วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

ร่วมกิจกรรมการอบรมลูกเสือชาวบ้านอำเภอเวียงเชียงรุ้ง (๓ กันยายน ๒๕๕๕)

วันนี้ตั้งแต่้เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไปผมในฐานะรองผู้อำนวยการการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านอำเภอเวียงเชียงรุ้งประจำปี ๒๕๕๕ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมในการอบรม ณ สถานที่ฝึกอบรมคือหอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงเชีึยงรุ้ง โดยการอบรมรุ่นนี้ใช้ชื่อว่า "รุ่นเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ" ซึ่งทำการอบรมระหว่างวันที่ ๒-๖ กันยายน ๒๕๕๕ ผู้เข้ารับการอบรมเป็นพี่น้องประชาชนจากหมู่บ้านต่างๆ ของอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ๔๓ หมู่บ้านๆ ละ ๓ คนรวมทั้งสิ้น ๑๒๙ คน




กิจกรรมส่วนหนึ่งของการอบรมประจำวันนี้




พบปะพูดคุยกับลูำกเสือชาวบ้านภายในหอประชุม





การแสดงของคณะวิทยากร



ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ : ตัวกะแต , ตัวโกง (๓ กันยายน ๒๕๕๕)

ตัวกะแต ตัวโกง

สวัสดีมายังเพื่อนๆ พี่ๆ น่องๆ คนเมืองแกลง คนร่ะยอง แล่วก็พี่น้องคนไทยทุ่กคน

ส้ะบายดีนะครับวันนี่ ได้ข่าวว่าหลายที่ฝนตกจั้กๆ เลย จะออกไปไหนมาไหนอย่าลืมเอาร่มไปด้วยเผื่อฝนตกมาจะได้เอาร่มที่เตรียมนั่นมา คลุม

เมื่อตะคืนเปิดไปดูหนังโทรทัศน์หลังข่าว มีอยู่เรื่องหนึ่ง แหม ตัวล่ะครเป็นผู้หญิงเล่นได้สมบทบาทมาก ทั้งอิจฉาริษยา ทั้งชอบแขวะชอบว่าคนนั่นคนนี่ไปเรื่อยโดยเฉพาะชอบแขวะ นางเอก บางตอนถึงขนาดตบนางเอกเลย เฮ้อ ไม่รู่ชีวิ่ตจริงจะมีแบบนี่ปล่าว

อีกตอนหนึ่งเป็นเรื่องของผู้ร้ายครับ คนแสดงเป็นชาย แหม คนอะไรแสดงได้ ผู้ร้ายผู้ร้าย ที่งจริงๆ เลย

พูดถึงเรื่องนี่แล่วทำให้นึ่กถึงสมัยเป็นเด็กๆ ตอนอยู่ก๊ะเพาะก๊ะแมะเวลามีหนังกลางแปลงไปฉายที่วั่ดพังราดไทยพวกเราก็จะไปดูกัน หนุกหนานมากกับความบันเทิงที่นานทีปีหนจะเข้าไปหาเราซะที หนังที่ดูนั้นพวกเราเรียกตัวละครผู้หญิงที่แสดงบทบาทแบบที่ผมพูดเมื่อตะกี๊ว่า ตัวกะแต หรือ "ตัวอิจฉา" แล่วก็ผู้ชายที่แสดงบทผู้ร้ายอย่างเช่นดามพ์ ดัสกร ว่า ตัวโกง” ครับพี่น้อง

ไม่รู่ว่าในชีวิ่ตจริงมีใครเป็น "ตัวกะแต" "ตัวอิจฉา" หรือ "ตัวโกง" กันมั่ง แต่ที่แน่ๆ คนร่ะยองไม่มี

อย่าลืมไปเที่ยวร่ะยองกันหนะพี่น่อง

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ (๒ กันยายน ๒๕๕๕)

เพื่อนๆ ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดเกิดกายของผม (ผมเกิดที่ตำบลพังราด) ตั้งกลุ่มใน Facebook ไว้กลุ่มหนึ่งชื่อ "อำเภอแกลงเมืองน่าอยู่" พร้อมทั้งชวนผมและเพื่อนๆ เข้าเป็นสมาชิกเพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน ซึ่งผมเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มนานพอสมควรแล้วเหมือนกันแต่ช่วงแรกๆ ไม่ไำด้ืเขียนหรือทำกิืจกรรมอะไรนัก

ต่อมาเมื่อไม่กี่วันมานี้มีเพื่อนๆ หลายคนบอกผมว่าในฐานะที่เป็นคนระยองโดยกำเนิดและ(พอจะ)เขียนหนัึงสือเป็นอยากให้สุพจน์มัจฉาช่วยเขีึยน "ภาษาระยองวันละคำ" ซึ่งสำเนียงบ้านเราพูดว่า "ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ" ลงในกลุ่มของ Facebook หน่อยได้ปล่าว ผมตอบไปในทันทีทันใดเลยว่า "ได้ฮิ่ ของพรรค์นี่ส้ะบายมาก"

เมื่อตอบเพื่อนๆ ไปว่า "ได้ฮิ่" แล้วผมก็ลงมือเขียน "ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ" ทันทีโดยเริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นมา ซึ่งการเขียนนั้นผมนำไปลงไว้ใน Facebook และบล็อกของผมด้วย

แต่เนื่องจากข้อมูลภายในบล็อกของผมค่อนข้างจะมีเป็นจำนวนมาก บางวันมีหลายเรื่อง ทำให้การค้นคว้าหรือดูข้อมูลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งค่อนข้างลำบากสักหน่อยอย่างเช่นเรื่อง "ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ" นี่ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้น เิพื่อให้เกิดความสะดวกผมจึงขออนุึญาตเปิดหน้า "ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ" นี้ไว้อีกหน้าหนึ่งเป็นการเฉพาะโดยเมื่อเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงในบล็อกหรือ Facebook เสร็จแล้วผมจะสร้าง LINK เรื่องที่เขียนถึงไว้ในหน้าที่เห็นนี้เพื่อให้ท่านสามารถเปิดดูเรื่องราวของเรื่องนั้นๆ ได้โดยคลิกที่หัวเรื่องแต่ละเรื่องนะครับ

หวังว่าคงจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น่องคนร่ะยองหรือคนที่สนใจ "ภาษาร่ะยอง" อยู่บ้างต๋ามควร (ตามสมควร)

สุดท่ายนี่ ถ้ามีเวลาอย่าลืมไปเที่ยวร่ะยองกันมั่งหนะ ร่ะยองมีอะไรดีๆ เบิกบาน ที่รอต้อนรั่บทุ่กท่านอยู่

คนร่ะยองน่ารั่ก

********************************************

ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ

********************************************

* เตียบ (๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕)
* ระยองเอาได้ (๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕)
* สุย (๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕)
* กะหลุึก (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕)
* เพาะก๊ะแมะของผม (๑ กันยายน ๒๕๕๕)
* พ่อแก่ แม่คุณ (๒ กันยายน ๒๕๕๕)
* ตัวกะแต ตัวโกง (๓ กันยายน ๒๕๕๕)
* ตั้่งเบิก,เบิกบาน (๔ กันยายน ๒๕๕๕)
* มีหนังสือกี่ "หัว" (๕ กันยายน ๒๕๕๕)
* ไปไหนมา : เปล่า ไปตลาดมา (๖ กันยายน ๒๕๕๕)
* กรง (๗ กันยายน ๒๕๕๕)
* เก๊ (๑๐ กันยายน ๒๕๕๕)
* ฉุึ ชุ ชุ่ (๑๑ กันยายน ๒๕๕๕)
* เหละ (๑๒ กัีนยายน ๒๕๕๕)

ภาษาร่ะยองวันล่ะคำ : พ่อแก่ แม่คุณ (๒ กันยายน ๒๕๕๕)

พ่อแก่ แม่คุณ

คนไทยเราเนี่ยะผมว่าหนะอย่างหนึ่งที่แทบจะไม่มีชาติไหนในหล้าโลกนี่เสมอเหมือนนั้่นก็คือระบบ "เครือญาติ" ที่พวกเราให้ความสำคัญและเคารพนับถือกันต่อเนื่องตลอดเรื่อยมา บางคนไม่ใช่ญาติกันจริงๆ แต่ก็นับถือกันเป็นญาติ ทีนี้ถ้าเป็นญาติกันจริงๆ ก็คงไม่ต้องพูดถึงว่าจะขนาดไหน โชคดีมากเลยที่เกิดมาเป็นคนไทย



คำที่เกี่ยวกับความเป็นญาติทางสายเลือดของคนไทยเรามีอยู่ ๑๐ คำซึ่งเป็นคำทางภาคกลางได้แก่

* ลำดับสูงสุดหรือลำดับที่ ๑ คือ เทียด (พ่อ,แม่ของทวด)
* ลำดับที่ ๒ ทวด (พ่อ,แม่ของปู่หรือย่า,หรือตา,ยาย)
* ลำดับที่ ๓ ปู่,ย่า,ตา,ยาย (พ่อ,แม่ของพ่อหรือแม่)
* ลำดับที่ ๔ พ่อ,แม่
* ลำดับที่ ๕ ลูก
* ลำดับที่ ๖ หลาน (ลูกของลูก)
* ลำดับที่ ๗ เหลน (ลูกของหลาน)
* ลำดับที่ ๘ ลื่อ (ลูกของเหลน) ... ในภาษาไทยไม่มีคำว่า "โหลน" นะครับ
* ลำดับที่ ๙ ลืบ (ลูกของลื่อ)
* ลำดับที่ ๑๐ ลืด (ลูกของลืบ)

ว่างๆ ท่านลองนับตัวท่านกับบรรพบุรุษท่านใดซักคนดูนะครับแล้วจะีรู้ว่าท่ืานอยู่ในลำดับชั้นหรือญาติที่เรียกชื่อว่าอะไร ยิ่งถ้าเป็นชั้น "ลืบ" หรือ "ลืด" แล้วสุึดๆ ไปเลย

เอาล่ะ ที่ว่ามานั้นเป็นการนับญาติในภาษา(ภาค)กลาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแต่ละภาคหรือแต่ละถิ่นก็จะคล้ายๆ กันนั่นแหละ จะมีผิดเพี้ยนหรือเรียกแตกต่างกันไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง

แล้วที่ร่ะยองล่ะเขาพูดว่ายังไง ตอบว่าก็เหมือนๆ กันแหนะ (นั่นแหละ) แต่จะผิดไปจากภาคกลางนิดนึงตรงการเรีัยกญาติลำดับ ๓ ในส่วนของพ่อกับแม่ของแม่ซึ่งภาคกลางเรียกว่า "ตา" และ "ยาย" เอ้อ แล่้วร่ะยองเรียกว่าไงฮิ อ้ะอ๊า น่าสนใจดีเกี๊ยะ ตามมาเลยผมจะเฉลยให้ฟัง

"ตา" คนร่ะยองพูดว่า "พ่อแก่"
"ยาย" คนร่ะยองพูดว่า "แม่คุณ" (บางแห่งพูดว่า "แมะคุณ")

ชักตัวอย่างเช่นในภาพที่ผมนำมาประกอบนั้นเป็น "พ่อแก่" , "แม่คุณ" และ "เพาะ" ของผมวันทำบุญครบรอบวันเสียของเพาะที่พังราดไทยซึ่งพวกเราจะทำเป็นประจำทุกปีรวมถึงทำให้ "พ่อแก่ , แม่คุณ" ด้วย

ซ้ายมือสุดของภาพ "พ่อแก่" ท่านนี้ชื่อ "พ่อแต่ง เชื้อพลบ" (เป็น "เพาะ" ของ "แมะ" ผม) คนถัดมา "แม่คุณ" ชื่อ "แม่จำรัส เชื้อพลบ" (เป็น "แมะ" ของ "แมะ" ผม) ส่วนอีกท่านคือ "เพาะ" ชื่อ "พ่อเหียน มัจฉา" ครับ

สำหรับชื่อเรียกบรรพบุรุษในลำดับชั้นนี้อีก ๒ คำคือ "ปู่" กับ "ย่า" นั้น คนร่ะยองก็เรียกว่า "ปู่" ก๊ะ "ย่า" เหมือนกันครับ แต่สำเนียงการพูดของเรา "ชั่ดเจน" แบบร่ะยองแหนะ ไม่ "เหน่อ" เหมือนคำพูดของคนภาคกลางเขาหรอก แบบนั่นพู่ดเหน่อ แต่พวกเรา "คนร่ะยอง" พูด"ชั่้ด"

คนร่ะยองที่ไปอยู่ที่ไกลๆ อย่าืลืมกลับร่ะยองกันมั่งหนะ
พ่อแก่แม่คุณรออยู่

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

เพาะก๊ะแมะของผม (๑ กันยายน ๒๕๕๕)

"เพาะ" (คุณพ่อเหียน มัจฉา) ก๊ะ "แมะ" (คุณแม่เผือน มัจฉา) เป็นคนบ้านพังราดไทยโดยกำเนิด บ้านอยู่ที่เลขที่ ๑๒/๑ หมู่ที่ ๔ ตำบลพังราด อำเิภอแกลง จังหวัดระยอง สำหรับเพาะเสียแล้วเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ ในวัยเพียง ๖๓ ปี ส่วนแมะยังอยู่ ตอนนี่อายุ่ก็ ๗๕ ปีแล่วครับ



สมัยเพาะยังอยู่ เพาะเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ใจคอโอบอ้อมอารี ใครเห็นใครก็รั่กก็ชอบกันทั่งนั่นทำให้เพาะมีพรรคพวกเพื่อนฝูง เบิกบานไปหมดเลย แมะก็เหมือนกัน ซึ่งเป็นนิ่สัยอย่างหนึ่งของคนร่ะยองเราที่มั่กจะเป็นแบบนี่

แมะเป็นคนตัวไม่ใหญ่ แมะตัว ตี๊ด เดียว แต่เรื่องใจนี่ ใหญ่เค มีอะไรที่ใครไปปรึกษา คนคนนั่นจะกลับออกมาด้วยรอยยิ้ม กะปุ้มกะป้ำ กันหมดเลย อย่างผมเนี่ยะเมื่อวานโทรศัพท์ไปหาแมะบอกว่ากำลังเขียนเรื่องภาษาร่ะยองวันล่ะคำเพื่อให้ลูกหลานหรือคนรุ่นหลังได้รู่กันกลัวมันจะสูญจะหายไป พอพูดแบบนี่ปั๊บแมะตบขา(ตัวเอง) เผิ่ง เข้าให้พร้อมก๊ะพูดว่า มันต้องยังงี่ฮิ่ไอ้หนู ภาษาร่ะยองน่ารั่ก ต้องช่วยกันรั่กษาไว้ให้ดี อย่าให้สูญอย่าให้หายไปได้หนะ มีอะไรติดขัดคิ่ดไม่ออกถามแมะได้เลย แมะรู่หมดภาษาร่ะยองเนี่ยะ พู่ดไม่มีเพี้ยนก็แล่วกัน พูดชั่ดกว่าเขา เกลี้ยง ก็ว่าได้ แมะบอกผมยังงั้น (คำว่า "ชั่ดกว่าเขาเกลี้ยง" ก็เหมือนกับคำว่า "ชั่ดกว่าเขาเช็่ด" นั่นแหละ)

ก็ดีใจครับพี่น่องที่ปณิธานซึ่งผมตั้งใจจะทำเพื่อคนร่ะยองบ้านเรามีคนเข้ามาช่วยสานต่ออีกเบิกบานซึ่งหนึ่งในนั่นรวมถึง แมะ ด้วย

ขอบคุณนะครับแมะ

ย้อนอดีตนักเรียนพลร่ม (๑ กันยายน ๒๕๕๕)

สวัสดีทุกท่าน

วันนี้วันเสาร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะโรง จุลศักราช ๑๓๗๔ ตรงกับวันที่ ๑ กันยายน พุทธกาลล่วงแล้ว ๒๕๕๕ ปี วันหยุดสำหรับหลายๆ ท่าน รวมถึงเป็นวันพระช่วงเทศกาลเข้าพรรษาประจำปีนี้ด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุข เจริญในธรรม รวมถึงน้อมนำคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตโดยถ้วนทั่วกันนะขอรับ

วันหยุดวันนี้ผมขออนุญาตย้อนอดีตหน่อย ก็อย่างว่าแหละคนเราเมื่ออายุถึงช่วงๆ หนึ่งส่วนใหญ่มักจะพูดเรื่องเก่าเล่าเรื่องหลังกันมากกว่าเรื่องที่จะมีหรือเกิดขึ้นในภายภาคหน้า (เขาว่ากันนะครับผมไม่้รู้หรอก แบบว่้าฟังๆ เขามาน่ะ ไม่รู้จริงๆ สาบานได้ แฮ่ะๆ) ยิ่งถ้าเป็นการรวมตัวหรือพบปะสังสรรค์กันเป็นจำนวนมากระหว่างคนที่เคยเรียน เคยศึกษา เคยทุกข์เคยสุขร่วมกันแบบงานเลี้ยงรุ่นด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ไม่มีหรอกครับที่จะพูดเรื่องข้างหน้า (เกือบ)ทุกคน (ไม่รู้ว่ามีผมรวมอยู่ในคำคำนี้ด้วยหรือไม่.. ไม่น่ะ..เนาะ) จะพูดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาทั้งนั้น ไม่เชื่อท่าน(ที่อายุถึงช่วงนั้น)ลองหวนนึกถึงดูซิ่ เชื่อเถอะ เป็นยังงั้น(แทบจะ)ทั้งเพ

จะจริงหรือไม่จริงผมไม่รู้นะ แต่...เมื่อคืนเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นเดียวกัน (พวกเรา นรต.รุ่น ๓๖ ครับ) โทรไปหาผมพร้อมพูด(ด้วยถ้อยคำไพเราะซะเหลือเกิน)ว่า "เฮ้ย..ไอ้พจน์ ไอ้ห่...มึ..พอจะมีัภาพเก่าๆ สมัยพวกเราเป็นนักเรียน(นายร้อยตำรวจ) บ้างไหมว..กูอยากได้ว่..จะเอาไปอวดลูกชายว่าตอนเป็นนักเรียน(นายร้อยตำรวจ)น่ะก..หล่อชิ..หา.." เมื่อเพื่้อนพูดมา(อย่างไพเราะอย่างงั้น)ผมก็ตอบเพื่อนไป(อย่างไพเราะเหมือนกัน)ว่า "มีัซิ่ว..ไอ้ห..ก..เก็บไว้เยอะเลย มึ..อยากได้ภาพแบบไหนว..ไอ้ส..." เพื่อนตอบ(ด้วยถ้อยคำไพเราะเหมือนเดิม)ว่า "ไอ้เหี...พจน์ ภาพอะไรได้ทั้งนั้นว่..ไอ..ส้..ตีั..ก..ไม่มีัปัญหาเพราะว่าก..ไม่มีเหี..ซักภาพโว้.."

เมื่อสนทนาฉันท์เพื่อนด้วยถ้อยคำที่แสนจะไพเราะกันเสร็จแล้วผมก็ไปรื้อๆ ค้นๆ ภาพเก่าๆ ที่เคยถ่ายไว้มาดู ได้มาอัลบั้มหนึ่ง อัลบั้มนี้เป็นช่วงที่พวกเราไปฝึกโดดร่มที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมัยเทอมปลายปี ๒ ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ๒๕๒๔ ครับ จึงขออนุญาตนำมาฝากทุกท่านรวมถึงเพื่อนรักคนที่พูดไพเราะคนนั้นในวันนี้ด้วย ส่วนใครจะเป็นใครกันบ้างฝากให้ดูเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเรา นรต.๓๖ (กรุณาคลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่นะครับ)






ขอบคุณครับผม