วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

งดเหล้าครบพรรษา "เราทำได้" (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

เราทำได้ และพร้อมใจ กันทำแล้ว,หน้าผ่องแผ้ว สดใส ใจสุขสันต์
ยิ้มระรื่น หน้าชื่น สุขสำราญ,แค่สามเดือน ไม่นาน เบิกบานอุรา


ตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยธนาคารออมสิน (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๓.๑๐ น.ผมเดินทางไปตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำธนาคารออมสิน สาขาแม่จริมพบเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานไม่มีเหตุซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยธนาคารออมสินนั้นเป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารกับ สภ.แม่จริมที่จะต้องจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย ๑ นายตรวจตราดูแลช่วงระหว่างเวลาเปิดทำการเพื่อมิให้มีเหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นรวมถึงให้คำแนะนำพี่น้องด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการระวังป้องกันรักษาทรัพย์ของตนเองที่อาจจะมีคนร้ายประทุษร้ายขึ้นได้ 
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้เป็นหนึ่งใน “มาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอัญมณี สถานีบริการน้ำมัน ร้านมินิมาร์ท” ของ สภ.แม่จริมซึ่งเป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติและทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน
มากมายและก่ายกอง,หน้าที่ของตำรวจไทย
พี่น้องยิ้มผ่องใส,เราทำได้ไม่เกี่ยงงอน
ดูแลและตรวจตรา,เพื่อประชาต้องมาก่อน
แต่หน้าที่อีกตอน,”นับสตางค์” ให้ลุงแก 
.........
ฮ่ะๆๆ สุดยอดจริงๆ เย้
หลังจากเสร็จสิ้นจากภารกิจการตรวจตราธนาคารแล้วผมเดินทางกลับโรงพักแม่จริมเพื่อทำงานที่คั่งค้างต่อซึ่งมีไม่กี่ชิ้นครับ
..........
ช่วงบ่ายคล้อย ลมอ้อยส้อย พัดบางเบา
ลงจากยอด ขุนเขา และไพรสณฑ์
เย็นสบาย หน้าใส ไร้กังวล
แสนแช่มชื่น รื่นกมล สุขอุรา
งานก็เพลิน เดินไป ไม่สะดุด
ไร้สิ่งใด มายื้อยุด หรือฉุดคร่า
แม่จริม สดใส เพลินใจตา
แต่อยู่มา สามปี แล้วนะนาย (เฮ้อ)
..........
ถาม : ที่แม่จริมมีห้างสรรพสินค้าไหม,มีผับ,คาราโอเกะไหม,มีร้านอาหารไหม,มี ฯลฯ ไหม
ตอบ : ที่ถามมาน่ะไม่มีซักกะอย่างครับนาย กินข้าวต้องหุงเอง,ซื้อกับข้าวซึ่งก็มีไม่กี่เจ้าเองและต้องซื้อก่อนพระ อาทิตย์ตกดินไม่งั้นอดต้องกลับไปต้ม "มาม่า" กินที่บ้านคนเดียวครับนาย ฮ่ะๆๆๆๆ

อาหารกลางวันวันนี้ (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

แพงนะมื้อนี้น่ะ,ตั้งร้อยจ้ะค่าอาหาร
อย่างว่าไม่ได้ทาน,มาตั้งนานเลยฉลอง
ตอนนั้นทานไม่ได้,กลัวจะตายไม่กล้าลอง
ตอนนี้ทานได้คล่อง,ก็เลยลองซะสามเลย

ฮ่ะๆๆๆ ถ้วยละ ๓๕ บาท ๓ ถ้วย=๑๐๐ (เพราะแม่ค้าลดให้ เหอๆๆๆ)

ฉลองวันออกพรรษา (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

เพื่อนผมคนหนึ่งซึ่งใครที่แม้ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนหากมองปั๊บก็จะรู้เลยว่า เป็นคนขี้เหล้าประเภทชั้น ๑ เพราะหน้ามันบ่งบอก วันๆ ถ้าไม่มีอะไรทำจะนั่งหน้าขวดเหล้า แก้วเหล้าทั้งวัน แต่เพื่อนคนนี้นะช่วงเข้าพรรษาจะไม่ยอมแตะต้องเหล้าหรือเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เลยแม้แต่นิดเดียว ใครชวนยังไงมันก็ไม่เอา มันบอกว่าให้สัญญากับตุ๊ลุงไว้แล้ว

“เฮ้ย ไอ้พจน์ บ่ายวันนี้ว่างหรือเปล่าวะ....” เจ้าเพื่อนคนที่ว่านี่โทรศัพท์มาหาเรา “...ถ้าว่างเชิญที่บ้านข้านะ จะฉลองวันออกพรรษาน่ะ ไม่ต้องห่วงกับแกล้ม เหล้ายาปลาปิ้ง เบียร์เบอมีเพียบ”

เฮ้อ เพื่อนเอ๋ย ช่วงเข้าพรรษาน่ะอดเหล้าอดเบียร์มาได้ตั้ง ๓ เดือนทำไมไม่อดต่อไปวะเพื่อน
.........
“ลุงแก้วไปซื้อเหล้าจากร้านไหนเหรอ...” ผมถามลุงแก “...ก็วันนี้วันออกพรรษากฎหมายเขาห้ามขายเหล้านี่”
“ร้านลุงเอง...อ้วก...” ลุงตอบ “...แต่ลุงไม่ได้ซื้อนี่ ลุงแค่แอบหยิบจากในร้านมากินเฉยๆ แบบนี้ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหมอ้ายลุงดาบ...อ้วก”

ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑)
.........
ถ้าเจอแบบลุงแก้วเนี่ยะไม่รู้ว่าจะเอาผิดข้อหาอะไรกับแกเหมือนกัน
แหม หาทางออกได้แนบเนียนจริงจริ๊งลุง เอาได้ๆ

วันนี้ที่แม่จริม (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

วันนี้ผมมาทำงานที่โรงพักแม่จริมตามเวลาปกติครับ สภาพทั่วไปอากาศค่อนข้างสดชื่นแจ่มใสแต่ตอนเช้าค่อนข้างเย็นนิดหน่อยตามสภาพของฤดูกาลที่กำลังจะเปลี่ยนเข้าสู่หน้าหนาวซึ่งดูสภาพแล้วปีหน้าที่จะหนาวเร็วและหนาวนานกว่าปกติ เนื่องจากวันนี้เป็นวันออกพรรษาซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาของไทยเราแม้ผมจะไม่ได้ไปวัดทำบุญแต่ก็กราบพระประจำโรงพักเพื่อทำจิตให้เป็นกุศลก่อนทำงานกันก่อน


งานในช่วงเช้ามีนิดๆ หน่อยๆ ไม่กี่ชิ้น ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย

กะพระกะเจ้า (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

กะพระกะเจ้า เราเข้ากันได้
สบายสบาย ง่ายง่ายทั้งนั้น
กะพระกะเจ้า นั้นเราเข้ากัน
เพราะทุกสิ่งนั้น เพื่อประชาชน
กะพระกะเจ้า เราต้องประสาน
เรื่องกิจการงาน เรื่องการกุศล
กะพระกะเจ้า เข้าได้ทุกตน
ทั้งมีสุขล้น บนงานที่ทำ
..........
กราบขอบพระคุณพระคุณเจ้าทุกรูปสำหรับกิจการงานที่ผ่านมาเป็นอย่างสูงขอรับ


<< ภาพทั้งหมด >>

สวัสดีวันออกพรรษา (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘)

สวัสดี ทุกท่าน วันออกพรรษา,วันสำคัญ ทางศาสนา ของชาวพุทธ
ขอจงได้ สดใส ใจผ่องผุด,ไม่สิ้นสุด คืนวัน เดือนและปี
น้อมธรรมะ พุทธะ เข้าหาตัว,ไม่เมามัว โลภหลง ตรงวิถี
ธรรมะนั้น จะนำ แต่กรรมดี,แด่น้องพี่ สุขศรี ชั่วชีวัน



วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คืนนี้ที่แม่จริม (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

อยู่ที่นี่ แบบนี้ สามปีแล้ว
จะมีแวว ได้ย้าย หรือไม่หนอ
เมืองชายขอบ ไร้สีสัน นั้นยังพอ
แต่ห่างบ้าน ใจฝ่อ พอหมดแรง
อยู่ที่ไหน ก็ได้ เมืองไทยนี่
พูดน่ะดี พูดได้ แต่ทะแม่ง
ไม่มาอยู่ ไม่รู้ เหมือนดูแสดง
ใช่ตะแบง แต่พูดนั้น มันเรื่องจริง
คืนนี้ตั้งแต่เวลาทุ่มเศษๆ ผมมานั่งทำงานที่โรงพักแม่จริมตามปกติเหมือนเช่นเกือบทุกๆ คืนที่ผมอยู่ที่นี่เมื่อเกือบ ๓ ปีที่ผ่านมา อย่างที่บอกนั่นแหละครับที่นี่ไร้แสงสี สีสัน ไม่มีที่เที่ยวที่ไหนยามราตรีเหมือนบ้านอื่นเมืองอื่นเขาหรอก ตกค่ำมาพี่น้องก็เข้าบ้านเข้าช่องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา พูดคุยกัน ดูทีวีกันพอได้เวลาก็หลับข้างนอกจึงเงียบเชียบโล่งโจ้งไร้ซึ่งผู้คนแต่ก็ดีที่ไม่มีเหตุเภทภัยอะไรมาวอแวพี่น้องอยู่อย่างสงบสุขตำรวจเราก็พลอยสบายไปด้วย
สำหรับเรื่องงานน่ะไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่มาทำตอนนี้และรอไปดูตอนเช้ายังได้เลย ที่นี่งานที่โรงพักน้อยมากแทบจะไม่มีอะไรเลยก็ว่าได้ แต่ผมก็เอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาดูไปเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลารอนอนหลับ ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง
ไม่เหมือนตอนผมอยู่ อ.พาน จ.เจียงฮาย ที่นั่นกลางค่ำกลางคืนออกตรวจกับน้องๆ สนุกมากเพราะมีอะไรๆ ให้ตรวจได้เยอะแยะ
แต่ที่แม่จริมไม่รู้จะตรวจอะไรเหมือนกัน เหอๆๆๆๆ

อะไรกันนี่ทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องตบตีกันทั้งวัน เช้าตื่นขึ้นมาก็ตบตี สายๆ ก็ไม่เว้น บ่ายก็ตีกันอีก ช่วงเย็นก็มี ยิ่งช่วงค่ำแบบนี้ยิ่งไปกันใหญ่ตบตีกันอยู่นั่นแหละ เฮ้อ...ละครไทย ... ไปนอนดีกว่าเรา 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ 

ขอแสดงความนับถือ
ภาพนี้คือ "น้ำครำ" ซึ่งศัพท์เสียงสำเนียงร่ะยองพูดว่า "ขี้ซำ" ครับพี่น้อง ดูดีๆ จะเห็นว่าใน "ขี้ซำ" น่ะมีคนตบตีกันด้วย เหอๆๆๆๆๆๆ

อาหารเย็นเย็นนี้ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

สถิติ พี่เฟส บันทึกว่า,คนนี้หนา มาซื้อ หาอาหาร
ในช่วงเย็น เพื่อเอา ไปรับทาน,ปีหนึ่งนั้น สองร้อย กว่าครั้งนำ 
ตัดวันหยุด ออกไป ก็ยังเยอะ,เอ้อเฮอเฮอะ น่ารัก เช้ายันค่ำ
แม้รูปกาย หูหัว ตัวจะดำ,แต่ว่าใจ งามขำ ทำเล่นไป


เมื่อใดๆ ก็แพ้เขาทุกที (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

"เมื่อใดๆ ก็แพ้เขาทุกทีจนหนูชักจะทำใจบ่ได้แล้วเน้อเจ๊าอ้ายลุงดาบ..." สาวสวยพูดกับผมพร้อมร้องไห้ฟูมฟาย "...แล้วแบบนี้อ้ายลุงดาบคิดว่าหนูจะยะจะใดดีเจ๊า"
"แหมจะไปยากไย..." เราตอบ "...ก็แค่น้องบอกผัวน้องให้ขยันซ้อมหน่อยก็เท่านั้น ประเภทขึ้นชกพรุ่งนี้แล้ววันนี้ถึงซ้อมน่ะชกกี่ทีๆ ก็แพ้ เชื่อฮิ่"
"ขอบคุณเจ๊า" สาวสวยพูดพร้อมกับรอยยิ้มอย่างคนเริ่มมีความหวัง


นักมวยคนนี้น่ะขยันซ้อม ชกเมื่อไรก็ชนะ เหอๆๆๆ

พ่อขา ลูกถึงแม่โจ้แล้วค่ะ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

"พ่อขา ลูกถึง ม.แม่โจ้แล้วนะคะ" ข้อความในโทรไลน์ที่ลูกสาวส่งมาถึงเรา
"จ้า ตั้งใจเรียนหนังสือนะลูก" เราตอบโทรไลน์กลับไป
"ค่ะพ่อ" ลูกสาวโทรไลน์กลับมา (อ่านว่า โท-ระ-ไลน์ ซึ่งถึงไวกว่าโทรเลข)

ให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยแชร์หรือเชื่อ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

ฝากพี่น้องไว้นิดหนึ่งนะครับว่าอะไรๆ ที่ได้ข่าวได้ข้อมูลมาแล้วจะแชร์น่ะควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าจริงหรือไม่ จริงอย่างไร เพราะมีหลายคนครับ “แชร์ไปเรื่อย” ประมาณว่าต้องการให้คนอื่นคิดว่าตัวเองมีข้อมูล “เร็วกว่าคนอื่น” ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย สำหรับพี่น้องที่รับข้อมูลที่ว่าก็อย่าเพิ่งไปเชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อน อย่างตัวอย่างที่ผมยกมานี่ แหม ตอนนั้นแชร์กันจังว่าเขาให้ยกเลิกหมายเลข ๑๙๑ และใช้ ๙๑๑ แทนซึ่งไม่มีความจริงแม้แต่น้อย

ผมคิดว่าเพราะคนเราส่วนใหญ่ "ไม่ยอมอ่านหนังสือ" ก็เลยเชื่ออะไรไปทันทีทั้งๆ ที่ถ้ายอมสละเวลาอ่านซักหน่อยก็จะรู้ว่าความจริงคืออะไร เขาดูแค่ภาพแล้วก็จินตนาการน่ะ เฮ้อ ลำบากใจแทน

อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย)
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)


ต่อเมื่อใดรู้เข้าใจด้วยตนว่าธรรมเหล่านั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้น (กาลาสูตร)


แต่ภาพนี้พี่น้องเชื่อได้เลยครับเพราะ “เป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” แหล่งข่าวก็ยืนยันออกมาแล้วตรงกันนั่นก็คือ “ผู้ชายในภาพนี้เนี่ยะไม่มีหรอกที่จะหวงลูกสาวน่ะ” จริงๆ เหอๆๆๆๆ

พักเบรกจ้า

วันนี้ที่แม่จริม (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยใจด้วยจิต งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน
ทำงานสนุก จะสุขจะสันต์ ชีวิตคืองาน งานคือชีวิต

เช้าวันนี้ผมทำงานที่โรงพักแม่จริมครับ ง่ายๆ สบายๆ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งเรื่องงานเรื่องคนตามแบบฉบับของโรงพักชายขอบแบบแม่จริมเรา งานที่ผ่านเข้ามามีไม่กี่ชิ้นกี่อัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่น้องๆ เจ้าหน้าที่เขาทำเรียบร้อยแล้วนำมาเสนอเราในฐานะผู้บังคับบัญชา ผมก็แค่ตรวจสอบดูรายละเอียดความถูกต้องแล้วก็เซ็นผ่านทุกงาน ขอบคุณมากนะน้องๆ ทุกคนที่ตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี
เมื่อตะกี๊ผมบอกพี่น้องว่าอะไรๆ ที่คนเขาแชร์เข้ามาน่ะอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะมีข้อมูลที่ถูกต้องก่อน แต่ภาพนี้พี่น้องเชื่อได้เลยครับเพราะ “เป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์” แหล่งข่าวก็ยืนยันออกมาแล้วตรงกันนั่นก็คือ “ผู้ชายในภาพนี้เนี่ยะไม่มีหรอกที่จะหวงลูกสาวน่ะ” จริงๆ เหอๆๆๆๆ
พักเบรกจ้า
เหตุเกิดที่หน่วยงานๆ หนึ่งในขณะนี้ ฮ่ะๆๆๆๆ
ขออนุญาตพักทานอาหารกลางวันก่อนนะครับพี่น้อง ช่วงนี้ฝุ่นเฝิ่นเข้าหูเข้าตาตลบอบอวลไปหมดแล้ว เหอๆๆๆๆ

(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
หมอกควันที่ ปกคลุม สุมทางใต้
เริ่มจางหาย สู่ภาวะ ปกติ
แต่หมอกควัน หน่วยงาน หนึ่งนั้นซิ
ตอนนี้ซิ่ ฝุ่นกลบ ตลบอบอวล
มองทางไหน ไม่เห็น ซึ่งหัวหู
ขอให้ตรู ถึงที่หมาย ไม่ผันผวน
นี่คือสั-ธรรม นำกระบวน
ทุกอย่างล้วน เป็นจริง ยิ่งสิ่งใด (ทำงานต่อจ้า)
ช่วงบ่ายหลังจากทานอาหารกลางวันและพักผ่อนนิดๆ หน่อยๆ แล้วเมื่อถึงเวลาก็มานั่งทำงานที่โรงพักแม่จริมต่อครับ

ในช่วงบ่าย สบายสบาย แดดคลายร้อน
ไม่เหมือนตอน ช่วงเช้า ของวันนี้
มองทางไหน สุขใจ กระไรมี
ณ ที่นี่ ตรงนี้ แม่จริม
"อ้ายลุงดาบอู๊ดว่าตอนกลางวันเนี่ยะผีจะหลอกก่อเจ๊า" สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งซึ่งเดินเข้ามาหาผมที่ห้องทำงานพูด
"แหม่น้องเอ๊ย..." เราตอบยิ้มๆ "...อย่าว่าแต่กลางวันเลย กลางคืนก็ไม่หลอก ผีน่ะไม่มีในโลกจ้า เชื่อฮิ่" 
"แหมนาย วันนี้สุดยอดไปเลยครับ..." จนท.ประจำวันซึ่งนั่งอยู่หน้าห้องทำงานผมพูดขณะผมเดินออกมาส่งสาวคนนั้น "...นั่งทำงานในห้องคนเดียวตั้งแต่เที่ยงจนบ่ายสามกว่าแล้วถึงเพิ่งออกมา เอ้อ เหมือนนายจะคุยกับใครด้วยเหรอครับ ทำไมผมไม่เห็น" / พักเบรกจ้า

สวัสดีวันจันทร์ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

สุขศรีสุขสันต์ วันจันทร์วันดี เพื่อนเพื่อนพี่พี่ น้องน้องทุกท่าน
ยิ้มรับวันใหม่ ด้วยใจชื่นบาน สุขศรีสุขสันต์ วันจันทร์วันดี


วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หน้าที่วันหยุด (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘)

หน้าที่ ของเรา เช้านี้,นั้นมี มากมาย ก่ายกอง
แต่ก็ ยังยิ้ม หน้าผ่อง,ในหน้า ที่ของ ผู้ชาย
แบบนี้ อย่างงี้ ที่เห็น,นั้นเป็น เรื่องหมู ง่ายง่าย
ทำแล้ว โล่งใจ โล่งกาย,เหนือสิ่ง อื่นใด "โล่งหู" 

ผู้ชายมาหาถึงบ้าน (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘)

สาวสองคนนั่งคุยกัน ...
สาวหนึ่ง : นี่ๆ ตะเอง เค้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เมื่อวานนะมีผู้ชายไปหาฉันถึงบ้านเลย รู้ปล่าว ล้อหล่อ น่าร้ากน่ารัก คิคิ
สาวสอง : เหรอ แหมดีจังเลย ผู้ชายที่ไหนล่ะจ๊ะเธอ
สาวหนึ่ง : ก็อ้ายลุงดาบอู๊ดไง ตอนเห็นครั้งแรกน่ะฉันตื่นเต๊นตื่นเต้น แหม คนอะไรจะหล่อได้หล่อดีขนาดนี้ แล้วไม่ได้ไปคนเดียวนะยังมีผู้ชายอีก ๕ คนไปด้วยแต่ไม่ค่อยหล่อเท่าไร
สาวสอง : ว้าววววว...แล้วอ้ายดาบอู๊ดไปทำไมล่ะ
สาวหนึ่ง : เอาหมายค้นไปค้นบ้านฉัน เจอยาบ้า ๒๗๔ เม็ด ฉันก็เลยเข้ามาอยู่ในห้องขังกับเธอนี่ไง เหอๆๆๆๆๆ

ภาพเก่าเล่าอดีต (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘)

เสียดายภาพเก่าเก่า,ไม่รู้เอาไปไว้ไหน
มีอยู่ไม่เท่าไร,แต่คงไว้ซึ่งความขลัง
ภาพเก่าเล่าอดีต,ให้ชีวิตมีพลัง
เดินหน้าถ้าเหลียวหลัง,กลับมาบ้างก็ยังดี
อย่าสนเสียงนินทา,แก่แล้วนะนั่นนู่นนี่ 
ทุกคนนั้นย่อมมี,อดีตที่ไม่เหมือนกัน



สวัสดีวันอาทิตย์ (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘)

วันอาทิตย์ คิดสิ่งดี,แล้วจะมี แต่สุขสันต์
วันอาทิตย์ สุขสำราญ,จิตเบิกบาน ไม่เศร้าหมอง
วันอาทิตย์ คิดสิ่งไหน,ให้สมใจ สุขสมปอง
วันอาทิตย์ จิตใจผ่อง,มิตรเมียงมอง มิหมางเมิน

บรรยากาศหลังบ้านที่พะเยาเช้าวันนี้อากาศดี๊ดีครับ ไม่มีหมอกเหมือนวันที่ผ่านๆ มา อากาศก็อุ่นขึ้น แสงอาทิตย์สาดส่องมาตั้งแต่เช้าเลยดูแล้วก็สดชื่นใจดีแท้
ตอนนี้ข้าวเริ่มแตกรวงแล้วเดือนหน้าคงจะเหลืองอร่ามเป็นทุ่งรวงทองทั่วทุ่งแน่นอนเลย

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไปบ้านคุณยายที่เจียงฮาย (๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๘)

"ค่ากับข้าวสามคนพ่อแม่ลูกเย็นนี้น่าจะเป็นร้อยหรือเกือบสองร้อย อย่ากระนั้นเลยเพื่อความประหยัดพ่อว่าเราขับรถไปกินบ้านคุณยายที่เจียงฮายดีกว่า ระยะทางก็แค่ ๙๐ โลเอง" เราแนะนำลูกเมีย 


เย้ Let's go.

ถึงบ้านคุณยายเวลาราวๆ ๔ โมงครึ่งจ้า

ลูกหาย (๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๘)

"ลูกผมหาย/ลูกน้องหายครับ(เจ๊า) อ้ายลุงดาบ" สองคนผัวเมียพูดขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
"ลูกน้องหายที่ไหน เมื่อไร แบบไหนล่ะ..." เราถามกลับด้วยท่าทีกังวลแทน "...เอ้อ ว่าแต่ว่าลูกหายทั้งคนทำไมถึงยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนี้ล่ะ"
"หายเมื่อเช้าที่โฮงบาล...เจ๊า" ฝ่ายเมียตอบ "เฮ้อ สบายใจซะที ลูกผมนอนโฮงบาลตั้ง ๕-๖ วัน ตอนนี้หายดีแล้ว เย้" คราวนี้ฝ่ายผัวพูด