วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

เป็นวิทยากรในการอบรมโครงการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนจังหวัดน่าน (๑๙ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแ้่ต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไปตำรวจภูธรจังหวัดน่านได้จัดให้มีการอบรมโครงการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนจังหวัดน่านขึ้น ณ ห้องทิวลิป โรงแรมน่านคีรีธารา อำเภอเมืองน่าน ผู้เข้ารับการอบรมเป็นข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายงานจราจรและงานป้องกันปราบปรามทุกแห่ง (๒๐ สถานีตำรวจ) รวมจำนวน ๑๔๔ คน (ชั้นสัญญาบัตร ๔๘ ชั้นประทวน ๙๖) โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้รับการอบรมสามารถนำไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
๒. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่ผู้เข้ารับการอบรมในการปฏิบัติหน้าที่และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชนและเกิดความปลอดภัยสูงสุด
๓. เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้มากที่สุด
๔. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน

การอบรมวันนี้มีดังนี้
* เวลา ๐๘.๐๐-๐๘.๓๐ น. ลงทะเบียน
* เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดการอบรม

* เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. หัวข้อวิชา "สถานการณ์อุบัติเหตุจราจรในพื้นที่จังหวัดน่าน" โดยคุณอรทัย ศรีศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน







* เวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. หัวข้อวิชา "การวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการพัฒนาระบบงานสืบสวนอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดน่าน" โดย พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รอง ผกก.สภ.แม่จริม








* เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น. หัวข้อวิชา "พฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ" โดย พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่าน






* เวลา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 





* เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. หัวข้อวิชา "การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา" โดย พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่าน







* เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๓๐ น. หัวข้อวิชา "ความสำเร็จของการปรับบทบาทตำรวจน่านในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินประชาชนบนถนน" โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข


* เวลา ๑๔.๓๐-๑๗.๐๐ น. หัวข้อวิชา "บทบาทใหม่ตำรวจจราจรน่าน ตำรวจมืออาชีพ" โดย พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ก.

หลังจากนั้นทำพิธีปิดการอบรม


<< ภาพทั้งหมด >>

ภาพนี้ไม่ใช่ผมเป็นประธานในพิธีปิดหรอกครับพี่น้อง อย่าเข้าใจผิดเพียงแต่ผมเอาภาพใหญ่ๆ แสดงมาด(น่ารักๆ ฮ่ะ) ของผมช่วงเป็นวิทยากรมาปิดท้ายรายการเท่านั้นเอง

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ร่วมตรวจการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมกับคณะจังหวัดน่าน (๑๘ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้ผมในฐานะผู้แทน ผบก.ภ.จว.น่านร่วมกับคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.๒๕๔๗ จังหวัดน่านซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนหรือผู้ดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดน่าน,อัยการจังหวัดน่าน,นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน,ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาน่าน เขต ๑,๒,โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน,วัฒนธรรมจังหวัดน่าน,นายอำเภอภูเพียงได้เดินทางไปตรวจสอบการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเวียงสาโดยออกเดินทางจากศาลากลางจัีงหวัดน่านเมื่อเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.ซึ่งการตรวจสอบวันนี้มีดังนี้
๑๐.๑๐ น.ตรวจโรงแรมปัวสบายรีสอร์ต ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๑๓๙ หมู่ ๖ ตำบลวรนคร อำเภอปัว




๑๐.๔๐ น.ตรวจโรงแรมแสงอรุณอพาร์ทเม้นท์ เลขที่ ๓๗๗ หมู่ ๓ ตำบลปัว อำเภอปัว


๑๑.๐๐ น.ตรวจโรงแรมปวินท์ศิลป์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๓๓๖ หมู่ ๓ ตำบลปัว อำเภอปัว


๑๑.๒๐ น.ตรวจโรงแรมที่โรงแรมภิรมณเพลส (พิ-ระ-มน) อยู่บ้านเลขที่ ๑๖๔ หมู่ ๗ ตำบลปัว


๑๑.๕๐ น.ตรวจโรงแรมภูรีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ๑๖๘ หมู่ ๔ ตำบลปัว อำเภอปัว




เวลา ๑๒.๓๐ น.พักรับประทานอาหารกลางวันที่อำเภอปัวเสร็จแล้วเดินทางไปตรวจที่อำเภอเวียงสา


๑๔.๐๕ น.ตรวจโรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ๒๔๗ หมู่ ๑๐ ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา


๑๕.๐๐ น.ตรวจโรงแรมพาลันรีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ๒๙๘ หมู่ ๔ ตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา

ในการตรวจนั้นคณะกรรมการได้ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหลังจากนี้คณะกรรมการจะประมวลเรื่องเสนอจังหวัดเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

อนึ่ง กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องซึ่งพวกเราตรวจครั้งนี้ประกอบด้วย
๑. พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.๒๕๔๗
๒. กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.๒๕๕๑
๓. เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งโยธาธิการจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพหลักเป็นผู้ดำเนินการ

<< ภาพทั้งหมด >>

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

นายตำรวจใหม่ สภ.แม่จริมรายงานตัว / ภารกิจวันนี้ (๑๗ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ ผมทำงานที่โรงพักแม่จริมซึ่งตื่นเช้าขึ้นมาแสงแดดจ้ามากเลยทีเดียว บรรยากาศแบบนี้ฝนฟ้าน่าจะไม่ตกแน่นอน แต่ก็ประมาทไม่ได้ครับกับหน้าฟ้าหน้าฝนจะตกเมื่อไรก็ตามแล้วก็พยากรณ์ยากซะด้วยซิ่

เนื่องจากเท้าซ้ายที่บวมเป่งยังไม่หายดีทำให้ใส่รองเท้าอะไรไม่ได้นอกจากรองเท้าแตะวันนี้จึงต้องขออนุญาตแต่งกายนอกเครื่องแบบอีกวันหนึ่ง คิดว่าอาการวันนี้คงจะทุเลาและหายดี ก็หวังอยากให้เป็นแบบนั้น



ไปถึงโรงพักก่้อนแปดโมง ทักทายโอภาปราศัยกับน้องๆ เจ้าหน้าที่ที่เขาเข้าเวรวันนี้และอยู่ที่โรงพักก่อนแล้วตามธรรมเนียมพร้อมที่จะทำงานในภารกิจและหน้าที่อื่นๆ ต่อไป

วัีนนี้ สภ.แม่จริมรับรายงานตัวนายตำรวจใหม่จำนวน ๕ นายดังนี้ (ภาพจากซ้ายไปขวา)
๑. ร.ต.ต.สุทัศน์ แสงแก้ว รอง สว.สส.
๒. ร.ต.ต.โยธิน วงศ์ศรีรักษ์ รอง สวป.
๓. ร.ต.ต.เรวัตร ปาคุต รอง สว.สส.
๔. ร.ต.ต.จิรภัทร ยอดปา รอง สว.สส.
๕. ร.ต.ต.โกศล ปวงจันต๊ะ รอง สวป.
ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ


เวลา ๐๙.๐๐ น. สภ.แม่จริมประชุมนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรและเจ้าหน้าที่สายงานต่างๆ ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.ฯ โดย พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก.ฯ เป็นประธาน การประชุมวันนี้ประธานกล่าวแสดงความยินดีและต้อนรับนายตำรวจใหม่ทั้ง ๕ นายและเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบเพื่อนำไปปฏิบัติให้บังเกิดผลสูงสุดต่อทางราชการและพี่น้องประชาชนโดยใช้เวลาในการประชุมครั้งนี้ประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

เื่มื่อประชุมในภาพรวมเสร็จแล้ว รอง ผกก.สภ.แม่จริมทั้ง ๒ คนได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ในส่วนของตนเองเพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจต่างๆ 


ภาพซ้ายมือเป็นการประชุมนายตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามของ พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.สภ.แม่จริม

ส่วนภาพขวามือเป็นการประชุมเจ้าหน้าที่สายงานสืบสวนของผมครับ





หลังจากประชุมเสร็จ พ.ต.อ.สุชาติ สิงขรณ์ ผกก.เลี้ยงอาหารกลางวันพวกเรา ขอบคุณมากครับ

<< ภาพทั้งหมด >>

ทานอาหารกลางวันเสร็จก็พักผ่อนเอาแรงซะหน่อยก่อนจะทำงานต่อในช่วงบ่าย และแล้ว...เมื่อถึงเวลาก็ทำงานต่อครับ สนุกดีแต่วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนเพราะสั่งการน้องๆ เขาให้ออกไปสืบสวนหาข่าวข้างนอกไว้แล้วจึงนั่งทำงานที่โรงพัก

พี่น้องรู้ไหม ที่โรงพักแม่จริมเราติดแอร์ทั้งอาคารครบถ้วนทุกจุดเลยนะขอบอก ทำให้ช่วงบ่ายๆ แบบนี้นั่งในห้องทำงานไม่ได้ แบบว่าเหงื่อตกน่ะ เลยต้องหอบเอางานมาทำและรับลมเย็นๆ ที่ห้องประชุมใหญ่งานสืบสวนถึงค่อยยังชั่วหน่อย

อ้ะ แอร์ที่ว่าน่ะเราติดจริงๆ นะครับพี่น้องที่รัก เพียงแต่มันเป็นแอร์...ธรรมชาติ ๕๕๕


ช่วงบ่ายได้รับรายงานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่จริมซึ่งผมสั่งการในที่ประชุมช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าได้ออกสืบสวนหาข่าวคราวและจัดทำข้อมูลผู้รับซื้อของเก่าในเขตพื้นที่เพื่อนำมาประกอบเป็นข้อมูลในการดำเนินการที่ำสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด การรายงานนี่น้องๆ เจ้าหน้าที่เขาส่งเข้ามาทางไลน์ของผมครับ แหม เดี๋ยวนี้ทันสมัย รวดเร็วแถมได้ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งภาพและเรื่องราวด้วย ไม่เหมือนยุคก่อนๆ ที่กว่าจะได้เรื่องและภาพประกอบต้องเล่นกันเป็นวันสองวันแต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ ก็ดีไปอย่างครับพี่น้องว่าไหม ตำรวจเราต้องทำตัวให้ทันยุคทันสมัยทันเหตุการณ์เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาด้วยไม่งั้นเชยแย่เลย

<< ภาพประกอบในส่วนนี้ >>
ทำงานจนถึงช่วงเย็นพวกเราที่อยู่โรงพักก็ทำอาหารเย็นทานกันที่ห้องครัวเล็กๆ ของโรงพักแม่จริมเหมือนเดิมครับ อาหารเย็นนี้เป็น "อาหารกรุงเทพ" อีกแล้วครับท่าน ล้ำลำ พวกเราทำกันเอง ทานกันเอง แชร์สตางค์กันเองคนละไม่กี่บาทแต่อิ่มอร่อยถูกปากถูกคอสุดๆ อย่า่งว่าแหละอยู่แม่จริมต้องทำตัวแบบนี้ถึงจะอยู่ได้ตามคำขวัญ(หลอกๆ) ที่พวกเรามักจะพูดกันจนติดปากว่า "อยู่แม่จริมทำตัวแบบแม่จริมแล้วจะเจริญ" 

ช่วงกลางคืนคืนนี้ก็เหมือนเดิมครับหลังจากทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอาบท่า ทานข้าวทานปลาเสร็จก็มานั่งเป็นกำลังเสริมและคอยให้บริการพี่น้องประชาชนที่โรงพักเหมือนเดิม


วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

วันนี้ที่แม่จริม (๑๖ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้วันจันทร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖ ผมต้องนั่้งทำงานอยู่ที่โรงพักแม่จริมเพราะเดินออกไปไหนมาไหนไม่ได้อย่างน้อยก็ ๑ วันเนื่องจากเท้าซ้ายแพลงบวมเป่งและค่อนข้างเจ็บหากต้องเดินไปไหนมาไหน อาจจะมาจากวันไปเล่นฟุตบอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้นะเนี่ย เครื่องแบบก็แต่งไม่ได้เพราะรองเท้าใส่ไม่ได้ครั้นจะแต่งรึก็น่าเกลียดเลยขออนุญาตเปลี่ยนเป็นชุดนอกเครื่องแบบสวมรองเท้าแตะแทนก่อน

แม้ว่าจะเดินออกไปไหนมาไหนไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายถึงจะทำงานไม่ได้ งานมีทำเยอะแยะครับ พบปะพูดคุยกับพี่น้องที่มาติดต่อราชการที่โรงพัีก ตรวจสอบติดตามดูงานของเจ้าหน้าที่ที่เขานำมาเสนอพร้อมให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอ เยอะแยะมากมายหากเราคิดจะทำ ก็สนุกดีครับกับชีวิต

งานอีกอย่างหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นงานประจำที่สำคัญของผมนั่นก็คือการนำข้อมูลการปฏิบัติงานต่างๆ ประจำของตำรวจน่านที่รายงานเข้ามาทางกลุ่มไลน์ขึ้นเสนอให้พี่น้องประชาชนทราบทางเฟสบุ๊ค ภ.จว.น่าน https://www.facebook.com/nan.police5 ซึ่งงานแบบนี้มีทุกวันๆ ละหลายเรื่องหลายรอบ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าแต่ละวันหรือแต่ละช่วงละตอนนั้นตำรวจน่านเราทำอะไรบ้าง ของแบบนี้ในยุคนี้ต้องแจ้งพี่น้องครับจะมัวเก็บหรือรู้เฉพาะในหน่วยงานคงจะไม่ได้แล้ว ยิ่งโลกการสื่อสารหรือโลกไซเบอร์แบบปัจจุบันด้วยแล้วการนำเสนออะไรต่างๆ ง่ายจะตายจึงใช้ช่วงโอกาสนี้ที่แม้จะเดินไปไหนมาไหนไม่ค่อยจะได้แบบวันนี้นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ให้พี่น้องทราบกันเหมือนเดิม

เรื่องสำคัญๆ ในแวดวงตำรวจน่านเราวันนี้ก็คือช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส.ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดยุทธการระดมกวาดล้างยาเสพติดในเขตพื้นที่จังหวัดน่านและร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ยาเสพติดและการดำเนินการของตำรวจน่านเราที่ ภ.จว.น่านรวมถึงออกไปดำเนินการด้านต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ด้วยซึ่งรายละเอียดพี่น้องสามารถคลิกดูได้ที่ผมทำ LINK ไว้นะครับ

สำหรับอาหารเที่ยงวันนี้เนื่องจากอย่างที่บอกนั่นแหละเดินเหินไปไหนลำบากน้องๆ ตำรวจแม่จริมเขาก็เลยรับอาสาส่งข้าวส่งน้ำถึงห้องทำงานกันเลย ขอบคุณมากนะน้องๆ







สำหรับการทำงานในช่วงบ่ายก็ยังคงอยู่ที่โรงพักแม่จริมเหมือนเดิมครับซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการนำเสนอข้อมูลที่พี่น้องตำรวจน่านส่งเข้ามาทางไลน์กลุ่มออกเผยแพร่ทางเฟสบุ๊ค ภ.จว.น่านรวมถึงดูนั่นดูนี่ที่เป็นเอกสารหรือการทำงานที่พอมีอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดี

ภาพนี้ก่อนบ่ายคลายเครียด : ราวๆ เที่ยงครึ่งวันนี้น้องๆ เยาวชนแม่จริมไปหาที่โรงพักและพูดว่า "อ้ายๆ" (เด็กๆ ทุกคนจะเรียกคนน่ารักว่าอ้ายหรือพี่กันทั้งนั้น) "เย็นนี้ไปแข่งบอลกับหมู่ผมเขาบ๋อ" ก็เลยบอกน้องๆ ไปว่า "เอ้อ ช่วงนี้แข่งอย่างอื่นคงจะบ่ไหว แต่ถ้าจะแข่งละก็..ขอเปลี่ยนเป็นแข่งกินข้าวแทนดีกว่า รับรองสูเขาสู้อ้ายตึงบ่ได้"๕๕๕


ภาพนี้เป็นบรรยากาศหน้าโรงพักแม่จริมช่วงเย็นวันนี้ (กรุณาสังเกตดีๆ นะครับ ในภาพนี้มีคน(หล่อๆ) นั่งอยู่ด้วยแหละ ฮา

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องและแจกจ่ายเอกสารแผ่นพับที่ตลาดนัดแม่จริม (๑๕ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ (ด.ต.วัชระ มัยราช และ ด.ต.อัครพงษ์ ตาแว่น) ออกเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประุชาชนที่ตลาดนัดแม่จริม ตำบลหนองแดง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายการสร้างความอุ่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัีพย์สินแก่พี่น้องประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับบัญชา

ตลาดนัดแห่งนี้จะเปิดทำการทุกๆ วันอาทิตย์ช่วงเวลาตั้งแต่้ประมาณ ๑๔.๐๐-๒๐.๐๐ น.ตั้งอยู่ในตำบลหนองแดง อำเ้ภอเวียงแม่จริม อยู่ห่างจาก สภ.แม่จริมประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษๆ มีพ่อค้าแม่ขายประมาณ ๓๐-๔๐ เจ้า ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ใช้ภายในครัวเรือนทั่วไป อาทิเช่น เนื้อ หมู ผัก อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น


การดำเนินการของพวกเราในวันนี้นั้นเป็นไปในลักษณะ "มาเยี่ยมถึงเรือนมาเยือนถึงถิ่น" ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพซึ่งออกมาจากใจของพวกเรา พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ขายในตลาดและพี่น้องที่เดินทางมาจับจ่ายหาซื้อสิ่งของจำนวนหนึ่งซึ่งนอกจากการพบปะพูดคุยเรื่องราวต่างๆ แล้วพวกเรายังได้นำเอกสารความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมเรื่อง "ตั้งสติรู้ทัน...ป้องกันอาชญากรรม" แจกจ่ายแก่พี่น้องรวมถึงอธิบายเพิ่มเติมและขอความร่วมมือพี่น้องช่วยแจ้งข้อมูล เบาะแสการกระทำผิดที่พี่น้องทราบแก่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองในรูปแบบต่างๆ ด้วย


การออกพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องนอกจากจะเป็นไปตามหลักการและนโยบายของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวข้างต้นนี้แล้วยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆ ประกอบตามมานั่นก็คืองานที่ต้องทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมโดยเริ่มตั้งแต่ตำรวจต้องปรับบทบาทในการสร้างความศรัทธาเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ให้เกิดความรักนับถือมีเจตคติที่ดีต่อตำรวจ อันจะนำผลไปสู่ความเข้าใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือต่อไปโดยวิธีการต่าง ๆ ในการทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนรวมทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ทำให้ชุมชนหรือสังคมมีความสงบสุข ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่ง


ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการออกพบปะเยี่ยมเยียนนั้นก็คือหน้าที่ของผมซึ่งเป็นหน้าที่หรืองานหลักคือการระวังป้องกันเหตุเภทภัยไม่ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องได้เพราะถึงแม้ว่าตอนหลังเราจะจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้แต่ความเสียหายกับพี่น้องก็เกิดขึ้นแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไว้ก่อน โดยเรื่องนี้ตำรวจเราทุกคนท่องจำพระบรมราโชวาทของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ที่พระราชทานไว้ว่า"การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นปกติสุขพอสมควรได้อย่างขึ้นใจรวมทั้งน้อมนำพระบรมราโชวาทซึ่งมีค่านี้มาปฏิบัติ


พวกเราอยู่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องที่ตลาดนัดแห่งนี้เป็นเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นต่อไป 

<< ภาพทั้งหมด >>

ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนนาเซีย (๑๕ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓.๑๕ น.ผมเดินทางไปตรวจเยี่ยมและดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนหรือตู้ยามนาเซียพบ ร.ต.ต.สมพงค์ โพจา อยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานเหตุการณ์ทั่วไปปกติ โดยได้ตรวจเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ ของอาคารที่ทำการและบริเวณโดยรอบพบว่าอยู่ในเกณฑ์เป็นที่น่าพอใจและสามารถรองรับการให้บริการพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาทิเช่นสมุดบันทึกประจำวัน,สมุดบันทึกการปฏิบัติและข้อมูลท้องถิ่นครบถ้วนและเป็นปัุจจุบันแต่ผมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าให้หมั่นออกสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอเพราะข้อมูลบางอย่างมักจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยหากมีข้อมูลเพิ่มเติมนอกจากบันทึกและเก็บรวบรวมไว้ที่หน่วยบริการแล้วให้ส่งสำเนาให้งานธุรการป้องกันปราบปรามด้วย ๑ ชุดเพื่อจัดเป็นฐานข้อมูลต่อไป

การตรวจครั้งนี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้อีกส่วนหนึ่งดังนี้
๑. ช่วงนี้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะออกจากบ้านเพื่อไปทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ทำให้บางช่วงเวลาไม่มีผู้อยู่ดูแลบ้านพักอาศัยและอาจเป็นช่องว่างให้คนร้ายเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์ของพี่น้องได้ จึงให้จัดเจ้าหน้าที่หมั่นออกตรวจตราดูแลบ้านพักอาศัยของพี่น้องให้มากเป็นพิเศษกว่าช่วงเวลาปกติ
๒. ให้ช่วยกันสืบสวนหาข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๓. การออกปฏิบัติหน้าที่ให้จัดทำบันทึกไว้ในสมุดประจำหน่วยบริการฯทุกครั้ง
๔. หากพบการกระทำผิดหรือสิ่งบอกเหตุที่น่าสนใจให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที

หน่วยบริการประชาชนนาเซียเป็น ๑ ใน ๒ หน่วยบริการฯ ของ สภ.แม่จริม (อีกหน่วยหนึ่งคือหน่วยบริการประชาชนนาบัว) ตั้งอยู่ที่บ้านนาเซีย หมู่ที่ ๔ ตำบลหมอเมือง ห่างจาก สภ.แม่จริมไปทางด้านทิศใต้ประมาณ ๔ กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบจำนวน ๒ คนโดยมีเขตพื้นที่รับผิดชอบในตำบลหมอเมือง,น้ำพางและตำบลน้ำปาย

อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในโลกของตำรวจ : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๑๕ กันยายน ๒๕๕๖)

ความไม่เท่าเทียมทางสังคมโดยเฉพาะในเรื่องของความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและมีผลกระทบอย่างยิ่งกับคุณภาพชีวิตและวิถีชีวิตของคนในสังคมไทย


"อำนาจ" ถูกผูกโยงกับความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรและกระจุกอยู่กับกลุ่มคนบางคนจนอาจกล่าวได้ว่าอำนาจมักจะมาควบคู่กับผลประโยชน์เสมอๆ ด้วยเหตุนี้หากผู้มีอำนาจขาดสำนึกของผู้นำที่ดี หรือไม่มีคุณธรรมในการบริหารจัดการแล้วนั้น ผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของอำนาจย่อมมีพฤติกรรมที่บิดเบี้ยวด้วยเช่นกันนอกเหนือจากอำนาจจะมาควบคู่กับผลประโยชน์แล้วนั้น อำนาจและผลประโยชน์ยังมาควบคู่กับการเมืองด้วย...สูตรสำเร็จคือ การเมือง...อำนาจ...และผลประโยชน์

ทำอย่างไรให้กลไกของการเมือง อำนาจ และผลประโยชน์ไม่รุกล้ำความยุติธรรมในสังคม? เพื่อมิให้แผ่นดินร้อนเป็นไฟ!! สังคมขาดความมั่นคง ขาดความสงบสุข

เมื่อหันหลังกลับมามองการกระทำของอำนาจที่มีต่อตำรวจที่ส่งผลต่อทั้งตำรวจเองและประชาชนแล้วนั้น

ตำรวจถูกครอบงำและแทรกแซงจากภาคการเมืองเป็นประเด็นที่ทุกคนยอมรับ(มานานมากแล้ว) ยอมรับโดยปราศจากการตั้งคำถามรวมถึงการยอมจำนนต่อการที่จะต่อสู้ ต่อต้าน ต่อรองที่จะออกจากการแทรกแซงดังกล่าว

ทั้งๆ ที่ตำรวจคือต้นธารของกระบวนการยุติธรรม และความยุติธรรมในสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยในบริบทที่สังคมไทยมีความขัดแย้งที่มีแนวโน้มในการใช้ความรุนแรง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ดูแคลน และใช้อำนาจในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ฝ่ายตน พวกตนต้องการ

อาจกล่าวได้ว่าสังคมไทยในปัจจุบันกำลังเคลื่อนเข้าสู่สถานะของความไม่สงบ ความไม่มั่นคงภายใน โดยที่ความรุนแรงต่างๆ พร้อมที่จะคุกรุ่น ก่อตัวขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยมีเหตุปัจจัยหลักมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของภาคการเมือง

สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ตำรวจซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความสงบภายในโดยมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อดำเนินการให้ความสงบในสังคมเกิดขึ้นให้จงได้ ซึ่งเป็นงานที่ยากมากสำหรับตำรวจ เนื่องจากตำรวจเองก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจและพันธนาการของการเมือง(อำนาจ และผลประโยชน์)เช่นกัน

ประชาชนจำนวนน้อยมากที่ตั้งคำถามต่อความไม่รู้ของตำรวจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย แต่ประชาชนส่วนใหญ่มักตั้งคำถามว่าตำรวจใช้อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อใคร? นี่คือภาพลักษณ์ของตำรวจที่ผู้นำตำรวจต้องใส่ใจและให้ความสำคัญ

คำตอบที่มักตอบว่า "ตำรวจก็ตกอยู่ในสถานะนี้แหละในทุกยุคทุกสมัยไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาลนั้น มิใช่คำที่พึงตอบ!!

และตำรวจก็ไม่จำเป็นต้องตอบว่าตำรวจทำเพื่อใคร? เพราะการกระทำของตำรวจที่ประชาชนมีประสบการณ์เป็นการตอบอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ประชาชนไม่สามารถล่วงรู้เบื้องเหตุที่มาของการ(จำต้อง)กระทำการเช่นนั้นของตำรวจ

เมื่อผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายขาดอิสระ? ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ ความเกลียดชังของประชาชนและความไม่ยอมรับต่อบทบาทการทำหน้าที่ของตำรวจ...อคติที่เพิ่มพูนตามเวลาที่ผ่านไป

หากมองในระดับโครงสร้างและวัฒนธรรมจะพบว่าการปล่อยให้ตำรวจต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะการบริหารจัดการของผู้มีอำนาจทางการเมืองที่สร้างความเข้มแข็งผ่านการบริหารจัดการในการให้คุณให้โทษในการทำงานแบบรวมศูนย์(เพียงคนคนเดียวหรือคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว) แล้วนั้นความเสื่อมที่เกิดมิใช่เกิดขึ้นเพียงภายในองค์กรตำรวจแต่เพียงเท่านั้น มิใช่กำลังพลตำรวจจะเสียขวัญและกำลังใจเนื่องจากระบบคุณธรรมในการทำงาน(คนดีได้ดี คนชั่วได้ชั่ว)ล้มเหลวเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลให้การทำหน้าที่ของตำรวจกลายเป็นกลไกที่สนับสนุนให้การใช้ความรุนแรงบนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ถึงแม้ว่าผู้บริหารงานตำรวจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้นำที่มีความเพียรพยายาม มีความอุตสาหะในการทำงานอย่างเข้มแข็งและพยายามสร้างกลไกในการสั่งการและควบคุมการปฏิบัติงาน ตลอดจนพยายามที่จะพัฒนาศักยภาพของกำลังพลโดยการฝึกอบรม การให้คำชื่นชมต่อความสำเร็จเมื่อทำงานได้ตามเป้าหมายแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่างๆ มากเพียงใดก็ตาม

หากแต่การกระทำดังกล่าวของผู้บริหารงานตำรวจก็จะกลายเป็นแค่เพียง "การทำหน้าที่เพื่อสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นในบริบทของการบริหารงานที่ไม่ใช้ระบบบริหารงานตามหลักคุณธรรมในการทำงานเพียงเท่านั้น เพราะกระแสความรู้สึกของตำรวจในขณะนี้ยังคงเป็นไปในลักษณะของ "ผลงานและความก้าวหน้าเป็นคนละเรื่องกันถึงแม้จะต้องทำงานด้วยความเจ็บปวดกับอคติของประชาชนที่มีต่อการปฏิบัติหน้าอย่างอดทน อดกลั้นเพียงใดก็ตาม แต่ตำรวจมดงานต่างรู้ดีว่า

หากต้องการความก้าวหน้าจะต้องทำอะไร? ทำอย่างไร? ทำเพื่อใคร?

ที่มา : http://goo.gl/T2inRc


นรต.สุพจน์ มัจฉา
ชั้นปีที่ ๔ ถ่ายเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๒๖ ครับ หล่อมาก

ปฏิบัติหน้าที่เวรอำนวยการชั้นผู้ใหญ่ประจำวันหยุดที่ สภ.แม่จริม (๑๕ กันยายน ๒๕๕๖)

วันนี้วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖ ผมอยู่ปฏิบัติหน้าที่เวรอำนวยการชั้นผู้ใหญ่ประจำวันหยุดที่ สภ.แม่จริมเพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ รวมถึงวินิจสั่งการหรือดำเนินการอื่นๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่วันนี้อยู่ปฏิบัติครบถ้วนทุกคนพร้อมให้บริการพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงแม้ว่าแทบจะไม่มีพี่น้องมาติดต่อราชการเลยก็ตามแต่ตำรวจเราก็ต้องพร้อมเสมอไม่ว่าจะเป็นผู้ทำงานที่สถานีหรือนอกสถานีก็ตาม


ภาพขวามือคือ จ.ส.ต.ภิเชฐ ภูนิคม เจ้าหน้าที่ประจำวันประจำวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ประจำวันนี้ถือเป็นหัวใจอย่างหนึ่งของแต่ละสถานีตำรวจก็ว่าได้เพราะจะต้องลงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันไว้ทั้งหมดทั้งในส่วนของการปฏิบัีติของตำรวจเราและเหตุการณ์ที่พี่น้องมาติดต่อแจ้งความหรือประสานงานเรียกว่าแม้จะไม่มีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้นแต่อย่างน้อยก็จะต้องบันทึกเหตุการณ์ของตำรวจเราไว้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรประมาณนี้

ภาพซ้ายคือคือ ด.ต.อนุวัฒน์ เจดีย์แปง เจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ประจำวันนี้ครับ

ที่แม่จริมนี่เราต้องทำอะไรเองทุกอย่างไม่ว่าจะถูบ้าน กวาดบ้าน ล้างถ้วยล้างชาม หุงหาอาหารทำกับข้าว ทำเองทั้งหมดครับไม่เว้นแม้แต่ซักผ้า ตากผ้าและ...ถ่ายภาพเอง ว้าววว สนุกดี

อยู่แม่จริมทำตัวแบบแม่จริมแล้วจะเจริญ