วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

สวัสดีวันพุธ (๑๖ มีนาคม ๒๕๕๙)

วันพุธกลางเดือน เหมือนดั่งกลางใจ
สดชื่นแจ่มใส จิตใจสว่าง
วันพุธสีเขียว เกาะเกลียวกุมกลาง
ก้าวเดินเยื้องย่าง ตามทางด้วยกัน
วันพุธสิบหก เดือนมีนาคม
ชื่นฉ่ำชื่นชม สุขสมสุขสันต์
วันพุธแสนดี เปรมปรีชีวัน
คิดสิ่งใดนั้น พลันสมหวังเอย
...........
สวัสดีครับ วันนี้วันพุธขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๖ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน สำหรับวันนี้ผมยังพักผ่อนอยู่ที่บ้านพะเยาตามปกติครับ
ใกล้ๆ เที่ยงออกไปฉีดยาที่ รพ.สต.บ้านต๋อมจากนั้นไปหาอะไรกินนอกบ้านท่ามกลางอากาศที่ร้อนมากๆ เลยทีเดียว

ต่อมาเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.เดินทางไปพักที่บ้านคุณยาย จ.เชียงรายเพราะพรุ่งนี้เช้าแพทย์เจ้าของไข้นัดตรวจอาการที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานะเคราะห์
๑๙.๐๐ น. มาเจาะเลือดและ X-ray ที่โรงพยาบาลเชียงรายเพื่อนำผลให้หมอตรวจวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้

วันนี้ผมเดินมาเองนะคร้าบ ไม่ได้นั่งรถเข็นเหมือนคราวที่แล้ว ๕๕๕

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปลงซะ (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙)

เมื่อก่อนเรา(คิดว่าเรา)เป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งแต่พอป่วยหน้าเปลี่ยนไป หลังฟื้นไข้ค่อยยังชั่วขึ้นนิด แต่ช่างเถอะคนเรานั้นความสวยความหล่อไม่สำคัญ ขอเพียงอย่าเจ็บอย่าป่วยเป็นดีที่สุด ว่าไหม

โหดร้ายจริงจริ๊ง (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙)

ฝนมา น้ำบ่า ไหลหลาก,เชี่ยวกราก ท่วมท้อง ทุ่งกล้า
พิรุณ โปรยฝน หล่นมา,โหดร้าย กับข้า ทำไม
ฝนแล้ง เหี่ยวแห้ง ไร้น้ำ,พืชยืน ตายตาม นาไร่
พิรุณ ช่างแล้ง น้ำใจ,โหดร้าย ไยไม่ ตกมา (เฮ้อ...โหดร้ายจริงจริ๊ง)


สวัสดีวันอังคาร (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙)

อังคาร สีชมพู,ยามยลดู พรั่งพรูตา
อังคาร หมุนเวียนมา,ใจเริงร่า พาสดใส
อังคาร พลันเจิดแจ่ม,หน้าแฉล้ม แย้มละไม
อังคาร จักขานไข,มองทางไหน คล้ายสวรรค์
...........
สวัสดีครับ วันนี้วันอังคารขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๕ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน สำหรับวันนี้ผมยังพักผ่อนอยู่ที่บ้านพะเยาตามปกติครับ

สภาพอากาศที่อำเภอเมืองพะเยาวันนี้ร้อนมาตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว บนท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยหมอกควันเหมือนเดิม
ใกล้ๆ เที่ยงวันไปฉีดยาที่ รพ.สต.บ้านต๋อมครับ เสร็จแล้วออกไปอาหารกลางวันกินในเขตเทศบาลเมืองพะเยาแล้วไปไหว้พระที่วัดศรีโคมคำ


วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

สวัสดีวันจันทร์ (๑๔ มีนาคม ๒๕๕๙)

วันจันทร์สนานสนุก,ไร้เรื่องทุกข์มีสุขสันต์
วันจันทร์วันทำงาน,พบปะกันมิตรสหาย
วันจันทร์เหลืองเจิดแจ้ม,หน้าแฉล้มแย้มละไม
วันจันทร์สบายสบาย,จิตสดใสกายแข็งแรง
............
สวัสดีครับ วันนี้วันจันทร์ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๔ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน สำหรับวันนี้ผมยังพักผ่อนอยู่ที่บ้านพะเยาตามปกติ

เวลาใกล้เที่ยงหลานสาวมาฉีดยาให้ที่บ้านตามปกติซึ่งจะต้องฉีดแบบนี้ (เว้นเสาร์-อาทิตย์) ต่อไปอีกราว ๒ เดือน
อยากจะเก็บ ตะวัน ที่เคยส่องฟ้า
ให้หายวับ ลับตา ไม่มาให้เห็น
ใส่กระเป๋า เราไว้ เช้าสายบ่ายเย็น
เฉกดั่งเช่น ตะวัน นั้นเป็นของเรา
.......
หน้า สภ.แม่จริม,๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖








น้องยุพิน : เหียอู๊ดๆ เหียอู๊ดหลับยัง
เหียอู๊ด : หลับแล่ว
น้องยุพิน : หลับแล่ว..เอ้า แล่วที่พูดน่ะคนหรือหมาพูดอ้ะ ฮ่ะๆ
เหียอู๊ด : ปล่าว,เหียอู๊ดพูดก๊ะหมาเกี๊ย เหอๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

ณ ศูนย์วิปัสสนาสากุลเชิญตะวัน (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๙)

เชิญตะวัน เชิญท่านมา สงบสุข
มาฝังปลูก รสพระธรรม คำสั่งสอน
เชิญธรรมะ องค์พุทธะ สถาวร
ดับรุ่มร้อน ในจิตใจ ให้หายพลัน
เชิญตะวัน เชิญทุกท่าน มาที่นี่
ที่ตรงนี้ ที่ไร้ทุกข์ ที่สุขสันต์
เชิญเพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่เชิญตะวัน
สุขสราญ ชื่นใจกาย คลายทุกข์ตรม
...........
บ่ายวันนี้ผมกับภรรยาเดินทางไปเปิดหูเปิดตาและชมสถานที่ที่ศูนย์วิปัสสนาเชิญตะวัน บ้านป่าเหียง หมู่ ๑๓ ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย
<< ภาพทั้งหมด >>
ประวัติของไร่เชิญตะวันก่อตั้งโดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ท่านว.วชิรเมธี) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางค้นคว้าด้านพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พุทธศาสนาแก่ประชาชนผู้สนใจ มีพื้นที่กว้างกว่า ๑๗๐ ไร่ https://2baht.com/rai-chern-tawan/

แหง่ (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๙)

คนกรุงเทพ : พี่ทิดอู๊ดครับ มิทราบว่าภาชนะดินเผาสองใบที่อยู่ในมือพี่ทิดน่ะคนระยองเขาเรียกว่ากระไรหรือ
พี่ทิ่ดอู๊ด : อ๋อ คนร่ะยองบ้านแช้นเค้าเรียกว่า "แหง่" เกี๊ย ตอนนี่รู่ยังคนกรุงเทพ
คนกรุงเทพ : รู้แล้วครับพี่ทิด แหง่ ก็คือ"ไห" นั่นเอง อ้ะอ๊า เอาได้ๆ เหอๆๆ

สวัสดีวันอาทิตย์ (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๙)

วันอาทิตย์ สนิทแนบ แทบดวงจิต
สนมสนิท มิตรรัก ทักทายครับ
วันอาทิตย์ สุขทั้งกาย ใจเสร็จสรรพ
น้อมคำนับ ขอรับท่าน เบิกบานนา
วันอาทิตย์ จิตแจ่ม ยิ้มแย้มยวน
มิตรหมู่มวล ทุกท่าน ต่างหรรษา
วันอาทิตย์ สมคิดหวัง ดังเจตนา
จิตเริงร่า กายาแกร่ง เรี่ยวแรงมี
..............
ภาพนี้ถ่ายที่ศูนย์เรียนรู้ตันแลนด์ อยุธยาเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

............
สวัสดีครับ วันนี้วันอาทิตย์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๓ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน


ช่วงเช้าวันนี้ผมอยู่ที่บ้านพะเยาท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างร้อนมาตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว ปีนี้ร้อนและแห้งแล้งมาก หมอกควันไฟก็ยังปกคลุมอยู่ทั่วไปหมด มองไปทางไหนแสบหูแสบตา ดูสภาพแล้วคงอีกนานกว่าโป่งจะใสเหมือนเดิม

วันนี้ในอดีต "แม่จริมเมืองในหมอก(ควัน)" , ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๗
ราวสิบโมงกว่าๆ ให้ช่างมาติดตั้งตู้เสื้อผ้าที่บ้าน อย่างว่าเนาะมืออาชีพเนี่ยเวลาเห็นเขาทำอะไรดูมันคล่องไม้คล่องมือไปหมด ติดตั้งไม่นานก็เสร็จแล้ว สุดยอดไปเลย
แต่...ช้าก่อน ระหว่างดูช่างเขาทำเราถามเขาหลายเรื่องสรุปความออกมาได้ว่าช่างที่เก่งๆ เนี่ยะตัดผมเองก็ไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่อร่อย เฮ้อ มืออาชีพ เหอๆๆ

ช่างตัดผมทำตู้เองก็ไม่เป็น...

...คนทำอาหารตัดผมเองก็ไม่ได้ เฮ้อ

ทำไมคนเราไม่เพียบพร้อมทุกอย่างไปเลยเนาะ แปลกจัง
เชิญตะวัน เชิญท่านมา สงบสุข
มาฝังปลูก รสพระธรรม คำสั่งสอน
เชิญธรรมะ องค์พุทธะ สถาวร
ดับรุ่มร้อน ในจิตใจ ให้หายพลัน
เชิญตะวัน เชิญทุกท่าน มาที่นี่
ที่ตรงนี้ ที่ไร้ทุกข์ ที่สุขสันต์
เชิญเพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่เชิญตะวัน
สุขสราญ ชื่นใจกาย คลายทุกข์ตรม
...........
บ่ายวันนี้ผมกับภรรยาเดินทางไปเปิดหูเปิดตาและชมสถานที่ที่ศูนย์วิปัสสนาเชิญตะวัน บ้านป่าเหียง หมู่ ๑๓ ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย
<< ภาพทั้งหมด >>

เสร็จแล้วไปฝากท้องไว้ที่บ้านคุณยายจ้า
..........
ย่างหมูจ้าหมูย่าง,เป็นทุกอย่างค่อนข้างเก่ง
ก็เราชอบบรรเลง,ก็เลยเก่งเป็นธรรมดา
หมูย่างจ้าย่างหมู,แหมดู๊ดูอู๊เข้าท่า
คุณยายไหว้วานมา,มาอู๊ดมาย่างหมูที 


อ๊ะอ๊า เอาได้ๆ ๕๕๕

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

สวัสดีวันเสาร์ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๙)

เสาร์สุขโข สโมสร กินนอนนั่ง
แสนเป็นสุข เสียจัง ดั่งสวรรค์
เสาร์สดใส สุดสวย ด้วยน้ำใจ
ของหญิงชาย เพื่อนพ้อง พี่น้องกัน
เสาร์สุขี สีม่วงใส แจ่มใจจิต
มั่งมีมิตร เมียงมอง ไม่หมองหมาน
เสาร์สนุก ไร้ทุกข์ภัย ใดรอนราญ
สุขทั่วกัน ทุกท่าน วันเสาร์เอย
............
สวัสดีครับ วันนี้วันเสาร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน

เช้านี้ที่บ้านพะเยาลมพัดเย็นมาตั้งแต่เช้าเลยครับ บนท้องฟ้ามองแทบไม่เห็นอะไรเพราะถูกปกคลุมด้วยควันไฟเต็มไปหมดจนแสบหูแสบตาซึ่งสภาพแบบนี้เป็นไปเกือบทุกที่ในเขตภาคเหนือคงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งหรือรอฝนตกลงสภาพแบบนี้จึงจะหายไป

ช่วงเช้าวันนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนพักผ่อนครับ ร่างกายยังไม่หายดีนัก จะทำอะไรเหมือนช่วงปกติก็ไม่ได้ต้องรอให้หายดีก่อนถึงค่อยทำ


วันเสาร์เราอยู่บ้าน,สุขสราญนอนนอนนอน
วันเสาร์เราพักผ่อน,ด้วยการนอนนอนเอาแรง
วันเสาร์เราดีขึ้น,ยามเดินยืนก็ยิ้มแฉ่ง
วันเสาร์เรามีแฮง,ทุกหนแห่งทั่วร่างกาย


ช่วงเที่ยงเดินทางออกจากบ้านพะเยาไปทำธุระที่เจียงฮายโดยภรรยาเป็นคนขับรถให้ครับ
ระหว่างเดินทางแวะกินอาหารกลางวันเป็นก๋วยเตี๋ยวร้านโกนงค์บ้านร่องขุ่น เขตอำเภอเมืองเชียงรายเสร็จแล้วไปทำธุระจากนั้นไปพักผ่อนที่บ้านคุณยาย

คืนนี้กินและนอนที่บ้านคุณยายนี่แหละครับ จะกลับพะเยาพรุ่งนี้เช้า
น้องชบา : เหียอู๊ดๆ เหียอู๊ดทำรา
เหียอู๊ด : ปล่าว,กะลังช่วยคุณยายแกะก้ะเทียม


ถ้าถามว่าทำอะไร,ไปไหนมา แล้วคำแรกที่ตอบขึ้นต้นด้วย "ปล่าว" แล้วละก็นั่นแหละ "ร่ะยองของแท้" ความหมายก็คือ "อ๋อ,อ้อ" ประมาณนี้ครับ อ้ะอ๊า เอาได้ๆ
ถึงเวลาเย็นก็กินข้าวครับ อ้ะ อร้อยอร่อย
............
น้องพุ่ดซ่อน : เหียอู๊ดๆ เหียอู๊ดทำรา
เหียอู๊ด : ปล่าว,กะลังกินข้าว วันนี่กับข้าวมีเบิกบาน เอาได้ทังงั่น มาฮิ่ มากินด้วยกันริ้ว

............
"ทำอะไร,ไปไหนมา...เปล่า" เนี่ยเดี๋ยวนี้เริ่มจางหายไปแล้ว เด็กรุ่นใหม่หันไปพูดคำภาคกลางกันหมดจะเหลือพูดก็เฉพาะแต่คนรุ่นเก่าๆ เท่านั้น เฮ้อ น่าเสียดายเหลือเกิน

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

สวัสดีวันศุกร์ (๑๑ มีนาคม ๒๕๕๙)

วันศุกร์ สดใส ใจจิต,ทุกทิศ ทุกที่ ทีท่า
วันศุกร์ หมุนเปลี่ยน เวียนมา,อีกครั้ง อีกครา วันนี้
วันศุกร์ มีสุข ทุกคน,ไร้ทุกข์ ไร้จน น้องพี่
วันศุกร์ สุขเกษม เปรมปรี,สุขี สุขสันต์ สราญใจ
............
สวัสดีครับ วันนี้วันศุกร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๑ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน

วันนี้ผมอยู่ที่บ้านพะเยาตามปกติครับซึ่งอาการทั่วไปก็ดีขึ้นตามลำดับแต่รู้สึกว่าขาไม่ค่อยมีแรงนักเวลาเดินแม้จะใกล้ๆ ก็ตามจะเซๆ เหมือนจะล้มยังไงยังงั้นต้องค่อยๆ เดินและเวลาใกล้เที่ยงหลานสาวมาฉีดยาให้ที่บ้านเหมือนเดิมพอเที่ยงแล้วออกไปทานอาหารกลางวันในเขตเทศบาลพะเยา


ข้าวซอยไก่ ไข้ซอยเก่า ข้าวซอยไก่
อร่อยปาก ถูกใจ เอาได้เกี๊ย
ยามผัวกิน อร่อยลิ้น ไปถึงเมีย

ที่เห็นเนี่ย สี่สิบบาท ขาดตัวครับ
ไข้ซอยเก่า ข้าวซอยไก่ ใช่แล้วจ้ะ

เก้าสิบเอ็ด ไม่ขายนะ มาขอรับ
เครื่องปรุงเพียบ สะเด็ด พร้อมเสร็จสรรพ

เคี้ยวหนุบหนับ กลืนลงท้อง ว้าวของจริง

หาอะไรกินเสร็จก็กลับบ้าน แต่ครั้นพอถึงบ้านได้แป๊บหนึ่งเป็นแบบนี้เฉยเลยครับ เฮ้อ
ขาอ่อนเดินเป๋ โซเซไปมา
อะไรกันหว่า ช่วงเวลานี้
เหมือนกะจะล้ม ผสมอีกที
ก็เมื่อวานนี้ ยังดีนี่นา
เรี่ยวแรงถดถอย ไปสักหน่อยนิด
แหมเพิ่งจะฟิต ไม่นานด้วยหว่า
เลยต้องนั่งนอน พักผ่อนกายา
ตอนเย็นดีกว่า มาออกกำลัง
...........
แล้วช่วงเย็นก็ถึงเวลาออกกำลังกายครับ
<< ภาพออกกำลังกาย >>
ออกกำลังสักน้อย ค่อยทำ
สดชื่นยามใกล้ย่ำ ค่ำนี้
ยืนเดินวิ่งที่นำ มาสู่ ในบท
สดชื่นโรคภัยลี้ สิ่งนี้ ดีแล
......
นิดนิด หน่อยหน่อย ค่อยทำ

ใช่แบก ใช่หาม ที่ไหน
เพียงแต่ ออกกำ ลังกาย

เพื่อให้ สดใส แข็งแรง
ออกแล้ว สดชื่น กายใจ

หน้าตา ละไม ยิ้มแฉ่ง
โลหิต สูบฉีด หน้าแดง

เรี่ยวแรง พลิกฟื้น คืนมา
แมะเผือน มัจฉา กะน้องยุพินส่งภาพผ่านไลน์มาแต่บ้านพังราดไทย อ.แกลง ระยอง บอกว่า "ขอให้ทุ่กคนหลับฝันดีหนะคืนนี่"
ขอบคุณหนะแมะ


วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

สายลับแจ้งข่าวลับ (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)

สายลับแจ้งข่าวลับ กระซิบซาบกับรูหู
พร้อมกับเคี้ยวหมากพลู ช่างน่าดูก็เสียจัง
สายลับบอกครับว่า เหียอู๊ดหนาโดนยาสั่ง
จากผีมีพลัง มาแต่ตั้งครั้งเยาว์วัย
แต่มีวิธีแก้ ง่ายแท้แท้แกรู้ไหม
บวชซักเจ็ดวันไง เพื่ออยู่ในผ้ากาสาว์
ศึกษาในพระธรรม และน้อมนำสิ่งดีมา
ไปใช้ในวันหน้า เท่านั้นหนามะยากแล
......
เคยตั้งใจไว้เหมือนกันตั้งแต่ช่วงป่วยว่าหลังจากหายดีแล้วจะบวชซัก ๗ วันโดยบวชที่วัดพังราดบ้านเกิดครับแมะจะได้ดีใจด้วย


"วัดพังราด"  วัดนี้ผมเคยบวชที่นี่ อยู่ห่างบ้านแมะเผือน มัจฉาราว ๓๐๐ เมตรซึ่งตอนนั้นสภาพวัดเป็นคนละอย่างกับที่เห็นครับ


กระสอบอีเต้ (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)

กระสอบป่านหรือที่คนระยองบ้านผมส่วนหนึ่งเรียกว่า "กระสอบอีเต้" เนี่ยพี่น้องรู้ไหมยามเด็กๆ ช่วงหน้าหนาวน่ะเขาเอามาห่มแทนผ้าผวย (ผ้าห่ม) กันเพราะผ้าผวยมีไม่พอ

"เวลาห่มก็เอาตัวแหนะซุ่กเข้าไปในก้ะสอบ อุ๊นอุ่น เรื่องคายเรื่องคันน่ะไม่มีเหาะ จริงๆ เกี๊ย ไม่เชื่อลองดูฮิ่ อ้ะ เอาได้ๆ"

ใครจับได้มีรางวัล (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)

แหมไม่ใช่น้อย ครึ่งร้อยเลยหนา
รู้ข่าวแจ้งมา อย่าช้าพี่น้อง
หลบอยู่ที่ไหน ในน้ำลำคลอง
ในหลุมในร่อง หับห้องแห่งใด

เหลืองแดง-แกลง'๑๙ (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)

เราเหลืองแดง แกลง'หนึ่งเก้า ทั้งสาวหนุ่ม
เกาะกุมกลุ่ม กลมเกลียว กับเกี่ยวก้อย
พร้อมเดินหน้า ต่อไป ใจเต็มร้อย
ไม่มีท้อ ถดถอย สักน้อยนิด
เราเหลืองแดง แกลง'หนึ่งเก้า สามัคคี
ดุจน้องพี่ ด้วยชีวี และใจจิต
ไม่มีสิ่ง ใดพราก จากมวลมิตร
แม้ชีวิต สูญสลาย ไม่ลืมกัน
......
มอบให้เพื่อนๆ เหลืองแดงแกลง'๑๙ โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" ทุกคนจ้า
สุพจน์มัจฉา ณ เมืองแกลง : ร้อยกรอง

สวัสดีวันพฤหัส (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)

พฤหัส สวัสดี พี่น้องรัก
มาทายทัก ทักทาย สหายมิตร
พฤหัส สะอาดใส ในใจจิต
ทุกชีวิต ทุกผู้คน บนโลกา
พฤหัส วันดี ศรีสวรรค์
จิตสุขสันต์ เริงรื่น ชื่นหรรษา
พฤหัส ห่างไกล ไร้โรคา
ดุจนภา ใสแจ่ม ยิ้มแย้มพราว
............
สวัสดีครับ วันนี้วันพฤหัสบดีขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม จุลศักราช ๑๓๗๗ ตรงกับวันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๙ ก็ขอให้คิดสิ่งใดสมความมุ่งมาดปรารถนาและสมหวังจงทุกประการและทุกคน

วันนี้อยู่ในช่วงที่ผมลาป่วยเหมือนเดิมครับและสำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะนำมาบันทึกไว้ในนี้ก็คงจะคล้ายๆ หรือเหมือนทุกวันที่ผ่านมาซึ่งผมจะนำมาบันทึกเป็นระยะๆ

* เวลาใกล้เที่ยงหลานซึ่งเป็นพยาบาลโรงพยาบาลพะเยามาฉีดยาให้ที่บ้าน

ใหญ่น้ำชิ้นงอก หรอยออกอีหลี
จ้าดลำอร่อยดี ว่าฮิ่ว่าไหม
ก๋วยเตี๋ยวยืนยง คู่คงคนไทย
ไม่ว่าภาคไหน สุขใจเมื่อกิน (มื้อกลางวันจ้า)

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

กินข้าวมันไก่ (๙ มีนาคม ๒๕๕๙)

กลางวันวันนี้ยกระดับตัวเองด้วยการมากินข้าวมันไก่ในห้าง หลังเด็กทำเสร็จเราจ่ายตังค์ค่าข้าวเป็นเหรียญห้า ๑๘ เหรียญ เหรียญบาท ๑ เหรียญรวม ๙๑ บาทให้ไปเพราะคิดว่าข้าวมันไก่ในห้างต้องราคานี้ เจ้าของร้านมองหน้าเรายิ้มๆ พร้อมพูดว่าร้านนี้ขายจานละ ๔๐ เท่านั้นเจ๊าลุงแล้วทอนตังค์คืนให้เราเป็นเหรียญบาท ๕๐ เหรียญและเหรียญสลึง ๔ เหรียญรวม ๕๑ บาท

"แหม่ ใครจะไปรู้ล่ะ นึกว่าข้าวมันไก่ในห้างไหนๆ ต้องขายจานละ ๙๑ เท่านั้น เหอๆๆๆ" (แซวซะหน่อย สะใจๆ ๕๕๕)

ผู้ชายสมัยนี้ (๙ มีนาคม ๒๕๕๙)

ผู้ชาย หนุ่มหนุ่ม ตอนนี้,ดูซี เป็นแต๋ว กันหมด
เห็นแล้ว ช่างแสน รันทด,สลด หดหู่ ดูซิ
แต่งหน้า แต่งตา ทรงผม,เอวคอด คอกลม แล้วนี่
เหมือนหญิง เข้าไป ทุกที,สามศอก ไม่มี ให้เห็น
หน้าขาว ผมเผ้า สะสวย,เดินเหิน นาดนวย ทำเด่น
ตูดบิด ซักนิด พอเป็น,กระเส็น กระสาย ชายตา
ถ่ายภาพ มาออก ในเฟส,โชว์สรรพ เบ็ดเสร็จ ด้วยหว่า
ยักคิ้ว หลิ่วหน้า ลอยตา,ว่าข้า นี่หนา ผู้ฉิง
เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ รู้จัก,จะทาย จะทัก ยากยิ่ง
คนไหน หญิงชาย ตัวจริง,รู้แล้ว ขำกลิ้ง ไปเล้ย

เมื่อพี่แจ๊สไปออกรายการวิทยุ (๙ มีนาคม ๒๕๕๙)

พิธีกร : เป็นไงบ้างครับพี่แจ๊ส มิวสิควีดิโอยับแม่ของพี่ตอนนี้
พี่แจ๊ส : โดนถล่มซะยับเยินเลยครับ
พิธีกร : (คิดในใจ) ส.น.น. ยับแม่

ยับแม่ (๙ มีนาคม ๒๕๕๙)

"ยับ" คำเมือง (ภาษาเหนือ) หมายถึง "จับ,การจับ" ชักตัวอย่าง "คำหล้า ได้ข่าวว่าตะวาแม่อ้ายแจ๊สโดนต๋ำหนวดยับก๊ะ" ก็หมายความว่า "เมื่อวานตำรวจ'ยับแม่'พี่แจ๊ส' ใช่ไหมคำหล้า"
"เจ๊า อ้ายแจ๊สโดน'ยับแม่' ถึงขนาดต้องขอสูมากั๋นเลยเน้ออ้าย ฮู้ยัง เหอๆๆๆ" น้องคำหล้าตอบ (งานนี้พี่แจ๊สโดนอัดซะยับเยิน)
.........
คำว่า "ยับแม่" ในเพลงเป็นคำสองแง่สองง่ามซึ่งคนละความหมายกับ "ยับ" มนคำเมืองนะครับ ผมเพียงเอามาเขียนปะติดปะต่อกันเท่านั้น

ดาบ-จ่าตำรวจกับนายและชาวบ้าน (๙ มีนาคม ๒๕๕๙)

ดาบ-จ่าตำรวจกับนายและชาวบ้าน : โลกตำรวจ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


 “บ้านนี้อยู่ได้เพราะดาบ-จ่า” หัวหน้าสถานีพูดถึงกลุ่มคนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานหลักที่สำคัญที่ส่งผลให้ภารกิจจำนวนมากของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรลุเป้าหมายตามที่ผู้นำองค์การได้บัญชาสั่งการลงมายังหน่วยต่างๆ
ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของหัวหน้าสถานีตำรวจจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการแสดงให้เห็นว่า ผู้นำหน่วยในระดับที่ใกล้ชิดผู้ปฏิบัติงานให้ความสำคัญ หรือเห็นคุณค่าของลูกน้องมดงานที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่แท้จริงก็ตาม
แต่จะดียิ่งขึ้นกว่านี้ หากผู้นำในทุกระดับชั้น นับตั้งแต่ระดับรองสารวัตร สารวัตร รองผู้กำกับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจ จะให้ความสำคัญกับลูกน้องนายตำรวจชั้นประทวนด้วยการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา และร่วมทบทวนการดำเนินงานต่างๆ ทั้งที่เป็นนโยบายที่สั่งการลงมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือรัฐบาล
การปล่อยให้ลูกน้องไพร่พลตำรวจทำงานต่างๆ ในรูปแบบที่ นายทำหน้าที่เพียงกดไลค์ (like) ผ่านการอ่านไลน์จากโทรศัพท์มือถือตามยุคตามสมัยแต่เพียงเท่านั้น นอกเหนือจากไม่ทำให้เกิดการพัฒนางานของหน่วยงานอย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นการสร้างการรับรู้ของนายตำรวจชั้นประทวนผู้เป็นลูกน้องด้วยว่า
การทำงานแค่พอผ่าน แค่พอมีรายงานไปวันๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว และหากสามารถหลีกเลี่ยงโดยการแต่งเติมรายงานขึ้นอย่างแนบเนียนโดยมิได้มีการลงมือปฏิบัติแต่อย่างใดก็ยิ่งจะส่งผลกระทบเสียหายให้เกิดขึ้นได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
“สั่งลงมากันเยอะมาก บางคำสั่งพวกผมก็งงกันว่า สั่งกันมาทำไมหนักหนา แต่ก็รายงานไป มโนไปให้ดูแนบเนียนหน่อย” ดาบตำรวจเล่าที่มาที่ไปของการจัดฉากรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ที่สั่งมาจากหน่วยเหนือ แต่ไร้การสนใจติดตามและให้คำแนะนำอย่างจริงจังจากผู้นำหน่วยในระดับต่างๆ
“โครงการเยอะมาก บางโครงการไม่น่าใช่บทบาท หน้าที่ของตำรวจ แต่ก็สั่งลงมาให้พวกผมทำ” เสียงของลูกน้องที่จำต้องทำตามคำสั่ง ทำตามโครงการที่นายคิดขึ้นมา ทำโดยที่ไม่มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ ไม่รู้เป้าหมายของการทำว่า ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรต่อประชาชนและสังคม ?
โครงการตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม (ตมอ.) ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนวิจัย (สกว.) ที่สนับสนุนการวิจัยให้แก่กลุ่มตำรวจในระดับต่างๆ 8 สถานีตำรวจทดลองลงมือปฏิบัติในลักษณะของการติดอาวุธทางปัญญาในการสร้างความเข้าใจแก่นายตำรวจระดับต่างๆ ว่าภารกิจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพโดยสามารถลดอาชญากรรมเป้าหมายได้และสามารถทำให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทและมีความเกี่ยวข้องในระดับ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมินผลด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือประชาชนต้องตระหนักอย่างชัดเจนว่า การป้องกันและลดอาชญากรรมในชุมชนที่เกิดขึ้นนั้นเป็นหน้าที่สำคัญของประชาชนในชุมชน พวกเขาจำเป็นต้องใช้พลังอำนาจที่ตนเองมีอยู่ผนวกกับการเสริมแรงและการสนับสนุนที่เข้มแข็งจากตำรวจเพื่อลดอาชญากรรมและทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชนนั้นเป็นไปอย่างผาสุก มั่นคงปลอดภัยจากภัยอาชญากรรมที่คุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ผลจากการดำเนินโครงการในระยะแรกพบว่า ถึงแม้ว่าอาชญากรรมในชุมชนจะยังคงมีอยู่บ้าง แต่ชาวบ้านได้ผ่อนคลายความกังวลต่อภัยอาชญากรรมและมีความรู้สึกที่ดี มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหา อุปสรรค และวิธีการดำเนินงานของตำรวจร่วมมวลชนในพื้นที่ในการลดอาชญากรรมนั้น
มิใช่เพียงแค่ประชาชนรักตำรวจเพียงเท่านั้น แต่ประชาชนยังสามารถแสดงพฤติกรรมต่างๆ ให้ตนเองหลุดพ้นจากการเป็นเหยื่ออาชญากรรมด้วย รวมถึงความพยามยามที่จะลดพื้นที่เสี่ยง สถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดภัยอาชญากรรมที่คุกคามต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนด้วย
การดำเนินงานเช่นนี้ไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ หากปล่อยให้นายตำรวจระดับดาบ-จ่าทำงานอย่างว้าเหว่แต่เพียงลำพังเท่านั้น หากแต่จะบรรลุเป้าหมายอย่างเกินคาดถ้าหัวหน้าสถานีและบรรดานายๆ ทุกระดับลงเดินร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติการกับดาบ-จ่าและประชาชนด้วยทุกคนด้วยความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว
มิใช่ว่าดาบ-จ่าจะไม่สามารถสร้างความรู้สึกดีๆ กับชาวบ้านได้ แต่บทเรียนจากงานวิจัยพบว่า ขวัญของดาบ-จ่าและชาวบ้านจะดีขึ้นอย่างมากเมื่อนายลงมาเดินด้วยกัน!!!!
ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20160309/223813.html