วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ตำรวจกับวัยรุ่นเกเร (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วิธีการอย่างหนึ่งในการใช้กำหราบวัยรุ่นซ่าๆ หรือเกเรของผมก็คือการนำตัวเข้าวัดเพื่อขอให้พระสงฆ์ท่านใช้ธรรมะเป็นเครื่องกล่อมจิตใจครับ ส่วนใหญ่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ยิ่งหนุ่มคนนั้นด้วยแล้วเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยทีเดียว

"เป็นไงน้อง" ผมทักหนุ่มคนนั้นหลังจากเจอกันอีกที "สุดยอดเลย เดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็ชมนะว่าดีมากๆ ไม่เหมือนแต่ก่อน เอ้อ ว่าแต่หลวงลุงท่านสอนอะไรมั่งล่ะตอนที่พี่พาเข้าวัดน่ะน้องถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้"

"ก็หลายอย่างครับ" น้องเขาตอบ "แต่อย่างหนึ่งหลวงลุงบอกว่าถ้าผมไม่เลิกเกเรจะไม่ยกน้องแตนคนงามซึ่งเป็นลูกสาวหลวงลุงให้แต่งงานกับผมน่ะครับพี่"

โรงพักเฮฮา : ตอน "จับการพนันรายใหญ่" (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

“นี่ฉลอง” ผมพูดกับหัวหน้าสายสืบที่ชื่อ ด.ต.ฉลองศักดิ์ “ไหนโทรศัพท์รายงานผมว่าจับการพนันรายใหญ่ไง แล้วทำไมได้ผู้ต้องหาแค่ ๓ คน”

“รายใหญ่จริงๆ ครับนาย” ด.ต.ฉลองศักดิ์ตอบ “ก็ป้าๆ ทั้ง ๓ คนที่เห็นเนี่ยะตัวยังกะยักษ์ น้ำหนักคนละไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ โล นี่ยังดีนะที่ป้าแต๋วซึ่งหนัก ๒๐๐ โลป่วยเลยไม่ได้มาร่วมวงด้วย ไม่งั้นใหญ่กว่านี้อีก”

มาปรึกษาเรื่องใบสั่ง (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ใกล้เที่ยงวันหนึ่งขณะผมอยู่ที่โรงพัก

“สวัสดีครับพี่” หนุ่มคนหนึ่งอายุคงจะราว ๓๐ แก่ๆ พูดกับผม “ผมขอเอาใบสั่งมาปรึกษาพี่หน่อยครับ”

“สวัสดีครับน้อง” ผมตอบ “ได้เลย มีอะไรจะให้รับใช้บอกได้เลย ตำรวจไทยยินดีเสมอครับ เอ้อ ใบสั่งที่ว่าน่ะตำรวจโรงพักนี้เป็นคนออกหรือเปล่าล่ะ ไหน เอามาให้พี่ดูหน่อยซิ เผื่อมีอะไรช่วยได้ก็จะช่วยๆ กัน”

“ครับพี่” น้องเขาตอบพร้อมหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้ผมดู


สวัสดีวันจันทร์ / ภารกิจต่างๆ ประจำวันนี้ (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้วันจันทร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ สัปดาห์สุดท้ายแห่งเดือนที่ ๒ ในศักราชนี้ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่เดือนที่ ๓ กันแล้วอย่างรวดเร็ว เดี๋ยววัน เดี๋ยวเดือน เดี๋ยวปีที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงหรือหนีพ้นได้

วันนี้ที่โรงพักแม่จริมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเหลืออยู่ทำงาน ๑๓ คนนับตั้งแต่ ผกก.ลงมาเพราะกำลังพลส่วนใหญ่ของเราเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ กทม.ร่วมกับตำรวจ สภ.หรือหน่วยอื่นๆ ประมาณ ๑๐ วัน จะเสร็จสิ้นก็ต้นเดือนมีนาคม พวกเราที่เหลือก็ต้องช่วยงานเพื่อนๆ ที่ไป กทม.คนละไม้คนละมืออย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ไม่มีปัญหาเพราะเราเจอลักษณะนี้มาหลายครั้งจนเกิดความเคยชินแล้ว แต่ละคนที่เหลืออยู่นี้จะรู้หน้าที่ของตนเองว่ามีและจะต้องทำอะไรบ้าง บางคนรับงาน ๒-๓ เรื่องเลยก็มีไม่เว้นแม้แต่นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร โรงพักเล็กๆ ก็งี้แหละ คนน้อยแต่ความรักความสามัคคีของเราสูงมาก พวกเราอยู่กันแบบพี่ๆ น้องๆ อย่างมีความสุข สำหรับภารกิจอื่นๆ วันนี้จะมีอะไรบ้างผมจะนำมาบันทึกหลังจากเสร็จสิ้นครับ

ภาพด้านบนนี้คือสภาพที่พักผ่อนหลับนอนของเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน สภ.แม่จริมที่ที่พัก กทม.(วัดบึงทางหลาง) ช่วงปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ครับ ง่ายๆ สบายๆ ไม่มีปัญหาสำหรับพวกเรา

เวลา ๐๙.๓๐ น. พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.สภ.แม่จริม, พ.ต.ท.นิติกร นันตา สวป.,ร.ต.ต.วีระศักดิ์ อินตานอน รอง สว.(ป.) เข้าร่วมประชุม Video conference กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้อง ศปก.สภ.แม่จริม
เวลา ๒๑.๐๐-๒๔.๐๐ น. ชุดควบคุมฝูงชน สภ.แม่จริมปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจโยธินวัฒนา กทม.

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชุด คฝ.สภ.แม่จริมเดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจที่ กทม. (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำชุดควบคุมฝูงชน (คฝ. สภ.แม่จริมจำนวน ๒๒ นายเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่กรุงเทพมหานครร่วมกับชุด คฝ.สภ.อื่นของ ภ.จว.น่านและ คฝ.จาก ภ.จว.อื่น โดยการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้จะเสร็จสิ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗

ขอให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครั้งนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถและเดินทางกลับที่ตั้งโดยสวัสดิภาพนะครับ

<< ภาพทั้งหมด >>

๖ ปีแห่งการบันทึกข้อมูลในโลกไซเบอร์ (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้ครบ ๖ ปีเต็มที่ผมนำข้อมูลเรื่องราวต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานหรือการปฏิบัติืหน้าที่ประจำวันทั้งของผมและหน่วยงานที่ผมสังกัดอยู่ลงเผยแพร่ทางโลกไซเบอร์โดยตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็บันทึกติดต่อกันตลอดเรื่อยมา ทำให้ทั้งตัวเองและพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบว่าแต่ละวัน แต่ละช่วงได้ทำอะไรลงไปบ้าง เรื่องราวรายละเอียดเป็นอย่างไรโดยมีภาพประกอบด้วยเสมอ เห็นแล้วก็ดีใจครับ เอ้อ เรานี่ก็เป็นคนทำงานคนหนึ่งเหมือนกันนี่นา สำหรับภาพด้านล่างนี้คือบันทึกแรกของผมที่พูดถึงซึ่งบันทึกเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ครับ

เรื่องราวการทำงานต่างๆ ลักษณะนี้ผมจะยังคงบันทึกไว้ตลอดไป

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนะครับ
(ตัวเลข ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๒๐ น.)

โรงพักเฮฮา : ตอน "ถูกคนใบ้หลอก" (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้วันอาทิตย์แรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พระพุทธศักราช ๒๕๕๗ วันหยุดสำหรับพี่น้องหลายๆ ท่านรวมถึงผมด่้วย ขอให้มีความสุขกันเยอะๆ นะครับ

ก่อนจะบันทึกเรื่องราวต่างๆ ประจำวัน (ถ้ามี) ลงไปในบล็อกก็ขออนุญาตนำเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นที่โรงพักมาเล่ามาบอกพี่น้องกันก่อนหน่อยโดยเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า "ถูกคนใบ้หลอก"

สายๆ วันหนึ่งช่วงที่ผมเดินทางไปถึงโรงพักเห็นคนเต็มห้องสอบสวนไปหมด คะเนด้วยสายตาน่าจะมากกว่า ๒๐ คนจึงเข้าไปถามนายร้อยเวรก็ได้ความว่าพี่น้องที่เห็นเนี่ยะถูกคนใบ้หลอก

“โอ้ว!!! คนใบ้ พูดก็ไม่ได้ ได้ยินก็ไม่ได้ยินยังมีความสามารถหลอกคนอื่นได้อีกเหรอ” ผมรำพึงรำพันในใจ

อีกแป๊บหนึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจนำชายคนหนึ่งอายุน่าจะมากกว่า ๗๐ ปีเข้ามาโดยบอกว่าคือคนใบ้คนนั้น ผมจึงถามโดยทำไม้ทำมือประมาณว่าลุงไปหลอกเขาเหรอ แล้วหลอกเขาทำไม

“ลุงไม่ได้หลอกเขานะพี่จ่า” (จ่าอีกแล้ว) ลุงแกตอบผมเสียงดังลั่นห้องสอบสวน เอ๊ย...คนใบ้ทำไมพูดได้ล่ะเนี่ยะ “ลุงแค่บอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าเลขเด็ดงวดนี้ให้ดูหน้าลุงนี่ แล้วคนพวกนี้ก็เอาไปคิดไปนึกเลขกันเองว่าลุงอายุ ๗๗ เลขเด็ดต้อง ๗๗ แน่ๆ ผลสุดท้ายออก ๐๐ จริงๆ น่ะลุงเพียงแค่ใบ้ให้ว่า “หน้าตาอย่าลุงเนี่ยะเรอะเชื่อถือไม่ได้หรอกลูกหลานเอ๋ย เฮ้อ เวรกรรมจริงๆ”

เรื่องสนุกๆ บนโรงพักยังมีอีกเป็นกระตั้กครับพี่น้องที่รัก ว่างๆ ผมจะนำมาเล่าให้ฟังกันใหม่ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ว่าง เพราะมีคำสั่งด่วนให้ต้องปฏิบัติ.....อย่างภาพนี้

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาหารเย็นที่บ้านคุณยาย (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

เย็นนี้มาทำกับข้าวกินที่บ้านคุณยาย มื้อนี้เป็นอะไรไม่รู้เหมือนกันแต่เห็นว่ามันคงจะอร่อยก็เลยแย่งคุณยายทำซะเลย

ตามปกติช่วงเย็นนี่ค่ากับข้าวกับปลาอย่างน้อยก็ ๓๐ บาทเป็นอย่างต่ำ แต่วันนี้ไม่ต้องจ่ายเพราะขับรถจากพะเยามาทานบ้านคุณยายที่เจียงฮาย คุณยายใจดีเป็นเจ้าภาพให้

ยุคประหยัดก็งี้แหละ อันไหนประหยัดได้ก็ทำไปเถอะ พี่น้องว่าไหม

ค่ำนี้หลังจากทานอาหาร(ฟรี) ที่บ้านคุณยายเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับพะเยาโดยถึงเมื่อเวลาราวๆ ๒๑.๐๐ น.ครับ

ถามจริงพี่อู๊ดเป็นอะไรน่ะ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

เพื่อนๆ หลายคนในเฟสบุ๊คโพสต์มาหาผมทางช่องข้อความประมาณนี้ครับ

“พี่อู๊ดคะ ตอนหลังๆ เนี่ยะ พี่อู๊ดรู้สึกจะเพี้ยนๆ บ๊องๆ บ้าๆ บวมๆ ไปแล้วนะคะ (แต่ก็น่ารักดีค่ะ) ถามจริงๆ เหอะพี่อู๊ดเป็นอะไรน่ะ”

อ๋อ ง่ายๆ ครับ ตอบเลยไม่ต้องคิดมากเพราะคำตอบอยู่ในหัวอยู่แล้ว “พี่อู๊ดเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่จริม ณ น่านน่ะสิครับผม”

สภ.แม่จริมเปิดการอบรมตามโครงการ ชมส.บ้านห้วยกอม ตำบลน้ำปาย (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.สภ.แม่จริมเดินทางไปเป็นประธานการเปิดการอบรมตามโครงการชุมชนสัมพันธ์ของ สภ.แม่จริมที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านห้วยกอม หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำปาย โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำชุดและพี่น้องประชาชนบ้านห้วยกอมเข้าร่วมประมาณ ๗๐ คน

บ้านห้วยกอมเป็น ๑ ใน ๕ หมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการชุมชนสัมพันธ์ของ สภ.แม่จริมที่ดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นี้

<< ภาพทั้งหมด >>

สวัสดีวันพระ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

อธมฺโม จ วินาโส ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ 

พระพุทธองค์ ท่านทรงตรัสรู้ เป็นสัพพัญญูตรัสสอนความจริงว่าธรรมมะย่อมชนะทุกสิ่งเป็นที่พึ่งพิงแก่ผู้ประพฤติชอบธรรม

อำนาจใดใดก็ตามย่อมถึงความพินาศ ถ้าขาดธรรมะประจำ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า เราต่างเกิดมาใช้กรรม จงอยู่ในศีลในธรรม คิดทำแต่กรรมที่ดี
อะนิจจา วะตะสังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน
อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโข


สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีการเกิดขึ้นแล้ว
ย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป

ความเข้าไประงับแห่งสังขารนี้ ย่อมเป็นสุข

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ราตรีสวัสดิ์ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)


ถึงบ้านที่พะเยาเย็นนี้...ไม่น่าเชื่อครับ..หิมะตก (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

กลับมาถึงบ้านพะเยาวันนี้แทบไม่น่าเชื่อครับ...หิมะตก ตกมากซะด้วยแล้วก็ตกติดต่อกันมาตั้งหลายวันแล้ว เดินทางไปไหนมาไหนลำบ๊ากลำบาก เฮ้อ แย่จัง

ขอส่งกำลังใจจากบ้านพะเยาไปยังพี่น้องที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังเผชิญกับหิมะตอนนี้ด้วยนะครับ


สวัสดีวันศุกร์ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)


วันนี้วันศุกร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ วันทำงานวันสุดท้ายในสัปดาห์นี้ของหลายๆ ท่านก่อนที่จะได้หยุดพักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์นี้ แต่ตำรวจเราไม่ว่าจะเป็นวันไหน เวลาใดไม่มีหยุดครับ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงของทุกวัน มีอะไรจะให้พวกเรารับใช้เชิญได้นะครับ

คลายเครียดกันหน่อยก่อนทำงาน

ณ ห้องสอบสวนที่โรงพักแห่งหนึ่ง นายร้อยเวรหนุ่มนำตัวผู้ต้องหามาเพื่อสอบปากคำ

ผู้ต้องหา "ผู้หมวดชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เกิดวันเดือนปีไหน ภูมิลำเนาอยู่ที่ใด พ่อแม่ชื่ออะไร จบการศึกษามาจากที่ไหนและมาอยู่โรงพักนี้ตั้งแต่เมื่อไร"
ร้อยเวร : !!!!!!

เวลา ๐๘.๐๐ น. ร.ต.ต.โกศล ปวงจันต๊ะ รอง สวป.สภ.แม่จริมนำเจ้าหน้าที่สายตรวจเคารพธงชาติ กล่าวคำปฏิญาณตน อุดมคติตำรวจและชี้แจงภารกิจการปฏิบัติประจำวันให้ทราบก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ณ หน้าอาคารที่ทำการสถานี


เวลา ๐๘.๓๐-๑๐.๓๐ น.ร.ต.ต.โกศล ปวงจันต๊ะ รอง สวป.สภ.แม่จริม ร.ต.ต.ราเชนท์ คำแปงตัน รอง สว.จร.ฯ พร้อม จนท.จราจรและสายตรวจรถยนต์ตั้งจุดตรวจตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมายและกวดขันวินัยจราจรทึ่จุดตรวจนาเซีย ต.หมอเมือง ผลการปฏิบัตตรวจค้นรถยนต์ ๖ คัน รถจักรยานยนต์ ๓ คัน ไม่พบการกระทำความผิด และเปรียบเทียบปรับตาม พรบ.จราจรข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย ๒ ราย
เวลา ๑๓.๔๕ น. พ.ต.ท.อรุณสวัสดิ์ ยอดกระโทก รอง ผกก.ป.สภ.แม่จริม เข้าประชุม Video conference เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัย ณ ห้อง ศปก.สภ.แม่จริม





อนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ร.ต.ต.กฤษณัฏฐ์ คำแปงตัน รอง สว.(ป.) สภ.แม่จริม หัวหน้าชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ (ชมส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายจราจรแก่นักศึกษา กศน.อำเภอแม่จริม ณ ศูนย์ กศน.อำเภอฯ

<< ภาพทั้งหมดในส่วนนี้ >>

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ปฏิรูปตำรวจ(อีกแล้วหรือนี่)! : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

การปฏิรูประบบงานตำรวจจะล้มเหลวเพราะแรงต้านการเปลี่ยนแปลงมีมากเหลือเกินในวงการตำรวจไทย คือความเห็นที่เสนอต่อผู้บริหารในรายงานวิจัยของ ดร.นพ.ประยงค์ เต็มชวาลา และคณะ ที่ได้รับทุนอุดหนุนจากคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ สอดคล้องกับข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ ของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร โดยเล่าถึงความหลังเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดยมีความสำคัญตอนหนึ่งว่า “...อันที่จริงในอดีตรัฐบาลหลายชุดได้มีการยอมรับความสำคัญของการปฏิรูปตำรวจ และมีความพยายามที่จะปฏิรูปตำรวจมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีผู้คัดค้านต่อต้านเสมอมา ผู้คัดค้านต่อต้านนั้น ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงซึ่งสมคบกับนักการเมือง...

อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า "...ความต้องการของ กปปส.ต้องการที่จะให้ตำรวจพ้นจากการบังคับบัญชาของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างในปัจจุบัน และให้ตำรวจเป็นตำรวจท้องถิ่นหรือส่วนภูมิภาค โดยให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนเป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของตำรวจนั้น ไม่ต่างจากแนวความคิดในการปฏิรูปตำรวจในอดีตที่ท่านวสิษฐเชื่อว่าจะมีอุปสรรคอย่างเดียวกันและไม่น้อยกว่าที่แล้วมา เนื่องด้วยนักการเมืองไทยยังต้องการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสูงสุด เพราะหากนักการเมืองควบคุมผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เพียงคนเดียวก็เท่ากับว่าได้ตำรวจทั้งประเทศไว้ในเงื้อมมือ อีกทั้งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจอื่นๆ ก็พอใจที่จะมีอำนาจควบคุมและสั่งการตำรวจได้ทั้งประเทศเช่นเดียวกัน"!!

ตัวอย่างข้างต้นแสดงความคิดเห็นของบุคคล ๒ คน (๒ คณะทำงาน) ที่ได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่นำเสนอความเห็นเชิงวิชาการเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประธานคณะแรกที่กล่าวถึงเป็นหมอ ประธานคณะที่สองเป็นอดีตตำรวจ แต่ความเห็นของทั้งสองคณะไม่ได้รับการยอมรับดังที่อ้างถึงจริงหรือที่ว่า การต่อต้านข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจที่ผ่านมาเป็นเพียงกลุ่มตำรวจระดับสูง? (ที่สมคบกับนักการเมือง)? ตำรวจอยากให้เกิดการปฏิรูปองค์กรตำรวจหรือไม่? และทิศทางควรเป็นอย่างไร?

การคิดที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทและภารกิจที่มีความสำคัญอย่างมากในสังคมไทยนั้น มิใช่เป็นเรื่องที่จะคิด หรือจะสรุปโดยมิได้คำนึงถึงบริบทสังคมวัฒนธรรมไทย และบริบททางการเมืองไทยที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับธรรมชาติงานตำรวจ สิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับตำรวจไทยในทุกมิติที่เกี่ยวพันกับการปฏิบัติงานของพวกเขาเหล่านั้นด้วย

ถึงแม้ว่าองค์กรตำรวจจะเปิดพื้นที่ให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์รับรู้ผลการปฏิบัติงานของตำรวจมากกว่าองค์กรใดๆ ก็ตาม แต่ด้วยข้อจำกัดของวิถีชีวิตวัฒนธรรมและการเมืองไทย รวมถึงข้อจำกัดของทรัพยากรในการบริหารงานต่างๆ ส่งผลให้วิถีการทำงานของตำรวจไทยมีลักษณะเฉพาะที่ยากแก่การอธิบายเหตุผลที่มาของการกระทำหน้าที่บางประการให้สังคมเข้าใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้ "การมององค์กรตำรวจด้วยสายตาคนนอกอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นความจริงและเป็นที่มาของเสียงจากเหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจ ที่ตั้งคำถามว่า "ก่อนที่คิดจะมาปฏิรูปองค์กรตำรวจของพวกผมน่ะ พวกคุณแน่ใจรึเปล่าว่าพวกคุณรู้จักและเข้าใจพวกผมดีแล้ว?”

มิใช่ว่าตำรวจจะไม่อยากปฏิรูปองค์กร มิใช่ว่าตำรวจจะไม่รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายในองค์กรของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการบริหารงานบุคคล ตำรวจส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ระบบผลตอบแทนในการทำงานของตำรวจเป็นระบบที่ล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนด้านตัวเงิน สวัสดิการหรือความก้าวหน้าในการทำงาน เพียงแต่ตำรวจได้ฝากเสียงสะท้อนถึงนักวิชาการทั้งหลายว่า หลายคนที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่ชอบทำรู้ดีเรื่องตำรวจ พูดไม่ถูกยิ่งทำให้ตำรวจยิ่งน้อยใจใหญ่ อย่างเช่น ตำรวจหิวข้าว แต่เขาบอกว่าตำรวจอยากจะไปเที่ยว ซึ่งคนละเรื่องเลย ชอบพูดเรื่องตำรวจกัน แต่ไม่รู้เรื่องตำรวจ คิดเองเออเองเสียงของตำรวจระดับไพร่พลที่พูดถึงนักวิชาการหรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่พูดถึงตำรวจและการปฏิรูปตำรวจ

แม้กระทั่งข้อเขียนของท่านวสิษฐที่ว่า “...เสียงเรียกร้องที่จะให้มีการปฏิรูปตำรวจในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการที่ตำรวจถูกนำมาใช้เพื่อปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและจากการที่ตำรวจขัดขวางการชุมนุมและสนับสนุนคนเสื้อแดง (ซึ่งสนับสนุนรัฐบาล) อย่างเปิดเผย...ก็สะท้อนให้เห็นว่า ยังไม่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในฐานะคนใน (Insider View) อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นอดีตตำรวจก็ตาม และหากท่านอดีตตำรวจเห็นด้วยกับข้อสรุปที่ได้หยิบยกมานี้ และนำไปสู่เหตุผลในเป้าหมายของการปฏิรูปองค์กรตำรวจด้วยแล้ว ก็ยิ่งนับได้ว่าเป็นความคิดที่ผิดพลาดตั้งแต่เริ่มคิด!!

มิใช่เห็นต่างว่า...การปฏิรูปตำรวจเป็นสิ่งจำเป็น เพียงแต่เห็นเช่นเดียวกับไพร่พลตำรวจทั้งหลายที่ว่า จงทำความเข้าใจตำรวจไทยให้ชัดเสียก่อนที่จะคิดปฏิรูปตำรวจ...เพราะถึงแม้ว่าองค์กรตำรวจจะไม่ก้าวหน้าอย่างที่ตำรวจทั้งองค์กรใฝ่ฝันถึงระบบคุณธรรมในการทำงาน (ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว) ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือในโลกของตำรวจ? แต่ก็อย่าให้ถึงกับถอยหลังเข้าคลอง อย่างข้อเสนอบางประการที่ฟังแล้วน่าตกใจมากกว่าดีใจ...จนชวนให้สงสัยว่า คนที่คิด...คิดได้ไง??

มาถึงวันนี้ที่คิดจะปฏิรูปตำรวจน่ะ ได้ถามตำรวจเขาหรือยังว่า เขาอยากจะเป็นอย่างไร? ถ้าถามแล้วมีคำตอบตรงกันก็คงจะไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ตรงกัน คงต้องอภิปรายหาข้อสรุปที่สามารถทำให้ตำรวจทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจะดีกว่ามาคิดเอาเองดีกว่ามั้ย!!

ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่จริม (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.ผมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่จริม ณ ห้องสืบสวนตามภารกิจปฏิบัติประจำ

สาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้มีดังนี้
๑. ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนรายงานผลการดำเนินการในหน้าที่ของตนเองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ที่ประชุมทราบ
๒. ผลการปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
๓. อุปสรรค ปัญหา ข้อขัดข้องและแนวทางการแก้ไข
๔. สิ่งที่จะต้องดำเนินการในรอบสัปดาห์ต่อไป
๕. สรุปแนววิธีการดำเนินการ ข้อข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้งานในหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมบูรณ์
เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๒๐ น.

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เย็นนี้ที่แม่จริม (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

สามารถ ล้อเหล็ก,พุฒิ พยัคฆ์อรุณ,เขาทราย ป.ประมุขหรือแม้แต่นักมวยแชมป์โลกคนไหนก็เถอะถ้าเจอสุพจน์น้อย คนน่ารักคนนี้แล้วละก็รับรองมีหนาว ๕๕๕

ก่อนนอนคืนนี้ขอปิดท้ายด้วยเรื่องยาวครับ

“ยาว” เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงลักษณะของสิ่งใดๆ มีกำหนดระยะจากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่งที่ขยายออกไปไม่ได้แล้ว เช่น ถนนยาว ๓๐ กิโลเมตร เชือกยาว ๒ เมตร หรือลักษณะส่วนหนึ่งของสิ่งใดๆ มีกําหนดระยะยืดหรือยื่นเป็นเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปถึงอีกจุดหนึ่ง (ที่มา : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

ราตรีสวัสดิ์

วันนี้คงไม่ได้เยี่ยมซะแล้วละครับ (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

เที่ยงวันกะอีกนิดๆ สาว(เหลือ)น้อยคนหนึ่งไปหาผมที่โรงพัก

"สวัสดีค้าาาาท่านผู้กำกับ" เธอพูด (ว้าว!! คราวนี้ผมเป็น ผกก.แล้ว) "อิฮั้นจะมาขอเยี่ยมผู้ต้องหาหน่อยค้าาา"

"ด้วยความยินดีครับคุณพี่คนงาม" ผมตอบ "แต่วันนี้คงจะเยี่ยมไม่ได้ซะแล้วละคร้าบบบบ" 

"ทำไมอิฮั้นจะเยี่ยมไม่ได้ค้าาาา" เธอพูดพร้อมมองค้อนผม "ก็ระเบียบตำรวจเขาให้เยี่ยมได้เวลา ๐๗.๐๐-๐๘.๐๐ , ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ , ๑๖.๐๐-๑๗.๐๐ น. แล้วอิฮั้นมาตอนเที่ยงกะอีก ๙ นาทีตามเวลาเด๊ะๆ ทำไมเยี่ยมไม่ได้ค้าาาท่านผู้กำกับ"

"ก็..." ผมตอบ "ก็...วันนี้ที่โรงพักนี้ไม่มีผู้ต้องหานี่คร้าบบบบบ สงสัยคุณพี่มาผิดโรงพักแล้วละ"

พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ตลาดแม่จริม (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้ช่วงพักกลางวันหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วผมใช้เวลาว่างๆ นี้ออกพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ตลาดแม่จริมตามนโยบายปรับทุกข์ผูกมิตรของ สภ.

สถานที่ที่ผมออกไปพบปะมีอยู่ ๒ แห่งครับคือที่ตลาดแม่จริมซึ่งเป็นตลาดเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ โรงพักที่พอจะมีพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประช่าชนมาจับจ่ายใช้สอยหาซืั้อของกันอยู่บ้างประปรายตามสภาพของเมืองเล็กๆ เช่นแม่จริมของเรา อีกสถานที่หนึ่งก็คือรอบๆ ตลาดนั่นแหละซึ่งพี่น้องส่วนหนึ่งีรอรถโดยสารเพื่อเดินทางกลับบ้านจึงใช้เวลาช่วงนี้พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ สัพเพเหระต่างๆ กับพี่น้องเหล่านั้น


โครงการ "ปรับทุกข์ผูกมิตร" นั้นได้ดำเนินการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาตลอดเสมอมาซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างหรือผูกมิตรไมตรีระหว่างพี่น้องประชาชนกับตำรวจเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยออกไปเยี่ยมไปเยียนญาติพี่น้องของเราพร้อมทั้งนำความรู้ความเข้าใจที่พี่น้องประชาชนสมควรจะได้รับรู้รับทราบเพื่อป้องกันตนเองจากปัญหาอาชญากรรม,ยาเสพติดให้โทษ รวมถึงการแจ้งเบาะแสข่าวสารข้อมูลที่พี่น้องทราบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ


นอกจากพบปะพูดคุยกันฉันท์มิตรหรือญาติสนิทแล้วยังได้ใช้โอกาสนี้ให้คำแนะนำความรู้เบื้องต้นที่น่าจะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องอีกส่วนหนึ่งด้วยดังนี้
๑. การสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย
๒. คำแนะนำในการไปติดต่อราชการที่สถานีตำรวจ
๓. การแจ้งความในกรณีต่างๆ พร้อมหลักฐานที่น้องควรจะนำไปประกอบ
๔. การแจ้งข้อมูลเบาะแสของคนร้ายหรืิอเหตุต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่รับทราบ
เป็นต้น

ผมใช้เวลาพบปะพี่น้องครั้งนี้จนถึงเวลาประมาณ ๑๒.๕๕ น.จึงเดินทางกลับ << ภาพทั้งหมด >>

ร่วมประชุม Video conference (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. ผมพร้อมด้วย ร.ต.ต.โยธิน วงค์ศรีรักษ์ รอง สวป.สภ.แม่จริม/เจ้าหน้าที่เวร ศปก.ฯ วันนี้เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video conference) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานตำรวจต่างๆ ณ ห้อง ศปก.สภ.แม่จริมโดยการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธาน
การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยหน่วยงานระดับกองบัญชาการต่างๆ รายงานข้อมูลที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ผ่านมาให้ที่ประชุมทราบเสร็จแล้วประธานมอบหมายภารกิจและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่แก่หน่วยต่างๆ โดยการประชุมในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสร็จสิ้นเมื่อเวลา ๐๙.๑๖ น.
ต่อจากนั้นเป็นการประชุมในส่วนของตำรวจภูธรภาค ๕ โดย พล.ต.ต.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสสร์ รอง ผบช.ภ.๕ เป็นประธาน ซึ่งการประชุมในส่วนนี้เสร็จสิ้นเวลา ๐๙.๓๒ น.


หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมในส่วนของตำรวจภูธรภาค ๕ แล้วเป็นการประชุมในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดน่านต่อโดย ว่าที่ พ.ต.อ.สุรสิทธิ์ ชาวนา ผกก.ฝก.ภ.จว.น่านเป็นประธาน

การประชุมวันนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลา ๐๙.๓๘ น.