย์
๘. การปฏิบัติที่จะต้องดำเนินการในสัปดาห์นี้
๙. การปฏิบัติช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวน
เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อเวลาประมาณ ๑๒.๑๐ น.
http://www.komchadluek.net/detail/20131218/175056.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






































