วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาหารเย็นเย็นนี้ (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

กับข้าวห้าสิบบาท จากตลาดแม่จริม
แค่นี้ก็กินอิ่ม เจริญกายสบายอุรา
ชีวิตของคนเรา จะไปเอาไรนักหนา
กินเพื่อต่อชีวา เป็นครั้งคราก็น่าพอ
จะโลภโมโทสัน ทำไมกันนั่นล่ะหนอ
ความตายไงยืนรอ และไม่ง้อใครสักคน
เมื่อยามตัวเรายัง ควรจะตั้งทางกุศล
ยากดีมีหรือจน ก็ไม่พ้นซึ่งความตาย
กับข้าวห้าสิบบาท กับหมื่นบาทกินอิ่มไหม
หมื่นบาทเหลือเผื่อใคร ถ้าไม่ใช่... (เติมเอาเอง)


รู้ไหม ผมลูกใคร (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

"อ้ายลุงดาบรู้ไหม ผมลูกใคร" หนุ่มคนหนึ่งอายุราว ๒๓-๒๔ ถามผม
"เอ้อ..." ผมพูด "...เท่าที่พอจะรู้มานะหลวงตา...เคยเอาน้องซึ่งถูกทิ้งไว้หน้าวัดไปเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด ก็คงจะมีแค่หลวงตาองค์เดียวเท่านั้นที่น่าจะรู้ แต่เสียดายที่ท่านมรณภาพไปแล้ว"
"เฮ้อ..." เจ้าหนุ่มถอนหายใจพร้อมทำหน้าเศร้าสร้อย "...แล้วชาตินี้ผมจะรู้ไหมครับเนี่ยว่าผมลูกใคร ผมอยากเจอพ่อเจอแม่ผมครับ ฮือๆๆ"

งานสุดท้ายของนายครับ (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

"นายครับ..." เจ้าหน้าที่คนหนึ่งชิดเท้ายืนตรงแสดงความเคารพผมพร้อมพูดและยื่นแฟ้มเอกสารมาให้ "...งานนี้เป็นงานสุดท้ายของนายครับ"
"งานสุดท้าย..." ผมพูดเบาๆ พร้อมมองหน้าเจ้าหน้าที่แบบไม่เข้าใจ "...อะไรกันสูเขา นี่แช่งกันเลยหรือนี่ โฮะ อย่างอ้ายน่ะอายุยืนเป็นร้อยนั่น ไม่ตายง่ายๆ หรอก ฮ่ะๆ"
"บ่าใจ้จะอั๊น (ไม่ใช่แบบนั้น) ครับนาย..." เจ้าหน้าที่ตอบพร้อมมองหน้าผมแบบไม่เข้าใจอีกคน "...ก็เมื่อตะกี๊น่ะนายแจ้งวิทยุว่าใครมีงานหื้อรีบเอามาเสนอเพราะนายมีธุระจะไปข้างนอก ของคนอื่นน่ะบ่มี มีแต่ของผมเหลืออยู่งานเดียวซึ่งเป็นงานสุดท้ายที่นายจะเซ็นในวันนี้ต่างหากครับ"


รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

"อ้ายอู๊ดเจ๊า..." สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งถามผม "...อ้ายอู๊ดใค่ (อยาก) เป็นต๋ำหนวดรถไฟก่อเจ๊า"
"อยากเป็นซิ่น้อง..." ผมตอบยิ้มๆ "...แล้วก็อยากขับเรือเมล์กับเล่นลิเกเป็นด้วยนะ ฮ่ะๆๆๆ"
"ปอๆ (พอๆ) ..." สาวสวยพูดพร้อมมองค้อนผม "...บ่ต้องแล้วอ้าย มอก(แค่)อ้ายอู๊ดเป็นต๋ำหนวดโฮงพักอย่างเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว นี่ถ้าอ้ายเป็นตำรวจรถไฟพร้อมเล่นลิเกและขับเรือเมล์ไปตวยมันจะปานใด ปอๆ ปอแล้วเจ๊า ฮึ" 


หายไปไหนมาจ้าดเมิน (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

"สวัสดีครับอ้ายลุงดาบ..." ลุงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักผมที่โรงพักเมื่อตะกี๊ "...อ้ายลุงดาบเพิ่งมายะการก๊ะ บ่หันจ้าดเมินแล้ว (ไม่เห็นตั้งนานแล้ว)
"ผมมาทำงานได้เป็นเดือนแล้วครับลุง..." ผมตอบ "...ลุงต่างหากที่ผมบ่หันจ้าดเมิน ลุงไปอยู่ไหนมาล่ะ"
"แฮ่ะๆ..." ลุงหัวเราะ "...ลุงไปติดคอก (ติดคุก) มาน่ะอ้ายลุงดาบ ตอนนี้ได้รับการพักโทษก็เลยมารายงานตัวตามระเบียบน่ะ แฮ่ะๆ" พร้อมกับยื่นหนังสือบุคคลผู้ได้รับการพักโทษให้ผม

............
เงื่อนไขของผู้พักการลงโทษมี 8 ข้อ มีดังนี้
1. จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ
2. ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพย์ติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก
4. ประกอบอาชีพโดยสุจริต
5. ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา
6. ห้ามพกพาอาวุธ
7. ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ
8. ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

บ่ายวันนี้ที่แม่จริม (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

ทำงานในห้องแอร์ จนชื้นแฉะไปด้วยเหงื่อ
หน้าเข้มเค็มรสเกลือ ที่ไหลเหลือสุดประมาณ
คับที่น่ะอยู่ง่าย แต่คับใจอยู่ยากท่าน
นี่แหละโรงพักฉัน ซึ่งชื่อนั้น “แม่จริม”


แปดนาฬิกายืนตรงเคารพธงชาติ (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

ภารกิจการปฏิบัติประจำวันนี้มีดังนี้ 
๑) ให้..... ๒) ให้.... ๓) ให้.... ๔) ให้.... ฯลฯ ๑๒๗) ให้....
ทุกคนทราบ .... “ทราบ”
ดีมาก , ออกปฏิบัติหน้าที่ได้ , ทั้งหมดแถว...ตรง , เลิกแถว

โรงพักเฮฮา : ตอน "ภาษาไทยใช้ให้ถูก" (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

เรื่องการเขียนหนังสือหรือใช้ภาษาไทยนี่เจ้าหน้าที่ที่อยู่กับผมเขาจะรู้ดีว่าผมเคร่งครัดมาก เขียนผิดมาแม้แต่ตัวเดียวผมจะไม่ให้ผ่านเด็ดขาดต้องเอาไปแก้ไขให้ถูกต้องก่อนผมถึงจะเซ็นจนเจ้าหน้าที่เขาต้องตรวจแล้วตรวจอีก ดูแล้วดูอีกซึ่งบางคนก็เอาไปให้รุ่นพี่ๆ ตรวจอีกชั้นหนึ่งก่อนถึงค่อยเอามาเสนอผม
"เอ๊า...ก็ไหนบอกว่าตรวจดีแล้วไง ทำไมถึงผิดอีก" ผมท้วงน้องเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
"เอ้อ..." เจ้าหน้าที่คนนั้นซึ่งเป็นคนเมือง (คนเหนือ) ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่แทบทุกวินาทีจะไม่พูดคำอื่นเลยนอกจากคำเมืองตอบผมแบบอึกๆ อักๆ "...มีผิดแหมก๊ะ(อีกหรือ)ครับ ก่อนเอามาเสนอนายเนี่ยะผมก็เอาไปหื้อลุงดาบต๋องตรวจแล้วลุงดาบต๋องก็บอกว่าบ่มีผิดครับ เอ้อ บ่ฮู้ว่าผิดตรงไหนครับ"
"นี่ไง" ผมชี้ข้อความที่ว่าผิดให้เจ้าหน้าที่ดู
"เชียก..." เจ้าหน้าที่อ่านข้อความที่ว่า "...เอ๊ นายครับ "เชียก"นี่ผมก็เขียนถูกบ่าใจ้ก๊ะครับ สระเอ ช ช้าง สระอี ย ยักษ์ ก ไก่ เชียก"
"แม่น..." ผมตอบเป็นคำเมือง "...เชียกน่ะคนบ้านเฮาเปิ้นฮ้อง(เรียก)กั๋น แต่เวลาเขียนเป็นภาษาราชการน่ะต้องใช้ "เชือก" ถึงจะถูก ไป เอา"เชียก"ไปแก้ไขซะ ขะใจ๋ (เร็วๆ)"

โรงพักเฮฮา : ตอน "วันๆ เอาแต่เล่นเฟสเล่นไลน์" (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

"วันๆ เอาแต่เล่นเฟสเล่นเฟส งานการไม่ยอมทำ แบบนี้มันใช้ได้ซะที่ไหนฮึอ้ายลุงดาบ..." สาวคนหนึ่งพูดกับผม "...มันก็ต้องสั่งต้องสอนกันบ้างซิ่" แล้วมองหน้าสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งหน้าตาเหมือนโดนซ้อมมายังไงยังงั้น 
"คุณก็เหมือนกัน..." คราวนี้สามีสวนขึ้นมั่ง "...วันๆ เอาแต่เล่นไลน์เล่นไลน์ งานการไม่ยอมทำ" เสร็จแล้วทำท่าจะทะเลาะกันอีกจนผมต้องหย่าศึก
"เอาละๆ ผมว่างี้ดีกว่า..," ผมพูด "...ฝ่ายสามีก็ควรหยุดเล่นเฟส ฝ่ายภรรยาก็ควรหยุดเล่นไลน์ซักพักแล้ว..."
"ว้าววว ขอบคุณครับ/ขอบคุณเจ๊าอ้ายลุงดาบ..." สามีภรรยาพูดขึ้นมาแทบจะพร้อมกันโดยที่ผมยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ 
"ถ้ายังงั้นผมจะหันไปเล่นไลน์" สามีพูด "ส่วนข้าเจ๊าก็จะหันไปเล่นเฟสแทน เย้ ขอบคุณครับ/ขอบคุณเจ๊าสำหรับคำแนะนำดีๆ แบบนี้"

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ผู้หมวดจอมไกล่เกลี่ย (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“ขอบคุณมากนะ แหม สุดยอดจริงๆ...” ผมพูดขอบคุณผู้หมวดซึ่งเลื่อนไหลจาก ด.ต.อายุ ๕๓ ปีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม (ซึ่งถือว่ายังไม่แก่ (ฮ่ะๆ)) ที่ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องผัวเมียที่มาโรงพักจนผัวเมียคู่ที่ว่านี้เดินยิ้มกอดคอกันออกจากโรงพักไปอย่าง Happy Ending. “...เอ้อ ว่าแต่ว่าหมวดเนี่ยะเท่าที่ผมรู้มาจนกระทั่งอายุขนาดนี้ก็ไม่เคยมีครอบครัวลูกเมียกะเขา แล้วทำไมการไกล่เกลี่ยเรื่องผัวๆ เมียๆ นี่ถึงเก่งจัง”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับท่านรอง...” ผู้หมวดตอบ “...ผมก็แค่จินตนาการเอาว่าการเป็นผัวเมียที่ดีจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ สิ่งนี้ควรทำไม่ควรทำ เนี่ยะ ถ้าผมมีเมียนะผมว่ายังไง้ยังไงผมก็คงไกล่เกลี่ยแบบนี้ให้ไม่ได้หรอก ตัวเองจะเอาตัวเองรอดรึเปล่ายังไม่รู้ ฮ่ะๆๆๆ” 
ทำงานต่อนะครับ

“เรื่องนี้ผมไม่มีอำนาจอนุมัติครับป้า (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“เรื่องนี้ผมไม่มีอำนาจอนุมัติครับป้า...” ผมพูดกับป้าแก้วตอนที่มาขอประกันตัวเรื่องเล่นการพนันกะเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันจำนวน ๔ คน “...งั้นป้ารอเดี๋ยวนะครับ ผมจะนำเสนอผู้กำกับซึ่งมีอำนาจอนุมัติให้”
“โฮะ...” ป้าพูดพร้อมกับทำท่าทางแปลกใจ “...ก็ ก็อ้ายลุงดาบอู๊ดน่ะเฒ่า (แก่) ที่สุดในระดับนายๆ ของโฮงพัก เฒ่ากว่าผู้กำกับด้วยซ้ำ จะใดบ่มีอำนาจ เปิ้นบ่าใจ้ (ไม่ใช่) ดูที่คนไหนเฒ่าที่สุดแล้วคนนั้นมีอำนาจอนุมัติก๊ะ(หรือ) เหอๆๆๆ”
ฮึ ป้าแกเล่นพูดแบบนี้เราจะเสนอผู้กำกับให้ดีไหมเนี่ย??? ๕๕๕

หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหา
๑) ความหนกเบาของข้อหา 
๒) พยานหลักฐานที่นำมาสืบแล้วมีเพียงใด 

๓) พฤติการณ์ต่าง ๆ ในคดีเป็นอย่างไร 
๔) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันมีความน่าเชื่อถือเพียงใด 
๕) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ 
๖) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยตัวชั่วคราวมีหรือไม่เพียงใด


หลักประกันผู้ต้องหามีดังนี้ 
๑) เงินสด 
๒) หลักทรัพย์อื่น ๆ เช่น โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) ซึ่งพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาไว้แล้ว พันธบัตรรัฐบาล สลากออมสินและสมุดเงินฝากออมสินประเภทประจำใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร ตั๋วแลกเงิน เช
็ค หนังสือรับรองของธนาคารเพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีที่ผิดสัญญาประกัน 
๓) บุคคลเป็นประกัน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมี นโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในเรื่องการใช้บุคคลเป็นประกัน หรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ผมขอลาออกครับนาย (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“ผมขอลาออกครับนาย” ตำรวจคนหนึ่งยศ จ.ส.ต.อายุ ๓๐ ต้นๆ พูดพร้อมยื่นเอกสารการขอลาออกให้ผม
“เอ้อ...ยินดีด้วยนะ...” ผมพูดยิ้มๆ “...อนุมัติ”
“ขอบคุณมากครับนายที่อนุมัติให้ผมลาออก...” จ.ส.ต.พูดและยกมือไหว้ขอบคุณ “...เนี่ยะ ตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายสิบตำรวจมาผมก็อยู่บ้านหลวงตลอดจนเป็นจ่า แต่ตอนนี้แม่ยายผมสร้างบ้านให้ผมใหม่ในฐานะที่ผลิตหลานชายคนแรกให้แกก็เลยมาขอลาออกจากการอยู่บ้านหลวงเพื่อไปอยู่บ้านส่วนตัวซะที เย้ ดีใจจัง”

โรงพักเฮฮา : ตอน “ตอนเป็นเด็กชอบเล่นซ่อนหา” (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“สมัยตอนผมเป็นเด็กๆ นะอ้ายลุงดาบ...” ชายคนหนึ่งพูดกับผม “...ผมเนี่ยะชอบเล่นซ่อนหากับเพื่อนๆ มันสนุกดี แต่ไม่ว่าผมจะซ่อนยังไงเพื่อนๆ เป็นต้องตามหาผมจนเจอทุกครั้ง...ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนผมโตแล้ว เฮ้อ...ตำรวจนี่ตาไวเนาะ”


สวัสดีวันใหม่ (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

ในข้อสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง "เมื่อเราพบกันช่วงเช้า เราควรทักทายกันว่า...
ก) อรุณสวัสดิ์ครับ / อรุณสวัสดิ์ค่ะ
ข) ราตรีสวัสดิ์ครับ / ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
ค) ไม่ต้องทักอะไรก็ได้ แค่คลิก "ถูกใจ" ก็พอ
ง) ส่งภาพแทนการทักทายแทน


วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ระหว่างฝึก...ห้ามพูด (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

เปล่าหรอกครับพี่น้อง ไม่ใช่แบบที่พี่น้อง(บางคน)คิดหรอกว่าตำรวจพวกนี้ตั้งแต่ระดับนายต้องทำผิดอะไรซักอย่างเลยโดนสั่งวิ่่งรอบตลาดแม่จริม พวกเราฝึกประจำสัปดาห์กันต่างหากซึ่งการวิ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งก่อนจะเข้าสู่การฝึกที่กำหนดไว้ทุกครั้งครับ
ระหว่างการฝึกเนี่ยะตำรวจเราไม่มีใครยิ้มหรอกครับ ทุกคนเขารู้กันดี อย่างเดียวที่ต้องทำคือนายสั่งยังไงต้องทำยังงั้นจะโต้แย้งไม่ได้ นายไม่ถามก็ไม่ต้องพูด ห้ามพูด หลังฝึกเสร็จแล้วค่อยมาว่ามาพูดกัน
"นายครับ..." จ.ส.ต.คนหนึ่งพูดกับผมหลังเสร็จสิ้นการฝึก "...สุมาเต๊อะ รองเท้านายเหยียบขี้หมาซะเต็มเลยครับ"
"อั๊ยยะ..." เราพูดพร้อมก้มลงมองที่รองเท้า เฮ้อ จะบ้าตายขี้หมาก้อนเบ้อเร่อเบ้อร่าที่ยังเปียกอยู่ติดรองเท้าข้างขวาเราซะเต็มเลย มิน่าล่ะว่าทำไมตอนฝึกถึงเม้นเหม็น "...แล้วทำไมเพิ่งมาบอก" เราย้อนถาม จ.ส.ต.คนนั้น 
"ก็..." จ.ส.ต.พูด "...ก็ ก็นายสั่งว่าระหว่างฝึกถ้านายไม่ถามห้ามพูดนี่คร้าบบบ"


โรงพักเฮฮา : ตอน “ตำรวจใจดำ” (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“ต๋ำหนวดนี่ใจด๊ำใจดำ ฮึ...” ป้าแก้วพูดผมที่โรงพักด้วยท่าทีแบบงอนๆ “...ผ่อเลาะ (ดูฮิ) วันนี้วันศีล (วันพระ) ป้าอยากจะไปทำบุญตี้วัด ต๋ำหนวดก็บ่หื้อไป โขด(โกรธ)อ้ายลุงดาบอู๊ดแล้ว”
“ก็แหมป้า...” ผมพูดกับป้าแกแบบยิ้มๆ ระคนเห็นใจ “...ก็ป้าโดนจับและถูกขังในห้องขังด้วยข้อหาลักลอบเล่นการพนันกับเพื่อนๆ แบบนี้แล้วผมจะหื้อป้าออกไปทำบุญได้จะใดล่ะคร้าบบบบ มีทางเดียว...ประกัน”


สวัสดีวันใหม่ (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

สวัสดีวันใหม่ครับทุกท่าน วันนี้ขอให้ประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงาน,ส่วนตัว,ครอบครัวและทุกสิ่งทุกอย่างโดยทั่วกัน


เช้าวันนี้ขอนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับตำรวจมาฝากพี่น้องอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่อง “ตราแผ่นดิน” สำหรับรายละเอียดจะเป็นอย่างไรคลิกดูได้ที่ LINK นี้นะครับ
ขอบคุณครับ http://mrsp2503.blogspot.com/2010/07/blog-post_9536.html

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความทรงจำครั้งเยาว์วัย : ตอน “ตำรวจเข้าบ้าน” (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

วันนี้วันเสาร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีเถาะเป็นวันหยุดที่ฉันไม่ต้องไปโรงเรียน ช่วงบ่ายแก่ๆ “ลุงหมู่เชียร” หรือ ส.ต.อ.วิเชียรตำรวจโรงพักอำเภอแกลงคนอายุไล่เลี่ยกับเพาะแต่แก่กว่านิดหน่อยซึ่งฉันสนิทสนมคุ้นเคยกับลุงแกเป็นอย่างดีเพราะลุงแกคอยไปบริการจราจรหน้าโรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” ที่ฉันเรียนให้เด็กๆ เป็นประจำเดินเข้าไปหาที่บ้านโดยจอดมอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์คัพคันเก่าๆ ซึ่งฉันก็เห็นจนชินตาเช่นกันช่วงแกไปโรงเรียนไว้ที่ถนนเพราะบ้านฉันตอนนี้เขาดำนากันหมดแล้วเอารถเข้าไปไม่ได้

เมื่อลุงหมู่เชียรถึงบ้าน ฉันกับเพาะและแมะยกมือไหว้ ลุงแกรับไหว้ตอบอย่างสุภาพเสร็จแล้วก็พูดกับฉันถึงเรื่องการสอบเข้าตำรวจตามที่ฉันเคยบอกกับลุงแกว่าโตขึ้นฉันอยากเป็นตำรวจให้ฟัง ลุงแกคงอยากให้ฉันเป็นตำรวจเหมือนแกก็เลยอุตส่าห์มาหาถึงบ้านในวันนี้ ลุงหมู่เชียรแนะนำฉันอย่างละเอียดว่าตำรวจนั้นต้องสอบวิชาอะไรบ้างทั้งนักเรียนพลตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจให้ฉันด้วยความเต็มใจ

ลุงหมู่เชียรพูดกับฉันและเพาะ,แมะจนพวกเราเข้าใจดีแล้วก็ขอตัวกลับ ก่อนกลับเพาะไปหยิบกุ้งหลวงตัวใหญ่ที่ดักลอบมาจากคลองหลังบ้าน ๕ ตัวให้ลุงแกแต่ลุงแกไม่เอาโดยบอกว่า “เอาไว่ให้ลูกๆ หลานๆ กินกันเหอะ ที่มาเนี่ยไม่ได้มาร่บกวนอ้ะไรเพียงแต่เห็นว่าไอ้หนูมันอยากเป็นตำรวจ แล่ววันนี่แช้นพอมีเวลาว่างก็เลยมาหา เอาเก็บไว่กินกันเหอะกุ้งน่ะ”



เมื่อลุงหมู่เชียรออกจากบ้านไปแล้วสักพักหนึ่งคนแถวบ้านฉันเป็นสิบๆ คนเดินมาที่บ้านซึ่งทุกคนมีวัตถุประสงค์และคำถามคล้ายๆ กันหมดเลย “เอ้า ทิ่ดเหียน ไปทำอ้ะไรผิดมาน่ะตำรวจถึงเข้าบ้านเนี่ยะ” เพาะก็บอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้ทำอะไรผิดซักอย่าง ลุงตำรวจแค่เข้ามาแนะนำฉันเรื่องการสอบเข้าเป็นตำรวจเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่ก็มองเพาะรวมถึงคนบ้านเราแบบแปลกๆ คล้ายกับว่าพวกเราจะต้องทำอะไรผิดซักอย่างแน่ๆ ไม่ว่าจะพูด จะอธิบายยังไงดูเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อกันเอาซะเลย นี่คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันเหมือนกันที่จะทำให้เขาเชื่อว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร

“แกไม่ต้องมาปดเหาะ (หรอก)...” ลุงเหมียนพูดกับเพาะ “...เถ้า(ถ้า)ไม่ได้ทำผิดอ้ะไรแล่วทำไมตำรวจถึงเข้าบ้านอ้ะ ไม่รู่เกอะ (ไม่รู้เหรอ) ว่าตำรวจน่ะเข้าบ้านใครคนบ้านนั่นจะต้องทำผิดอ้ะไรมาซักอย่างแน่ๆ”

เฮ้อ ลุงหมู่เชียรแกรึก็เป็นตำรวจที่ดี สุภาพ รักเด็ก ตั้งใจทำงานแบบนี้แต่เพียงแค่ลุงแกเข้ามาบ้านเราเพราะความรักและความหวังดีต่อเด็กๆ อย่างฉัน คนแถวบ้านเรายังมองฉันและคนในบ้านรวมถึงลุงหมู่เชียรแกผิดๆ แบบนี้แล้วโตขึ้นฉันยังอยากจะเป็นตำรวจอีกเหรอ???

ด.ช.สุพจน์ มัจฉา ชั้น ม.ศ.๒ โรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร”
วันเสาร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีเถาะ (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๑๘)

เครื่องแบบตำรวจสมัยก่อน

ภาพนี้เป็นหัวหน้าจราจร กก.ภ.จว.เชียงใหม่ ถ่ายเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๔๙๕ ยศจ่าสิบตำรวจ สมัยนั้นตำรวจยศ ส.ต.ต.ถึง จ.ส.ต.ติดบั้งที่เขียนซ้ายทั้งหมดโดย ส.ต.ต.ก็ ๑ บั้ง , ส.ต.ท.๒ บั้ง , ส.ต.อ.๓ บั้ง และ จ.ส.ต.๔ บั้งอย่างภาพนี้ครับ

จะอบรมให้มันเสียเงินเสียทองทำไม้ (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

“พี่ว่าไม่ต้องจัดอบรมให้เสียเวลา เสียเงินเสียทองหรอกกับโครงการ “ตำรวจยิ้ม” น่ะ” ผู้บังคับบัญชาคนหนึ่ง (ตอนนี้ท่านเกษียณแล้ว) พูดกับผมช่วงที่ผมนำโครงการไปเสนอ
“ทำไมหรือครับพี่...” ผมถามท่าน “...งบประมาณเราก็มี สถานที่ บุคลากรเราก็พร้อมนี่ครับ”
“เฮ้ย เชื่อพี่เหอะพจน์...” นายพูดแบบยิ้มๆ “...ก็แค่เอาตำรวจที่จะส่งไปอบรมน่ะไปอยู่กับพจน์ซักเดือนหนึ่งรับรองว่าพอกลับโรงพักเขานะตำรวจพวกนี้น่ะจะหัวเราะแล้วก็ยิ้มทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุดหย่อนแบบพจน์แน่ๆ ฮ่ะๆๆ”



กว๊านพะเยา (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

ว้าวววว...กว๊านพะเยา 
สวยเนาะ (หล่อเนาะ) พ่อลูกคู่นี้ 


 แล้วมันอยู่ที่ไหนนี่กว๊านพะเยาน่ะ อยากไป๊อยากไป ใครรู้บอกผมทีเทอะ ๕๕๕