วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

มาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท” ของ สภ.แม่จริม (๒๙ มกราคม ๒๕๕๗)

ธนาคาร/สถาบันการเงิน,ร้านค้าทองและอัญมณีเป็นจุดหรือสถานที่ที่มักเกิดการกระทำผิดของคนร้ายได้ง่ายเนื่องจากมีเงินหมุนเวียนรวมถึงสิ่งของมีค่าที่คนร้ายต้องการเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปล่อยให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการออกตรวจตราดูแล การแนะนำให้ความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของหรือผู้ประกอบการ รวมถึงขอความร่วมมือติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยเพื่อเชื่อมโยงสัญญาณแจ้งเหตุระหว่างสถานที่เหล่านี้กับสถานีตำรวจในกรณีที่มีการกระทำผิดขึ้นสัญญาณเหล่านั้นจะปรากฏหรือแสดงขึ้นในลักษณะต่างๆ ที่สถานีตำรวจและหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สื่อสารหรือผู้เกี่ยวข้องจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นทราบเพื่อติดตามจับกุมหรือระงับเหตุได้ทันท่วงที

เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมการปฏิบัติทั้งหมดวันนี้จึงขออนุญาตนำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท” ของเรามาเสนอเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งดังนี้

มาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท” 

๑. แนวคิดในการปฏิบัติ 
ยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีนโยบายที่จะเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐานที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนทั้งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินและชีวิตร่างกายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความหวาดระแวงภัยจากอาชญากรรมของพี่น้องให้เหลือน้อยที่สุด
๒. วัตถุประสงค์ในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้
๒.๑ เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมธนาคาร ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท
๒.๒ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนและพนักงานขาย หรือผู้ประกอบการ
๓. เป้าหมาย สถานประกอบการในเรื่องดังกล่าวทั้งหมดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่จริม
๔. แนวทางในการปฏิบัติ
๔.๑ สำรวจสถานที่และสถานประกอบการเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมดและเก็บและนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เช่น สถานที่ตั้ง,จำนวนผู้ใช้บริการ,เวลาที่มีผู้มาใช้บริการทั้งจำนวนมากและน้อยที่สุดในแต่ละวัน เป็นต้น

๔.๒ เพิ่มความเข้มในการตรวจตราป้องกันโดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกตรวจตราและเพิ่มความเข้มรวมถึงความถี่ในการตรวจเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนออกปฏิบัติหน้าที่แต่ละผลัดนั้นได้มอบหมายภารกิจและแนวทางปฏิบัติไว้ด้วยทุกครั้ง 
๔.๓ ขณะเจ้าหน้าที่ออกตรวจจะให้เพิ่มความสังเกตและตรวจค้นบุคคล/ยานพาหนะซึ่งมีลักษณะผิดปกติ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดนานผิดสังเกต พกพาอาวุธปืนหรือสวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ผิดไปจากบุคคลทั่วไป

๔.๔ ติดตั้งจุดตรวจของสายตรวจหรือที่เรียกกันติดปากว่า ตู้แดง ไว้ตามสถานที่ที่น่าจะเสี่ยงต่อการถูกประทุษร้าย โดยเรื่องนี้ในเขตเทศบาลของ สภ.แม่จริมได้ติดตั้งไว้จำนวนมากกว่า ๑๐ ตู้ครอบคลุมทุกจุดสำคัญๆ

๔.๕ ประชาสัมพันธ์และออกหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบถึงวิธีการกระทำผิดของคนร้าย การป้องกันและการแจ้งเมื่อเกิดเหตุ สำหรับการปฏิบัติเรื่องนี้นั้น สภ.แม่จริมได้เชิญเจ้าของ/ผู้ประกอบการเข้าประชุมเป็นระยะ รวมถึงได้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องและสำคัญๆ ให้ทราบอยู่เสมอ ประการสำคัญก็คือได้ใช้มาตรการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุชุมชนในเขตพื้นที่ให้ทราบทุกสัปดาห์ๆ 

๔.๖ ขอความร่วมมือให้มีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย เช่น สัญญาณเตือนภัย โทรทัศน์วงจรปิด 

๔.๗ การวางระแบบการรับแจ้งเหตุให้สามารถแจ้งเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที โดย สภ.แม่จริมกับสถานประกอบการได้เชื่อมโยงการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์อัตโนมัติและกริ่งสัญญาณรวมถึงการติดต่อสื่อสารสมัยใหม่ไว้แล้วและมีการทดสอบการปฏิบัติอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ต่อครั้งอยู่เป็นประจำ

๔.๘ การตรวจสอบความพร้อมจุดรับแจ้งเหตุและเจ้าหน้าที่ สภ.แม่จริมโดยได้กำหนดให้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุหรือสถานการณ์สมมุติกรณีมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจากการประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือชีวิตและทรัพย์สินของสถานประกอบการเหล่านี้เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้งเพื่อความพร้อมและคล่องตัวของเจ้าหน้าที่หากมีเหตุเกิดขึ้น

ครับ นั่นก็คือมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท” ของเราตำรวจ สภ.แม่จริม

เมื่อตำรวจหลงผิด? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๒๙ มกราคม ๒๕๕๗)

อำนาจที่มากเกินไปจนทำให้เกิดความลำพองใจ ฮึกเหิมไม่ได้ก่อให้เกิดผลดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะอำนาจมีอิทธิพลต่อการกด บังคับ ควบคุมเป้าหมาย ดังนั้น เมื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลถูกกดบังคับ ควบคุมให้อยู่ภายใต้อำนาจย่อมเกิดอาการแข็งขืน ต่อต้านต่ออำนาจและผู้ที่ใช้อำนาจกระทำต่อตนเองเป็นธรรมดา ถึงแม้ผู้ใช้อำนาจจะอ้างว่าอำนาจนั้นเป็นอำนาจที่ชอบธรรมก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอำนาจตามประเพณี หรืออำนาจตามกฎหมาย เด็กมีปัญหา(กระทำรุนแรงต่อคนอื่น หนีเรียน ต่อต้านสังคม) เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองใช้วิธีการลงโทษที่รุนแรง นี่คือข้อสรุปของนักวิชาการด้านครอบครัวและพัฒนาการ

พนักงานประท้วงเพราะฝ่ายบุคคลออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป ขาดอิสระในการทำงาน ทำให้เครียด ไม่พึงพอใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ผลงานตกต่ำ นี่คือตัวอย่างข้อสรุปของนักวิชาการด้านการบริหารงานบุคลากรใช้อำนาจที่มากเกินไปทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคู่อำนาจห่างเหินและรุนแรงจนอาจถึงขั้นเกลียดชังต่อกัน (ตำรวจกับประชาชนส่วนหนึ่งก็คงจะอยู่ในภาวะเช่นนี้) ในขณะที่การใช้อำนาจที่น้อยเกินไปทำให้เกิดภาวะไร้ระเบียบ ปั่นป่วน โกลาหล นึกจะจอดขวางระหว่างช่องทางเดินรถก็จอด ไม่สนใจว่ารถคันอื่นที่วิ่งตามมาจะเป็นอย่างไร ไฟแดงก็ไม่สนใจ ไม่หยุด ขับรถแซงซ้ายแซงขวาผู้โดยสารพูดถึงวิถีของการขับรถของกลุ่มผู้ขับขี่รถประจำทางสาธารณะสายหนึ่งที่คนในสังคมกรุงเทพมหานครรู้กันเป็นอย่างดีว่า มีพฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงและละเมิดกฎหมาย โดยไม่หวั่นเกรงต่อการใช้อำนาจในการบังคับ ควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ...ทำไมพวกเขาไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจ?

เมื่อคนในสังคมเห็นว่าพฤติกรรมของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมเข้าสู่ภาวะไร้ระเบียบก็จะร้องเรียกหาการใช้อำนาจมาควบคุมเพื่อให้สังคมกลับเข้ามาอยู่ในภาวะปกติดังเช่น "เด็กแว้นเต็มถนนทำไมตำรวจไม่จับ?”

ดังนั้น การใช้อำนาจที่พอเหมาะกับสถานการณ์และบริบทจึงจะทำให้คนในสังคมผาสุก

นอกจากนี้ ผู้ใช้อำนาจยังต้องพิจารณาถึงโอกาสหรือวัฒนธรรมที่ผ่านมาในการยอมรับหรือสยบยอมอยู่ภายใต้อำนาจแต่ละรูปแบบด้วยก่อนที่จะใช้ดุลพินิจตัดสินใจว่าจะใช้อำนาจที่มีความเข้มข้นระดับไหน

ปวดท้อง หมอบอกว่าต้องผ่าตัดก็ผ่า เราอยากหาย เราก็ต้องผ่าคำพูดของคนไข้ที่แสดงให้เห็นถึงภาวะการยอมจำนนที่จะได้รับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดด้วยความเชื่อมั่นว่าแพทย์มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากกว่าและแพทย์มีความมุ่งมั่นมีเจตนาที่ดีในการช่วยรักษาความเจ็บป่วย ช่วยรักษาชีวิตของตนได้

ด้วยความเชื่อ ความศรัทธาเช่นนี้ ทำให้บุคคลสยบยอมอยู่ภายใต้อำนาจทางการแพทย์ กินยาตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารตามแพทย์สั่ง ออกกำลังกายตามแพทย์สั่ง เป็นต้น มีผู้คนในสังคมจำนวนไม่มากนักที่ตั้งคำถามต่ออำนาจทางการแพทย์ที่เข้ามากดบังคับว่ามีความชอบธรรมหรือไม่?

การใช้อำนาจของตำรวจแตกต่างอย่างไรกับการใช้อำนาจทางการแพทย์ ในเมื่อตำรวจก็มีเป้าหมายในการใช้อำนาจเพื่อรักษาชีวิตของบุคคลในสังคมด้วยเช่นกัน จะแตกต่างกันก็เพียงว่าเป็นการรักษาชีวิตจากภัยอาชญากรรม ไม่ใช่ภัยจากเชื้อโรคเท่านั้น และหากพิจารณาความยุ่งยาก ซับซ้อน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยแล้วนั้นอาจจะเห็นได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการรักษาชีวิตของผู้คนในสังคมมีความยุ่งยากและมีแรงกดดันมากกว่าเสียด้วยซ้ำ? แต่เราเกลียดตำรวจ ในขณะที่เราเคารพและศรัทธาบุคลากรทางการแพทย์!!!

การใช้อำนาจของตำรวจแตกต่างอย่างไรกับการใช้อำนาจทางการแพทย์? และทำไมเราถึงเกลียดตำรวจ ในขณะที่เราเคารพและศรัทธาบุคลากรทางการแพทย์!!!

การจะตอบคำถามนี้ได้ต้องย้อนกลับไปพิจารณาที่มาของคนที่เป็นตำรวจเปรียบเทียบกับคนที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์...จะพบว่า ระดับสติปัญญา ภูมิหลังที่มาไม่แตกต่างกันมากนัก ย้อนมองดูระบบการศึกษา คุณภาพของบุคลากรที่ทำหน้าที่ขัดเกลาทางปัญญา ขัดเกลาทางสังคม พบว่า เส้นทางของคนที่จะมาเป็นอาจารย์แพทย์กับเส้นทางสู่การเป็นอาจารย์ตำรวจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน... ไม่มีอาจารย์แพทย์คนไหนถูกเตะมาให้เป็นอาจารย์แพทย์และ "ไม่มีสถาบันทางการแพทย์แห่งใดได้รับการเรียกขานเปรียบเทียบว่าเป็นกรุ (ที่ใช้สำหรับเก็บพวกที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม) ไม่มีใครคิดว่าการเป็นอาจารย์แพทย์เป็นการถูกดอง (ไม่ให้เติบโตก้าวหน้า)และเมื่อย้อนมองดูระบบการบริหารจัดการและความมั่นคงในการทำงานยิ่งพบว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!!

สุดท้ายเมื่อถามถึงปัญหาสุขภาพจิตพบว่าตำรวจเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต นั่นหมายความว่าคนในสังคมไทยจำต้องยอมตกอยู่ภายใต้การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต??

หากพิจารณาเห็นความสำคัญในบทบาทหน้าที่และปัญหาอุปสรรคในการทำงานของตำรวจแล้วนั้น การย่ำยี เหยียดหยาม ดูแคลน ที่กระทำต่อตำรวจดังที่ปรากฏอยู่ในสังคมขณะนี้นั้น จะกลายเป็นการผลักไสให้ตำรวจไปอยู่ฝ่ายโจรหรือไม่? และหากตำรวจหลงผิดคิดว่าหากได้อำนาจเพิ่มขึ้นจะทำให้สามารถควบคุมการกระทำต่างๆได้มากขึ้น...อะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมไทย? แต่ที่แน่ๆ...ไม่มีประชาชนคนไหนพอใจกับการใช้อำนาจที่แข็งตัว รุนแรง และมากเกินไปของตำรวจ ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าตำรวจสุดจะทนแล้วก็ตาม!!

ภารกิจวันนี้ (๒๙ มกราคม ๒๕๕๗)

วันนี้วันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๗ กลางสัปดาห์ของอาทิตย์สุดท้ายในเดือนแรกแห่งศักราชนี้ซึ่งสภาพอากาศทั่วไปลดความเย็นลงไปเยอะแล้ว สบายๆ กว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามากเลยทีเดียว แบบนี้น่าจะเป็นสัญญาณว่าหน้าหนาวคงจะผ่านไปในไม่ช้าไม่นานนี้แล้วต้อนรับหน้าร้อนกันอีกที

วันนี้ที่ สภ.แม่จริมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเหลือทำงาน ๑๐ กว่าคนเหมือนเดิมครับ เพราะเจ้าหน้าที่ของเราที่ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพมหานครและเดินทางกลับมาถึงเมื่อวานอยู่ระหว่างพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายตามที่ ผบก.ภ.จว.น่าน (พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี) อนุมัติซึ่งจะมาทำงานตามปกติอีกครั้งในวันที่ ๓๐ มกราคมนี้ สำหรับภารกิจต่างๆ ประจำวันนี้มีดังนี้

เวลา ๐๘.๐๐ น.เจ้าหน้าที่สิบเวรและเจ้าหน้าที่ประจำวันเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาตามภารกิจประจำวันบริเวณหน้าอาคารที่ทำการสถานีโดยวันนี้ ร.ต.ต.สุกิจ วังคำหมื่น ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรและ ด.ต.พิเชฐ ภูนิคม ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ประจำวัน สำหรับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามปกติซึ่งวันนี้จะเหมือนๆ กับทุกวันที่ผ่านมานั่นก็คือส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกสารเสียมากกว่าโดยรับ-ส่งและรายงานกันทางระบบ Intranet ที่พวกเราเรียกว่า E-cop เป็นหลัก


ระบบ E-cop นั้นตำรวจเชียงรายนำมาใช้เป็นแห่งแรกโดยการริเริ่มของ พล.ต.ต.วุฒิ วิทิตานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น (ประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๓) ซึ่งตอนนี้หน่วยงานตำรวจแทบทุกแห่งนำไปใช้งานกันทำให้เกิดความสะดวกอย่างมากเลยทีเดียวประหยัดทั้งเวลาและค่้าใช้จ่าย ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านวุฒิฯ ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายของท่านก่อนเกษียณอายุราชการท่านดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูงด้วยที่มีความคิดและมองการณ์ไกลเป็นอย่างยิ่ง


ภาพนี้ช่วงไปเยี่ยมลูกสาวคนสวยสมัยเรียนอยู่ ม.๔ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

ที่มาของข้อความนี้ (๒๘ มกราคม ๒๕๕๗)

ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ รายละเอียดเป็นประการใดคลิกดูที่ LINK นะครับ
http://mrsp2503.blogspot.com/2010/08/blog-post.html

เพื่อให้กวดขันการปกครองอันเป็นส่วนสำคัญเหล่านี้ จึงได้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ 

๑. เมื่อเกิดคดีอุกฉกรรจ์ ปล้น ชิงทรัพย์ ฆ่ากันตายขึ้นในจังหวัดใดเมื่อใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับกองตำรวจจังหวัดนั้นๆ ต้องออกไปหรือแยกกันไปสืบและไต่สวนในที่เกิดเหตุด้วยตนเองในทันที ถ้าไปไม่ได้ด้วยเหตุใด ให้รายงานชี้แจงส่งตามลำดับจนถึงกระทรวง 

๒. ถ้าในคดีเรื่องใดยังไม่ได้ตัวหรือยังไม่ได้หลักฐานหรือของกลาง ก็ให้ผลัดเปลี่ยนกันอยู่ทำการสืบสวนโดยเต็มกำลังและความสามารถ 

๓. ถ้าผู้ร้ายหลบหนีไปที่ใด จังหวัดใดในมณฑลใดภายในพระราชอาณาจักรก็ให้แยกย้ายกันติดตามไปโดยแข็งแรงให้ถึงที่สุดเต็มความสามารถ เพื่อได้ตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องสำคัญก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกติดตามไปด้วยตนเอง 

๔. ถ้าเรื่องใดสิ้นความสามารถแน่แล้วก็ให้รายงานชี้แจงการที่ได้กระทำไปแล้วมาให้ทราบ 

๕. ในเรื่องอั้งยี่สมาคมมั่วสุมประชุมกันที่ผิดกฎหมายอันเป็นเหตุร้าย ให้ทำการสืบสวนหาหลักฐานและจัดการโดยแข็งแรงเพื่อทำลายและฟ้องร้องหรือจัดการเนรเทศเสียให้จงได้ 

๖. ถ้าท้องที่ใดจังหวัดใดเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุม ให้สมุหเทศาภิบาล ปลัดมณฑล ผู้บังคับตำรวจมณฑลแยกกันออกไปประจำจัดการอยู่ในท้องที่อำเภอนั้นๆ จนกว่าจะสงบเรียบร้อยแล้วจึงให้กลับ 

๗. ให้เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ทุกชั้นจงเป็นที่เข้าใจให้แน่ชัดว่า การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นปกติสุขพอสมควร เพราะไม่มีเหตุการณ์หรือมีแต่น้อยเป็นการจรแปลกมา 

แลจะถือเป็นความผิด ความบกพร่องเมื่อการปกครองยุ่งยิ่งไม่เรียบร้อยเพราะปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่ราบคาบก็ตาม หรือเพราะแตกความสามัคคีในฝ่ายเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ไม่กลมเกลียวกันด้วยการแย่งยื้อถืออำนาจไม่เป็นผู้ใหญ่ผู้น้อยอันเป็นต้นเหตุให้เกิดเสียหายแก่ราชการก็ตาม ให้ผู้บังคับบัญชาทุกชั้นจงถือเป็นข้อสำคัญที่จะระมัดระวังและจัดการตามอำนาจในทันที 

แลด้วยเหตุนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทุกชั้นงดการขอบำเหน็จความชอบในเรื่องเจ้าพนักงานจับผู้ร้ายได้ตั้งแต่บัดนี้ไป นอกจากจะขอให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและราษฎรที่ช่วยเจ้าพนักงานหรือขอบำเหน็จบำนาญเป็นเงินซึ่งได้มีระเบียบอยู่แล้วหรือที่จะมีต่อไป เป็นแต่ให้รายงานการกระทำว่ามีผลเพียงไรเท่านั้น 

แลให้เสนอความชอบความดีเฉพาะผู้ที่ได้ทำการปราบปรามแล้วและสามารถจัดการรักษาการปกครองท้องที่เรียบร้อยเป็นปกติดี เป็นที่นิยมชมชื่นของประชาชนผู้อยู่ในความคุ้มครอง 

ทั้งนี้ ให้ถือเป็นระเบียบโดยเคร่งครัด 

กระทรวงมหาดไทย 
วันที่ ๒๖ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๕ 
มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช 
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย 
ประทับตราพระราชสีห์น้อยมาเป็นสำคัญ 

(ที่มา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2465/A/115.PDF)

วันนี้ในอดีต (๒๘ มกราคม ๒๕๕๗)

ช่วงพักเที่ยงวันวันนี้หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วผมเปิดดูเรื่ืองราวเก่าๆ ที่บันทึกไว้ตลอดตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ จนถึงทุกวันนี้เผื่อจะมีอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์หรือนำแนวทางเก่าๆ มาใช้ในการทำงานตอนนี้ได้บ้าง ซึ่งก็มีหลายเรื่องเลยทีเดียวโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการทำงานกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนตามสไลต์การทำงานของผมที่จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปพบปะเยี่ยมเยียน พูดคุย ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันอาชญากรรมด้วยตนเองของพ่อแม่พี่น้อง,การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎบัตรกฎหมาย,การจราจร,ยาเสพติด ฯลฯ เห็นแล้วก็มีความสุขอย่างน้อยที่สุดก็ในใจลึกๆ ของเราเองว่าเราก็พอจะทำประโยชน์แก่พี่น้องในอำนาจหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้บ้างเหมือนกัน ยิ่งเป็นเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมาแล้วนำมาเปิดดูในช่วงหลังๆ แบบนี้ด้วยแล้วมันเป็นอะไรที่ปลื้มใจน่ะครับ

เรื่องราวที่ว่าเปิดดูนั้นมีอยู่ ๒-๓ เรื่องซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของเมื่อ ๕ ปีที่แล้วสมัยผมรับราชการในตำแหน่ง สวป.ที่ สภ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งผมใคร่ขอนำมาเผยแพร่ต่อในวันนี้สัก ๒ เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องที่ตัวแทนแม่ค้าในตลาดเทศบาลตำบลเมืองพานมอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้ผมและเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.พานเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ ๒๕๕๒ ซึ่งผมถือว่ามีค่าเป็นอย่างยิ่งในเรื่องน้ำใจโดยเรื่องราวนั้นผมได้บันทึกไว้ด้วยในหัวข้อเรื่อง "คำอวยพรจากใจแม่ค้า" ซึ่งมีดังนี้

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา สวป.สภ.พาน ได้เป็นตัวแทนในนามของเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สภ.พานรับมอบของที่ระลึกและคำอำนวยอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๒ จากคณะพ่อค้าแม่ค้าหลังตลาดเทศบาลตำบลเมืองพานซึ่งมีนางเสาวนีย์ หล้าคำ แม่ค้าขายไก่เมืองเป็นตัวแทน โดยตัวแทนพ่อค้าแม่ค้ากล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของเราที่ช่วยดูแลและปฏิบัติหน้าที่การตรวจตราแก่พี่น้องตลอดเรื่อยมาเป็นอย่างดีและแจ้งด้วยว่าในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าหลังตลาดเทศบาลทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุกๆ ด้านเท่าที่จะกระทำได้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจของเราเพื่อให้อำเภอพานมีสงบสุขร่มเย็นตลอดไป 

ได้กล่าวขอบคุณในนามคณะเจ้าหน้าที่สายตรวจในการอำนวยอวยพรครั้งนี้และแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อความอุ่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ข้อมูลอ้างอิง : http://goo.gl/nZYVH3

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องราวที่ผมนำเจ้าหน้าที่สายตรวจรับฟังธรรมะจากพระสงฆ์ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ครับ
เรื่องนี้ผมบันทึกรายละเอียดไว้ดังนี้

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๑๕.๔๕ น. พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา สวป.ฯได้นำเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.เดินทางไปยังวัดเทพวัน ตำบลเมืองพาน เพื่อรับฟังธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักปฏิบัติก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายการสร้างคุณธรรม จริยธรรม และน้อมนำคำสั่งสอนตามหลักศาสนามาใช้เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.มาโนช มีสกุลคุณ ผกก.สภ.พาน โดยในวันนี้ท่านพระอธิการแสวง กิตติธโร ท่านเจ้าอาวาสได้กรุณาแสดงธรรมะในเรื่อง ธรรมะที่เป็นอุปการะมาก ๒ อย่าง โดยมีข้อมูลพอสังเขปดังนี้แก่เจ้าหน้าที่
- สติ ความระลึกได้
-
 สัมปชัญญะ ความรู้ตัว
ธรรม
  ประการนี้เป็นอุปการะมาก มีส่วนเกื้อกูลมากต่อการทำงานหรือทำความดีทุกอย่าง ความสามารถที่จะรักษาศีลและวินัยคฤหัสถ์ได้บริบูรณ์หรือไม่ก็ขึ้นกับสติและสัมปชัญญะ ผู้มีธรรม 
 ประการนี้ ย่อมเป็นคนรอบคอบ ไม่ประมาท จะคิดจะทำจะพูดอะไรก็จะไม่ผิดพลาดเสียหาย

สติ ความระลึกได้หมายถึงระลึกได้ถึงการกระทำ คำที่พูดและเรื่องที่คิดแม้ที่ล่วงมาแล้วได้หรือระลึกถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงในอนาคต เช่น กำหนดว่าชั่วโมงต่อไปนี้หรือพรุ่งนี้จะทำอะไรก็นึกขึ้นมาได้ หน้าที่ของสตินั้นเป็นไปได้ ๒ กาล คืออดีตและอนาคต
สัมปชัญญะ  ความรู้ตัว  หมายถึงความรู้ตัวที่เป็นไปในปัจจุบันในขณะที่กำลังทำ กำลังพูด กำลังคิด หรือทำ พูด คิด อะไรอยู่ก็รู้ตัวในขณะนี้ เช่น เรากำลังอ่านหนังสืออยู่ขณะนี้ก็รู้ว่าเรากำลังอ่านหนังสือ เรากำลังพูดอยู่ก็รู้ตัวว่าเรากำลังพูด เรากำลังจะกระทำในเรื่องผิดศีลก็รู้ว่ากำลังจะกระทำผิด เรากำลังจะเล่นการพนันก็รู้และเร่งรีบเตือนตนว่ากำลังจะกระทำผิด อยู่ฉะนั้น หน้าที่ของสัมปชัญญะ ย่อมเป็นไปในปัจจุบันเท่านั้น

ลักษณะที่ดีของสัมปชัญญะ   สัมปชัญญะที่ถูกต้องตามธรรมและหลักคำสอนของพุทธศาสนามี ๕ ประการ คือ
๑. รู้ตัวว่าการที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเป็นประโยชน์หรือไม่
๒. รู้ตัวว่าการที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเหมาะกับตนหรือไม่
๓. รู้ตัวว่าการที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเป็นความทุกข์หรือสุขอย่างไร
๔. รู้ตัวว่าการที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเป็นความงมงายหรือไม่
. รู้ตัวว่าการที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเลื่อนลอยไร้สาระหรือไม่

ความรู้ตัวในขณะที่ทำนั้น มิใช่เพียงแต่รู้ตัวว่ากำลังทำเฉยๆ หากแต่ต้องเป็นความรู้ตัวซึ่งประกอบด้วยองค์ลักษณะ ๔ ประการ โดยกล่าวสรุปว่า
๑. มีประโยชน์หรือไม่
๒. เหมาะสมกับตนหรือไม่
๓. เป็นความทุกข์หรือความสุข
๔. เป็นความฉลาดหรืองมงาย เลื่อนลอย ไร้สาระ
ความรู้ตัวอย่างที่กล่าวมานี้เป็นองค์ประกอบสัมปชัญญะที่ถือว่ามีอุปการะมากก็เพราะ เมื่อรู้ตัวแล้วจะได้ปรับปรุงแก้ไขในการทำงานให้ดีมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ไม่มัวทำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ไม่มัวทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับเพศภาวะของตน ไม่มัวทำในวิธีการผิดๆ และไม่มัวทำในเรื่องที่งมงายไร้สาระเป็นต้น

ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราจะน้อมนำธรรมะคำสั่งสอนนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในหน้าที่การงานและส่วนตัวต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง : http://goo.gl/FpwsWZ

ครับ นี่ก็คือเรื่องราวที่น่าประทับใจของผมในวันนี้เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา

ภารกิจวันนี้ (๒๘ มกราคม ๒๕๕๗)

วันนี้วันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๗ อาทิตย์สุดท้ายของเดือนนี้ซึ่งบรรยาอากาศทั่วไปส่วนใหญ่ของเมืองไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือยังคงหนาวเย็นอยู่แม้จะไม่หนักหนาเท่ากับอาทิตย์ก่อนๆ ก็ตาม ที่แม่จริมก็เช่นเดียวกัน ช่วงเช้าๆ นี่หมอกยังลงค่อนข้างหนา อากาศเย็นยะเยือก ต่อเมื่อสายๆ สักหน่อยสภาพที่ว่านี่ก็กลับคืนสู่สภาวะปกติแต่ความหนาวยังคงอยู่ ดูสภาพแล้วน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง


ช่วงนี้พวกเราตำรวจแม่จริมซึ่งไปปฏิบัติภารกิจที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคมที่ผ่านมาเดินทางกลับที่ตั้งแล้วโดยถึงตั้งแต่เมื่อวานช่วงค่ำและได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลา ๒ วันก่อนที่จะมาปฏิบัติงานตามปกติต่อไป พวกเราที่เหลือ ๑๐ กว่าคนก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือทำงานแทนไปก่อนเหมือนเดิมด้วยความเต็มใจซึ่งงานส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกสารเสียมากกว่า

ภาพซ้ายมือนี้ ร.ต.ต.สุกิจ วังคำหมื่น จนท.สิบเวร สภ.แม่จริมเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเมื่อเวลา ๐๘.๐๐ น.ของวันนี้ตามระเบียบปฏิบัติประจำวันของเรา

ส่วนนอกโรงพักอย่างเช่นตู้ยามก็จะมีเจ้าหน้าที่อยู่เช่นเดียวกันเพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ตำรวจเป็นมิตร ใกล้ชิดประชาชน (๒๗ มกราคม ๒๕๕๗)


คนไทยมั่นใจตำรวจในระดับต่ำ (๒๗ มกราคม ๒๕๕๗)

สายตรวจระวังภัย : เปิดงานวิจัยระดับโลก คนไทยมั่นใจตำรวจในระดับต่ำ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

การวิจัยด้านสังคมศาสตร์โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ประสบความสำเร็จ ในแวดวงตำรวจเองก็มีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตำรวจสม่ำเสมอเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง "ความเชื่อมั่นของประชาชนในการตำรวจและศาล" ซึ่งถูกจัดให้เป็นงานวิจัยระดับโลก และหลังจากงานวิจัยชิ้นนี้เผยแพร่สู่แวดวงการศึกษา สำนักพิมพ์ "Scholar’s Press" ของประเทศเยอรมนี ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือฉบับภาษาอังกฤษชื่อ "Public Confidence in the Police and Courts : A Cross-National Analysis" วางจำหน่ายในร้านหนังสือกว่า ๘ หมื่นแห่งทั่วโลก

งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์ความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจและศาลเชิงเปรียบเทียบจำนวน ๓๖ ประเทศใน ๖ ทวีปคืออเมริกาเหนือและกลาง, อเมริกาใต้, ยุโรป, เอเชีย, แอฟริกา และโอเชียเนีย โดยมุ่งศึกษาเกี่ยวกับความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจซึ่งจะมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

"ผลการวิจัยพบว่าประเทศที่ประชาชนมั่นใจต่อตำรวจสูงสุดคือประเทศฟินแลนด์และเวียดนาม ขณะที่ประชาชนมั่นใจต่อตำรวจน้อยที่สุดคืออาร์เจนตินาตามด้วยมอลโดวา ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๒๗ จากทั้งหมด ๓๖ ประเทศซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ประเทศที่ประชาชนมั่นใจต่อเจ้าหน้าที่ศาลสูงสุดคือเวียดนามตามด้วยนอร์เวย์, ฟินแลนด์และจีนตามลำดับ ขณะเดียวกันประเทศอาร์เจนตินา เป็นประเทศที่ประชาชนมีความมั่นใจต่อศาลน้อยสุด ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๑๐ จากทั้งหมด ๓๖ ประเทศ" ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ เปิดเผยพร้อมขยายความว่า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจสามารถแบ่งได้ ๒ ระดับคือระดับชาติ ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจ โดยประเทศที่มีความแตกต่างทางรายได้ของประชาชนสูงจะมีความเชื่อมั่นต่อตำรวจต่ำ ประชาชนที่มีรายได้ต่ำและอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความแตกต่างในเรื่องรายได้อยู่ในระดับสูงจะมองว่าตำรวจจะเลือกปฏิบัติกับประชาชน

ขณะที่ปัจจัยด้านการปกครองจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจและศาลเช่นกัน โดยในประเทศที่ปกครองแบบเผด็จการเช่นจีนและเวียดนามจะมั่นใจในองค์กรตำรวจและศาลสูงกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เช่น อาร์เจนตินา ขณะที่ระดับตัวบุคคล การเชื่อถือเพื่อนบ้านจะส่งผลต่อความมั่นใจต่อทั้งตำรวจและศาลมากที่สุด

"การป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมให้ได้ผลจะอาศัยตำรวจอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก ตำรวจต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน ซึ่งการที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือได้ตำรวจต้องได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากประชาชนก่อน แต่ผลวิจัยพบว่าตำรวจไทยเรายังได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในระดับต่ำ ซึ่งตำรวจต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนให้มากขึ้น" ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ ให้ข้อมูล

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่สมบูรณ์และครอบคลุมที่สุดในการศึกษาเรื่องความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจและศาลและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับบุคคลในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจควรนำไปศึกษาเนื่องจากปัจจุบันคนไทยเชื่อมั่นต่อตำรวจต่ำ หากตำรวจได้ศึกษาจะทำให้ทราบถึงวิธีการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ภารกิจวันนี้ (๒๗ มกราคม ๒๕๕๗)

วันนี้วันจันทร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๗ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนแรกในศักราชนี้โดยวันนี้ที่ สภ.แม่จริมของเราก็ยังคงเหลือเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่เพียง ๑๐ กว่าคนเท่าเดิมเพราะกำลังพลส่วนใหญ่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคมที่ผ่านมาคาดว่าจะเดินทางกลับภายในสัปดาห์นี้ พวกเราที่เหลือก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละสองมือเคลียร์หรือจัดการงานแทนด้วยความเต็มใจเหมือนเดิมครับ แต่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะทุกคนต่างรู้และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถได้เป็นอย่างดี

เหตุการณ์ต่างๆ ที่จะนำมาบันทึกไว้วันนี้มีดังนี้



เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. พ.ต.ท.นิติกร นันตา สวป.และ ร.ต.ต.วีระศักดิ์ อินตานอน รอง สว.(ป.) ร่วมประชุมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานตำรวจอื่นผ่านระบบ Video conference ที่ห้อง ศปก.สภ.แม่จริมโดยการประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.

สำหรับเรื่องราวอื่นๆ วันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการรายงาน การโต้ตอบเอกสารระหว่าง สภ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้ระบบ Intranet ที่เราเรียกกันติดปากว่า E-cop ซึ่งมีความทันสมัย สะดวก สบายและประหยัดเป็นอย่างยิ่ง

ภาพด้านล่างคืออาคารโรงพักและที่พักของเราครับ

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

วันนี้เมื่อวันวาน (๒๖ มกราคม ๒๕๕๗)

วันนี้เมื่อวันวาน : 

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๐๐ น.นำเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.พานผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ 
น.เคารพธงชาติ , กล่าวคำปฏิญาณตนและอุดมคติตำรวจบริเวณหน้าอาคารที่ทำการสถานี

รายละเอียด : http://goo.gl/b53TPJ

 ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ 
น.ร่วมตั้งจุดตรวจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็น สภ.พาน

รายละเอียด : http://goo.gl/Vk1AwT 


๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๑๕.๔๕ น.เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.พานผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา 
๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ 
น.บริเวณหน้าอาคารที่ทำการสถานีเพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ 

รายละเอียด : http://goo.gl/SkqwC3


สวัสดีวันหยุด (๒๖ มกราคม ๒๕๕๗)

วันนี้วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๗ วันหยุดอีกวันหนึ่งของผมและพี่น้องหลายๆ ท่านที่อาจจะใข้เวลานี้อยูํบ้านทำนั่นทำนี่ ดูทีวีบ้าง ติดตามข่าวสารการบ้านการเมืองด้วยจิตใจห่อเหี่ยวและคิดว่าบ้านเราเมืองเราจะไปหรือออกกันในทางไหนบ้าง บางคนอาจจะเดินทางไปที่ต่างๆ ตามใจปรารถนาพร้อมครอบครัว แต่ไม่ว่าท่านจะทำอะไร อยู่ไหน อย่างไรก็ขอให้มีความสุขกันทุกคน โดยตำรวจของเรายังคงทำงานตามปกติตามหน้าที่เวรยามที่จัดไว้ มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราพี่น้องเรียกใช้ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงนะครับ

วันนี้อยู่บ้านสองคนตายายกับภรรยา (คุณนภาพัน มัจฉา) ส่วนนางสาวไทยลูกสาวคนสวยที่สุดในโลกอยู่ที่ ม.แม่โจ้เชียงใหม่ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่ ๑ คณะวิศวอุตสาหกรรมการอาหาร อีกเดือนกว่าๆ ก็จะสอบไล่แล้วเร็วจริงๆ วันเวลาที่ผ่านมานี่แล้วเปิดเทอมใหม่ปี ๒ นี่ลูกสาวบอกว่าจะเปิดในเดือนสิงหาหรือกันยายนโน้นตามที่ทุกๆ ประเทศในกลุ่ม AEC หรือประชาคมอาเซียนตกลงกันไว้ ปิดยาวเลยทีเดียวสำหรับเทอมนี้ แต่ก็ดีนะผมว่าจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกนานหน่อย

วันหยุดของผมก็เหมือนๆ กับทุกครั้งที่ผ่านมานั่นแหละคือหลังจากตื่นนอน (ที่ค่อนข้างจะสายโด่งแล้ว) ก็ทำโน่น ทำนี่ภายในบ้านนั่นแหละให้สะอาดสะอ้านตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เอ๊ย ไม่ใช่ โทษที แฮ่ะๆ ตามหน้าที่ของผู้ชายหัวหน้าครอบครัวที่แสนดีและน่ารักเช่นผม ฮ่ะๆๆ ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อยเพราะเมื่อวานก็ทำแบบนี้นี่แหละ คุณๆ ผู้ชายทั้งหลายลองทำดูกันนะครับแล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง (ฮา)